xs
xsm
sm
md
lg

“แบรนด์ซุปไก่” อัด 145 ล้านปั้นแคมเปญใหญ่ ส่ง 3 รุ่น “วรรธนะสิน” พรีเซ็นเตอร์ขยายฐาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการรายวัน 360 - “แบรนด์ ซันโทรี่” รุกหนัก ผนึกสองพันธมิตรลอจิสติกส์ใหม่ปีที่แล้ว ดันเข้าร้านค้ากว่า 1 แสนร้านค้า จากเดิมแค่ 30,000 ร้านค้า พร้อมอัดหนัก 145 ล้านบาทเปิดแคมเปญ่ใหม่ ดึง “วรรธนะสิน” 3 รุ่นพรีเซ็นเตอร์ยึดตลาดซุปไก่



นางสาวนันทนา ขาวปลื้ม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แบรนด์ ซันโทรี่ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ผลประกอบการปีที่แล้ว (2560) บริษัทฯ มียอดขายรวมเติบโต 7% โดยมีรายได้รวมกว่า 11,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนการบริหารและการทำธุรกิจ หลังจากที่ได้มีการปรับเปลี่ยนมาเป็น บริษัท แบรนด์ ซันโทรี่ (ประเทศไทย) จำกัด โดยเฉพาะการได้ 2 พันธมิตรใหม่ทางลอจิสติกส์ คือ บริษัท เดอเบล จำกัด และบริษัท ซิโน-แปซิฟิค เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ให้เป็นผู้กระจายสินค้าเพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศสามารถกระจายได้ถึง 100,000 ร้านค้าแล้ว จากเดิมที่มีประมาณ 30,000 กว่าร้านค้า

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงใช้ทีมงานขายและทีมการตลาดของบริษัทฯ เอง ซึ่งมีประมาณ 1,000 คน เป็นพนักงานบริษัทฯ ประมาณ 200 คน และเอาต์ซอร์ส 800 คน ครอบคลุมทั้งประเทศ ทั้งโมเดิร์นเทรด และเทรดิชันนัลเทรด ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนโมเดิร์นเทรดประมาณ 70% และเทรดิชันนัลเทรด 30% อีกทั้งยังเป็นผลมาจากการทำตลาดในเชิงรุก และการออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มสินค้าที่มีอยู่
นันทนา ขาวปลื้ม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แบรนด์ ซันโทรี่ (ประเทศไทย) จำกัด
ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้ของบริษัทฯ มาจาก 6 กลุ่มหลักสินค้า คือ 1. กลุ่มแบรนด์ซุปไก่ 55%, 2. กลุ่มแบรนด์รังนก 30%, 3. กลุ่มแบรนด์วีต้าสกัด 10%, 4. กลุ่มแบรนด์เจนยูโสมสกัด 5. กลุ่มแบรนด์เห็ดสกัด และ 6. กลุ่มแบรนด์ชนิดเม็ด รวมกันประมาณ 5% โดยมีแบรนด์เจนยูเติบโตมากที่สุด 20% เนื่องจากฐานรายได้ยังน้อยอยู่

โดยปีนี้ (2561) บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรวมเติบโต 8 -10% ขณะที่เฉพาะแบรนด์ซุปไก่ ตั้งเป้าหมายรวมเติบโตที่ 10% เช่นกันเนื่องจากบริษัทฯ เป็นผู้นำตลาด ดังนั้นการเติบโตของตลาดรวมก็ขึ้นอยู่กับบริษัทฯ เป็นหลัก โดยตลาดรวมซุปไก่สกัดมีมูลค่าประมาณ 6,500 ล้านบาท โดยแบรนด์เป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งมากกว่า 90%

ปัจจุบันแบรนด์มีโรงงานผลิตอยู่ 4 ประเทศ เช่น ไทย ไต้หวัน มาเลเซีย เป็นต้น ซึ่งฐานผลิตในประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญส่งออก 19 ประเทศทั่วโลก ขณะที่ประเทศอื่นผลิตเพื่อป้อนตลาดในประเทศเท่านั้น

นางสาวอรญา หอมเศรษฐี ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท แบรนด์ ซันโทรี่ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงนโยบายการตลาดของแบรนด์ซุปไก่สกัดในปี 2561 ว่า ให้ความสำคัญในเรื่องของการปรับภาพลักษณ์และวางโพซิชันนิ่งของสินค้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสุขภาพ และการขยายฐานลูกค้าให้กว้างมากขึ้น

ล่าสุดใช้งบการตลาด 145 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญ “แบรนด์ซุปไก่สกัด เคล็ดลับความสำเร็จที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น” ได้ครอบครัว “วรรธนะสิน” โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ เจริญ วรรธนะสิน เจ-เจตริน วรรธนะสิน เจ้านาย-จิณเจษฎ์ วรรธนะสิน ครอบครัวตัวจริงที่ดื่มแบรนด์ซุปไก่สกัดและส่งต่อมาจากรุ่นคุณปู่ รุ่นคุณพ่อ และรุ่นหลาน เรียกว่า 3 คน 3 รุ่น อีกทั้ง 3 คนนี้เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในแบบของตัวเองที่ไม่เหมือนกัน ที่สำคัญ ศ.พิเศษ เจริญ และ เจ-เจตริน ต่างก็เคยเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของแบรนด์ซุปไก่สกัดมาแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532

สำหรับ ศาสตราจารย์พิเศษ เจริญ วรรธนะสิน อดีตนายกสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ และเป็นแชมป์ในการแข่งขันแบดมินตันในรายการดังระดับโลกหลายรายการ ส่วน เจ-เจตริน วรรธนะสิน เป็นศิลปินชื่อดัง มีแนวความคิดที่ฉลาด ในยุค 90 เจ-เจตริน กล้าทำผลงานเพลงที่แตกต่างไปจากวงการเพลงในขณะนั้น จนได้รับการยอมรับและยกย่องให้เป็นเจ้าพ่อเพลงแนวแร็ปและเจ้าพ่อเพลงแดนซ์ ส่วนทางด้านกีฬาก็ชนะเลิศจากการแข่งขันเจ็ตสกีหลายรายการ และคว้าแชมป์โลก ถ้วยพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ได้สำเร็จ ปัจจุบันเปิดค่ายเพลงของตัวเองในนาม “เจมีดี” (Jaymidi)

ส่วนลูกชาย “เจ้านาย-จินเจษฎ์ วรรธนะสิน” กับซิงเกิลแรก “คนละชั้น” ซึ่งหลังจากปล่อย MV เพียงไม่กี่ชั่วโมงยอดวิวก็ทะลุล้าน ปัจจุบันยอดวิวมีมากกว่า 80 ล้านวิว เจ้านาย-จินเจษฎ์ จึงเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่กำลังศึกษาระดับ high school ที่ประเทศอังกฤษ

โดยมีสื่อหลักที่เป็น mass media เพื่อครอบคลุมทั่วประเทศ อาทิ ภาพยนตร์โฆษณาทางทีวีในชื่อเรื่อง “เคล็ดลับความสำเร็จ ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น” ที่แสดงโดยพ่อลูกคนเก่ง เจ-เจตริน วรรธนะสิน เจ้านาย-จิณเจษฎ์ วรรธนะสิน นอกจากนี้ยังมีโฆษณาผ่านสื่อTransit สื่อ OOH ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อขยายและสร้างการรับรู้ให้แก่คนทั่วประเทศ

สำหรับ นางสาวนันทนา เป็นผู้บริหารใหม่เข้ามาร่วมงานประมาณ 1 ปี มีประสบการณ์กับบริษัทต่างชาติมานาน ส่วนนางสาวอรญา หอมเศรษฐี เพิ่งเข้ามาร่วมงานต้นปีนี้ มีประสบการณ์มาหลายแห่ง เช่นที่ โออิชิ เป๊ปซี่อินเตอร์ มาร์ส เป็นต้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...