“อาคม” สั่งเพิ่มมาตรการความปลอดภัยการก่อสร้างทุกโครงการเข้มงวด ให้ทุกหน่วยงานเรียกผู้รับจ้างและที่ปรึกษาคุมงานกำชับ และต้องลงพื้นที่คุมทุกขั้นตอนอีกชั้นหนึ่ง ระบุหากเกิดบ่อยหน่วยงานต้องร่วมรับผิดชอบด้วย ส่วนจะเพิ่มบทลงโทษผู้รับเหมากรณีเกิดเหตุบ่อยนั้นอยู่ที่แต่ละหน่วยงานจะพิจารณา ยันมาตรฐานก่อสร้างเป็นระบบสากล แต่คนทำงานอาจผิดพลาดได้ ขณะที่ยืนยันไจก้ายังไม่มีแบล็กลิสต์ใดๆ
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงอุบัติเหตุในการก่อสร้างรถไฟสายสีแดงว่า ในการก่อสร้างโครงการต่างๆ นั้นมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่เป็นมาตรฐานสากลอยู่แล้ว กรณีที่เกิดเหตุบ่อยครั้งนั้นในส่วนของกระทรวงคมนาคมได้กำชับเรื่องความปลอดภัยในการก่อสร้างทุกๆ โครงการ ไม่เฉพาะรถไฟฟ้าสายสีแดง ที่ก่อนหน้านี้เคยเกิดอุบัติเหตุในการก่อสร้างของสายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รวมถึงการก่อสร้างทางด่วน ถนนต่างๆ ก็ต้องเข้มงวดเช่นกัน
โดยปกติในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย ผู้รับเหมาต้องมีประกันภัย ประกันชีวิต เพื่อดูแลกรณีเกิดเหตุขึ้น ส่วนการก่อสร้างจะต้องมีวิศวกรของผู้รับจ้างเอง และมีที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้าง รวมถึงหน่วยงานเจ้าของโครงการจะต้องมีการควบคุมอีกชั้นหนึ่งเป็น Safety Audit Plan โดยจะต้องมีคนของหน่วยงานเข้าไปกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดเข้มงวด ดังนั้น ในขั้นตอนการทำงานที่อยู่ในแผนจะต้องปฏิบัติให้ครบ ถ้าไม่ครบจะถูกระงับการก่อสร้างในจุดนั้นๆ อย่างไรก็ตาม ทุกหน่วยงานเจ้าของโครงการจะต้องเรียกผู้รับจ้างทุกรายมากกำชับมาตรการความปลอดภัย
นายอาคมกล่าวว่า กรณีมีข่าวว่าองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น (ไจก้า) เตรียมขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD สายสีแดงนั้นไม่ได้รับการแจ้งเรื่องนี้ ซึ่งเรื่องอุบัติเหตุทุกฝ่ายให้ความสำคัญมาก และก่อนหน้านี้เมื่อมีอุบัติเหตุเกิดกับสายสีแดง ทางไจก้าก็เคยกำชับให้เข้มงวดมาโดยตลอด
ด้านนายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า มาตรการด้านความปลอดภัยเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นจะต้องสั่งหยุดการทำงานในจุดดังกล่าวทันที พร้อมทั้งดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงสาเหตุของการเกิด และดูขั้นตอนการทำงานว่าได้มีการปฏิบัติตามขั้นตอนการก่อสร้างและปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยหรือไม่ กรณีสายสีแดงเมื่อเกิดการติดขัดแล้วหลักการทำงานคือต้องหยุดก่อนและย้ายคนออกจากพื้นที่ก่อนจึงจะแก้ไข ตรงนี้วิศวกรรมสถานฯ ซึ่งเป็นคนกลางอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุว่าเกิดจากความประมาท หรือสุดวิสัย
ทั้งนี้ ได้ทำหนังสือเวียนถึงทุกหน่วยงานให้เรียกผู้ควบคุมงานและผู้รับจ้างในทุกโครงการมากำชับให้ปฏิบัติตามขั้นตอนการก่อสร้างและขั้นตอนด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยก่อนที่ผู้รับจ้างจะทำงานตรงไหน อย่างไร เวลาใด จะต้องเสนอแผนขั้นตอนการทำงาน แผนจะต้องถูกต้องตามมาตรฐานความปลอดภัยทุกขั้นตอน จากนั้นวิศวกรคุมงานจะต้องเซ็นอนุมัติ และมีการควบคุมที่หน้างานอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ไม่มีการละเลย และวิศวกรผู้ควบคุมงานจะต้องอยู่ใกล้ชิดในทุกๆ ขั้นตอน
อย่างไรก็ตาม กรณีที่ผู้รับจ้างรายที่เกิดอุบัติเหตุบ่อย หน่วยงานคู่สัญญาจะต้องพิจารณาว่าจะมีการเพิ่มเติมในรายละเอียดสัญญากับผู้รับจ้างเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำอีกอย่างไร เพราะเมื่อเกิดเหตุขึ้นนอกจากผู้รับจ้างแล้วหน่วยงานจะต้องรับผิดชอบด้วย สำหรับผู้รับจ้างที่ทำผิดซ้ำซาก หน่วยงานเจ้าของโครงการจะต้องพิจารณาว่าจะเพิ่มมาตรการลงโทษอย่างไร และหน่วยงานจะต้องร่วมรับผิดชอบด้วยเพราะถือว่าเป็นผู้ Audit เช่นกัน