xs
xsm
sm
md
lg

เทรนด์ใหม่ “ชวาร์สคอฟฯ” เน้นสาวสูงวัย-กำลังซื้อสูง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

“ธีรศักดิ์ ไตรทิพย์” (แถวหน้าขวาสุด) ผู้จัดการทั่วไป “ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชั่นแนล” และ “กันต์ตารัตน์ สิริภัทรคุณ” (แถวหน้ากลาง) ผู้จัดการฝ่ายการตลาด พร้อมด้วย “สมศักดิ์ ชลาชล” (แถวหลังที่ 5 จากซ้าย) ร่วมด้วยเหล่านางแบบทรงผมสูงวัยในเทรนด์ “The Age Of  Beauty” 3 สไตล์
ASTVผู้จัดการรายวัน - “ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชั่นแนล” เผยเทรนด์ทรงผมใหม่ “The Age of Beauty” 3 สไตล์จับกลุ่มสาววัยเจนเอ็กซ์ อายุ 35-55 ปี และเบบี้บูมเมอร์ อายุ 55 ปีขึ้นไป ส่ง “สมศักดิ์ ชลาชล” เทรนนิ่งคู่ค้าธุรกิจซาลอนตอบสนองความต้องการลูกค้า มั่นใจศักยภาพและกำลังซื้อสูงอย่างต่อเนื่อง หลังพบผลสำรวจการใช้จ่ายในร้านซาลอนเพิ่มขึ้นถึง 65%

นางกันต์ตารัตน์ สิริภัทรคุณ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เฮงเค็ล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์จัดแต่งและดูแลทรงผมภายใต้แบรนด์ “ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชั่นแนล” เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสสี่ของปี 2558 ต่อเนื่องไตรมาสแรกของปี 2559 บริษัทฯ จะเน้นทิศทางการขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าครอบคลุมทุกช่วงวัย โดยให้ความสำคัญต่อกลุ่มเจเนอเรชันเอ็กซ์ที่มีอายุ 35-55 ปี และกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ อายุ 55 ปีขึ้นไปมากขึ้น เนื่องจากถือเป็นกลุ่มประชากรที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพด้านกำลังซื้อสูง ทั้งยังมีความต้องการดูแลตัวเองให้ดูดีสมวัยอย่างต่อเนื่อง

จากการสำรวจพบว่า ปัจจุบันประชากรไทยกลุ่มดังกล่าวมีสัดส่วน 12% และคาดว่าใน 10 ปีข้างหน้า หรือปี 2568 จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 3.2% สอดคล้องกับจำนวนประชากรกลุ่มผู้สูงวัยชาติต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกาที่คาดว่าจะมีประมาณ 25% จีน 30% ฝรั่งเศส 30% และเยอรมนี 36% เป็นต้น โดยผลสำรวจยังระบุด้วยว่าประชากรกลุ่มนี้มีความพร้อมที่จะใช้จ่ายในร้านซาลอนเพิ่มขึ้นถึง 65% และมีความถี่ในการใช้บริการมากกว่า 10 ครั้งต่อปี

“ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชั่นแนล” จึงนำเสนอเทรนด์ทรงผม “The Age Of Beauty” เพื่อตอบสนองความต้องการประชากรกลุ่มดังกล่าว โดยล่าสุดเมื่อประมาณเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ดร.สมศักดิ์ ชลาชล ในฐานะ Thai Regional Ambassador Schwarzkopf Professional ได้เดินทางไปอบรมเรื่องดังกล่าวที่ประเทศเยอรมนี ก่อนที่จะนำมาถ่ายทอดความรู้ให้คู่ค้าธุรกิจซาลอน รวมถึงช่างทำผมในเครือ “ชวาร์สคอฟฯ” ประเทศไทย เพื่อเป็นการต่อยอดและพัฒนาธุรกิจซาลอนให้ทันความต้องการลูกค้าผู้ใช้บริการ

“ก่อนหน้านี้ประมาณ 5-10 ปี ลูกค้านิยมเทรนด์ทรงผมน่ารักๆ สไตล์ญี่ปุ่นและเกาหลี แต่ปัจจุบันเมื่อสังคมเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยมากขึ้น ธุรกิจซาลอนจึงจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ โดยเทรนด์ The Age of Beauty ของชวาร์สคอฟฯ มี 3 ทรงผมด้วยกัน คือ Silver Glory ในสไตล์ผมสีเทาอมขาว มีความเงางาม Layered Chic ในสไตล์ไล่ระดับสีตามเฉดต่างๆ และ Heritage Blend ในสไตล์ย้อนยุค โดยมี ดร.สมศักดิ์ ชลาชล เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้ผู้เข้ารับการอบรม รวม 3 คอร์สภายในเดือน ส.ค. ศกนี้” นางกันต์ตารัตน์กล่าวเสริม

นางกันต์ตารัตน์กล่าวด้วยว่า “ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชั่นแนล” ยังมีการแนะนำให้คู่ค้าธุรกิจซาลอนจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์และมีพัฒนาการที่สำคัญใน 4 ด้าน คือ 1. การตกแต่งบรรยากาศของร้าน รวมถึงการให้บริการของพนักงานเพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้า 2. การสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าใช้บรรยากาศของร้านเป็นสถานที่สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องแฟชั่น พร้อมทั้งมีสื่อต่างๆ บริการเพิ่มเติม เช่น นิตยสาร หรือวิดีโอ เป็นต้น

3. การพัฒนาร้านให้มีรูปแบบเป็นดิจิตอลซาลอน โดยใช้แอปพลิเคชันต่างๆ ของ “ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชั่นแนล” ที่พัฒนาแล้วคือ House of Colour, Essential Look และ Hair Expert ซึ่งปัจจุบันมีคู่ค้านำไปใช้งานแล้วประมาณ 50% 4. การสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้ามีความภักดีในแบรนด์ ดังเช่นกรณีของร้าน “ชลาชล” ที่มีลูกค้าต่อเนื่องถึง 3 เจนเนอเรชัน เป็นเวลากว่า 30 ปี

นางกันต์ตารัตน์กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน “ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชั่นแนล” มีคู่ค้าธุรกิจซาลอนประมาณ 600 ร้าน โดยแต่ละปีมีจำนวนเพิ่มขึ้นไม่มากนัก เนื่องจากจะให้ความสำคัญในเรื่องศักยภาพของร้านและช่างทำผมเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังเห็นว่าปัจจัยสำคัญที่จะทำให้มีร้านซาลอนเพิ่มขึ้นอย่างมีศักยภาพคือ ความตื่นตัวของคนไทยและเปิดรับในเรื่องของแฟชั่นและความสวยความงาม รวมถึงการเพิ่มบริการเสริมใหม่ๆ เช่น การทรีตเมนต์หนังศีรษะ เป็นต้น โดยมั่นใจว่าสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยยังคงเอื้อต่อธุรกิจซาลอนในการเจาะกลุ่มลูกค้าวัยกลางคนขึ้นไปที่มีศักยภาพและกำลังซื้อสูงในการใช้บริการ



กำลังโหลดความคิดเห็น