xs
xsm
sm
md
lg

“เมอริโต้” ลุยอาหารออร์แกนิก เร่งสร้างแบรนด์เสริมโออีเอ็ม

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

พีรโชติ จรัญวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารเมอริท จำกัด
“เมอริโต้” จับกระแสคนรักสุขภาพ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทำตลาดกะทิออร์แกนิกรายแรกในเมืองไทย เล็งเป้ายอดขายในประเทศปีแรก 20 ล้านบาท พร้อมยอดขายรวม 700 ล้านบาท เตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกใหม่ครอบคลุมเครื่องปรุงอาหารทุกชนิด หวังเป็นผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก

นายพีรโชติ จรัญวงศ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารเมอริท จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกกะทิออร์แกนิกรายแรกและรายเดียวของประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ ก่อตั้งเมื่อปี 2536 เพื่อดำเนินธุรกิจในลักษณะรับช่วงผลิต หรือ OEM เพื่อการส่งออก 100% ไปยังสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย อังกฤษ ญี่ปุ่น และบางประเทศในยุโรปและเอเชีย ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวในรูปแบบต่างๆ เช่น มะพร้าวอบแห้ง น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น กะทิแปรรูปบรรจุกระป๋อง และกะทิออร์แกนิก

ปัจจุบันบริษัทฯ ได้เริ่มทำตลาดกะทิออร์แกนิกภายใต้แบรนด์ “เมอริโต้” (MERITO) ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการด้วยสัดส่วน 5% เนื่องจากเห็นว่าตลาดเริ่มมีความพร้อมและผู้บริโภคมีความตื่นตัวในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพมากขึ้น ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้คงที่ประมาณ 650 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นรายได้หลักจากผลิตภัณฑ์กะทิออร์แกนิก ประมาณ 400 ล้านบาท โดยคาดว่าหลังจากเปิดตลาดในประเทศไทยจะสามารถทำรายได้ประมาณ 5% จากมูลค่าตลาดกะทิออร์แกนิก หรือประมาณ 20 ล้านบาท พร้อมรายได้รวม 700 ล้านบาทในปี 2557

ในช่วง 3 ปีแรกบริษัทจะใช้งบประมาณการตลาดประมาณปีละ 5 ล้านบาทในการสร้างการรับรู้และให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับเรื่องผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ หรือออร์แกนิก โดยจะแฝงในรูปแบบของการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายพร้อมนิทรรศการตามงานอีเวนต์เชิงสุขภาพต่างๆ ที่จัดโดยหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผลิตภัณฑ์กะทิออร์แกนิกของบริษัทยังได้รับการรับรองจากสถาบันเกษตรอินทรีย์ต่างๆ ทั่วโลกถึง 8 มาตรฐาน จากสหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น บราซิล และสหภาพยุโรป ซึ่งถือเป็นมาตรฐานขั้นสูงในวงการออร์แกนกระดับโลก

สำหรับอนาคตอันใกล้จะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อีกหลายชนิด โดยจะเน้นเครื่องปรุงประเภทต่างๆ เช่น น้ำปลา น้ำพริก เครื่องแกง และอื่นๆ โดยในเบื้องต้นบริษัทมีการจัดจำหน่ายผ่านร้านท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่มีแผนกสินค้าออร์แกนิกจำนวน 10 สาขา และบางสาขาที่ร่วมรายการ รวมถึงร้านวิลล่า มาร์เกต 13 สาขาทั่วประเทศ โดยเร็วๆ นี้จะเริ่มจำหน่ายที่เดอะมอลล์ทุกสาขา

“ผมเชื่อว่ากระแสความตื่นตัวในเรื่องสุขภาพของผู้บริโภคยุคใหม่จะเป็นไปอย่างยั่งยืน ขณะที่ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกเป็นตลาดเฉพาะ หรือ Niche Market จึงทำให้เราต้องพิจารณาการกระจายสินค้าผ่านร้านค้าระดับพรีเมี่ยม และร้านสินค้าสุขภาพเพื่อใช้เป็นช่องทางที่เข้าสู่กลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด ทั้งในส่วนของคนรุ่นใหม่ผู้ใส่ใจในสุขภาพ ครอบครัวที่มีลูกอ่อน ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ตลอดจนชาวต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทย โดยมั่นใจว่าการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ครั้งนี้จะได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคและทำให้บริษัทเป็นเจ้าตลาดเพียงรายเดียว”

นายพีรโชติกล่าวอีกว่า ปัจจุบันเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวมีรายได้เฉลี่ยเพียง 3-4 พันบาทต่อไร่ต่อปี ขณะที่พืชเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น ปาล์มน้ำมันให้รายได้ประมาณ 7-8 พันบาทต่อไร่ต่อปี ยางพารา ประมาณ 1.5-1.8 หมื่นบาทต่อตันต่อปี แต่กลไกทางการตลาดเริ่มมีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นจนส่งผลให้ราคามะพร้าวสูงขึ้นต่อเนื่องถึง 13 ปี โดยในส่วนของบริษัทฯ นอกจากจะมีฟาร์มมะพร้าวจำนวน 2.2 พันไร่ใน จ.จันทบุรี ยังมีการทำ Contract Farming รวมกับเกษตรกรใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่เข้าร่วมโครงการของมูลนิธิสายใยแผ่นดิน ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลที่ไม่แสวงผลกำไร อีกประมาณ 3 พันไร่ โดยปัจจุบันบริษัทมีโรงงานตั้งอยู่บนพื้นที่ 10 ไร่ใน จ.ชลบุรี มีกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์ทุกชนิด 1.2 หมื่นตันต่อปี คิดเป็นผลิตภัณฑ์กะทิออร์แกนิก 3 พันตันต่อปี

“แม้ว่าการรับซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรในมูลนิธิสายใยแผ่นดินจะทำให้เราต้องรับภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นเพราะผู้ขายเป็นผู้กำหนดราคาเอง แต่บริษัทถือว่าเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้ที่ยั่งยืน ทั้งยังถือเป็นการทำการค้าในลักษณะ Fair Trade ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเราเป็นบริษัทต้นแบบนำร่องที่ดำเนินธุรกิจในลักษณะนี้”

อนึ่ง จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ประเทศไทยมีพื้นที่เกษตรกรรมเป็นลำดับที่ 48 ของโลก แต่มีการนำเข้าเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตรกรรมสูงเป็นลำดับที่ 5 ของโลก จึงทำให้หลายๆ ฝ่ายเริ่มมีการให้ความรู้และส่งเสริมการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสารตกค้างและสารดัดแปลงทางพันธุกรรม หรือ GMO ในทุกกระบวนการผลิตและแปรรูป
กะทิออร์แกนิกภายใต้แบรนด์  “เมอริโต้” (MERITO)