“กรมการขนส่งทางบก” รณรงค์ให้ผู้ขับรถ และผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์สวมหมวกกันน็อกทุกครั้งที่ขับขี่ เพื่อช่วยลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บที่ศีรษะ ย้ำ!! ผู้ซ้อนท้ายหากไม่สวมหมวกกันน็อกมีโทษปรับ 2 เท่าระบุ 9 เดือนที่ผ่านมามีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมเกือบ 80,000 ราย
นายวัฒนา พัทรชนม์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ร้อยละ 80 เกิดจากจักรยานยนต์ และจากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขพบว่า ผู้บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจักรยานยนต์เกือบร้อยละ 90 เป็นผู้ไม่สวมหมวกนิรภัย และกลุ่มเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี มีสถิติหัวน็อกพื้นสูงถึงปีละกว่า 5,000 ราย ซึ่งตลอดระยะเวลา 9 เดือนที่ผ่านมา (พฤศจิกายน 2554 - กรกฎาคม 2555) ได้ดำเนินการรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย โดยผลิตหมวกนิรภัยสำหรับผู้ใหญ่แบบเต็มใบตามมาตรฐาน มอก.สีเขียวสด มีตราสัญลักษณ์ 100 ปีกระทรวงคมนาคม และตราสัญลักษณ์กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน พร้อมข้อความปีแห่งความปลอดภัยจำนวน 100,000 ใบ เพื่อแจกให้แก่ประชาชนในการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยในหลายๆ กิจกรรมภายใต้โครงการขนส่งสัญจรสอนน้อง ใช้รถใช้ถนนให้ปลอดภัย โครงการออกหน่วยเคลื่อนที่อบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ และการมีส่วนร่วมของชุมชนในกิจกรรมรณรงค์ต่างๆ เช่น การเดินขบวนพาเหรด การนำหมวกเก่าแลกหมวกใหม่ การจัดนิทรรศการเสริมสร้างความปลอดภัยทางถนน โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 75,423 ราย
ทั้งนี้ รัฐบาลได้ประกาศนโยบายโดยกำหนดกลยุทธ์ให้ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ดำเนินการรณรงค์ให้ผู้ขับรถ และผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจากผลการรณรงค์ตลอดปี 2554 ที่ผ่านมาพบว่า อัตราส่วนของผู้สวมหมวกนิรภัยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน จากเดิมร้อยละ 3 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 57 ดังนั้น เพื่อให้ผู้ขับรถและผู้ซ้อนท้ายจักรยานยนต์ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการสวมหมวกนิรภัย จึงได้ขยายเวลาการรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยจนถึงปี 2557
โดยตั้งเป้าหมายในปี 2555 ให้ทุกพื้นที่สวมหมวกนิรภัยเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 20 ซึ่งการรณรงค์อย่างต่อเนื่องเภื่อให้ผู้ขับรถและผู้ซ้อนท้ายจักรยานยนต์เห็นความสำคัญของการสวมหมวกนิรภัยอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลง
นายวัฒนา พัทรชนม์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ร้อยละ 80 เกิดจากจักรยานยนต์ และจากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขพบว่า ผู้บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจักรยานยนต์เกือบร้อยละ 90 เป็นผู้ไม่สวมหมวกนิรภัย และกลุ่มเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี มีสถิติหัวน็อกพื้นสูงถึงปีละกว่า 5,000 ราย ซึ่งตลอดระยะเวลา 9 เดือนที่ผ่านมา (พฤศจิกายน 2554 - กรกฎาคม 2555) ได้ดำเนินการรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย โดยผลิตหมวกนิรภัยสำหรับผู้ใหญ่แบบเต็มใบตามมาตรฐาน มอก.สีเขียวสด มีตราสัญลักษณ์ 100 ปีกระทรวงคมนาคม และตราสัญลักษณ์กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน พร้อมข้อความปีแห่งความปลอดภัยจำนวน 100,000 ใบ เพื่อแจกให้แก่ประชาชนในการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยในหลายๆ กิจกรรมภายใต้โครงการขนส่งสัญจรสอนน้อง ใช้รถใช้ถนนให้ปลอดภัย โครงการออกหน่วยเคลื่อนที่อบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ และการมีส่วนร่วมของชุมชนในกิจกรรมรณรงค์ต่างๆ เช่น การเดินขบวนพาเหรด การนำหมวกเก่าแลกหมวกใหม่ การจัดนิทรรศการเสริมสร้างความปลอดภัยทางถนน โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 75,423 ราย
ทั้งนี้ รัฐบาลได้ประกาศนโยบายโดยกำหนดกลยุทธ์ให้ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ดำเนินการรณรงค์ให้ผู้ขับรถ และผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจากผลการรณรงค์ตลอดปี 2554 ที่ผ่านมาพบว่า อัตราส่วนของผู้สวมหมวกนิรภัยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน จากเดิมร้อยละ 3 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 57 ดังนั้น เพื่อให้ผู้ขับรถและผู้ซ้อนท้ายจักรยานยนต์ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการสวมหมวกนิรภัย จึงได้ขยายเวลาการรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยจนถึงปี 2557
โดยตั้งเป้าหมายในปี 2555 ให้ทุกพื้นที่สวมหมวกนิรภัยเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 20 ซึ่งการรณรงค์อย่างต่อเนื่องเภื่อให้ผู้ขับรถและผู้ซ้อนท้ายจักรยานยนต์เห็นความสำคัญของการสวมหมวกนิรภัยอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลง



