สหรัฐฯเมื่อวันอังคาร (6 ม.ค.) ประกาศเป็นครั้งแรกว่าสนับสนุนแผนการของเหล่าชาติพันธมิตรยูเครนในการรับประกันความมั่นคงให้แก่เคียฟ ซึ่งผู้นำหลายรายระบุวาจะรวมถึงพันธะสัญญาที่จะต้องสนับสนุนยูเครนด้วย ถ้าหากถูกรัสเซียรุกรานโจมตีอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ทั้งหมดเหล่านี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า เคียฟและมอสโกต้องบรรลุข้อตกลงสันติภาพหรือการหยุดยิงกันก่อน
ความคืบหน้าเหล่านี้เกิดขึ้นในการประชุมสุดยอดของพวกชาติผู้สนับสนุนยูเครน ซึ่งรวมตัวกันเป็น กลุ่มพันธมิตรที่เต็มใจ (Coalition of the Willing) ที่จัดขึ้นที่ปารีส เพื่อสนับสนุนการรับประกันความมั่นคงให้แก่ยูเครน ในกรณีที่มีการหยุดยิงกับรัสเซียที่เปิดฉากรุกรานตั้งแต่ปี 2022
การประชุมครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนๆ ตรงที่มีสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ และจาเรด คุชเนอร์ บุตรเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าร่วมด้วย
วิตคอฟฟ์ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นแกนนำในการเจรจากับรัสเซีย กล่าวระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับผู้นำฝรั่งเศส เยอรมนี อังกฤษ และยูเครน ภายหลังการประชุมสุดยอดว่า ทรัมป์สนับสนุนมาตรการด้านความมั่นคงที่มีจุดประสงค์เพื่อป้องปรามการโจมตีในอนาคตต่อยูเครน และสำทับว่า มาตรการล่าสุดนี้แข็งแกร่งกว่าที่เคยมีมา
ขณะที่คำแถลงของเหล่าผู้นำกลุ่มพันธมิตรนี้ระบุว่า ชาติพันธมิตรทั้งหลายจะเข้าร่วมกลไกการติดตามตรวจสอบการหยุดยิงที่นำโดยอเมริกา โดยที่มีเจ้าหน้าที่หลายรายกล่าวเพิ่มเติมว่า กลไกนี้อาจมีการโดรน ระบบเซ็นเซอร์ และดาวเทียม แต่สหรัฐฯนั้นจะไม่ส่งทหารเข้าร่วมด้วย
คำแถลงของผู้นำเหล่านี้ยังครอบคลุมการจัดตั้งกองกำลังนานาชาติขึ้นมาในยูเครนซึ่งจะนำโดยยุโรป เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูกองทัพยูเครนและการป้องปราม โดยเฉพาะฝรั่งเศสและอังกฤษได้ลงนามบันทึกแสดงเจตจำนงในการส่งกองกำลังนานาชาติเข้าสู่ยูเครนหลังจากมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง
ด้านประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ของยูเครน โพสต์บนแพลตฟอร์มเทเลแกรมภายหลังการประชุมว่า ข้อตกลงเหล่านี้บ่งชี้ความจริงจังของยุโรปและสมาชิกกลุ่มพันธมิตรทั้งหมดในการร่วมมือกันเพื่อความมั่นคงที่แท้จริง
อย่างไรก็ดี เขาสำทับว่า ยังต้องพิจารณาต่อไปเกี่ยวกับรูปแบบการดำเนินการกลไกการตรวจสอบ และการสนับสนุนและเงินทุนที่เหล่าพันธมิตรจะมอบให้กองทัพยูเครน
เซเลนสกี้ยังขอบคุณอเมริกาที่พร้อมให้การสนับสนุนในทุกด้าน ทั้งการรับประกันความมั่นคง การตรวจสอบการหยุดยิง และการฟื้นฟูยูเครน และเสริมว่า คณะผู้แทนยูเครนจะหารือกับอเมริกาต่อในวันพุธ (7 ม.ค.)
อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสังเกตว่า คำแถลงของที่ประชุมนี้ไม่ได้รับการรับรองอย่างชัดแจ้งจากอเมริกา รวมทั้งยังมีการลดทอนรายละเอียดเกี่ยวกับบทบาทของอเมริกาที่เคยระบุในร่างข้อเสนอก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดข้อความที่กล่าวถึงการใช้ศักยภาพของอเมริกาเพื่อสนับสนุนกองกำลังนานาชาติในยูเครนออก
กระนั้น เจ้าหน้าที่ยุโรปต่างยินดีกับการที่มีคณะผู้แทนสหรัฐฯ เข้าร่วมประชุม และยังแสดงความมุ่งมั่นซึ่งแสดงให้เห็นว่า วอชิงตันสนับสนุนกรอบโครงการรับประกันความมั่นคงแก่ยูเครน
ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส กล่าวว่า การรับประกันความมั่นคงคือหลักประกันสำคัญว่า ข้อตกลงสันติภาพไม่ได้หมายถึงการยอมจำนนของยูเครน หรือนำไปสู่การคุกคามจากรัสเซียในอนาคต
นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ของอังกฤษ เสริมว่า อังกฤษและฝรั่งเศสจะตั้ง “ฮับการทหาร” ทั่วยูเครนหลังบรรลุข้อตกลงหยุดยิง และสร้างโรงงานผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ได้รับการปกป้องเพื่อสนับสนุนความจำเป็นในการป้องกันประเทศของเคียฟ
ทั้งนี้ การเจรจาเพื่อหาทางยุติสงครามในยูเครนมีความคืบหน้าอย่างมากนับจากเดือนพ.ย. หลังจากเคียฟและยุโรปผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงข้อเสนอเบื้องต้นของอเมริกาที่สนับสนุนข้อเรียกร้องหลักของรัสเซีย โดยที่พวกเขามุ่งเน้นหนักเจรจากับสหรัฐฯ เกี่ยวกับเงื่อนไขรายละเอียดการรับประกันความมั่นคงของยูเครนภายหลังมีการตกลงหยุดยิง แต่ยังไม่เอ่ยถึงเรื่องที่ว่าจะทำข้อตกลงสันติภาพหรือการหยุดยิงได้อย่างไร ในเมื่อยังมีประเด็นเรื่องดินแดน ซึ่งเซเลนสกี้ยืนยันไม่ยอมสละภูมิภาคดอนบาสให้แก่รัสเซีย ตามที่มอสโกเรียกร้องต้องการ
นอกจากนั้น มอสโกยังไม่เคยแสดงทีท่าว่าจะยอมรับข้อตกลงสันติภาพที่ประกอบด้วยแผนการรับประกันความมั่นคงที่พันธมิตรของยูเครนผลักดัน รวมทั้งก่อนหน้านี้ยังคัดค้านเสียงแข็งเรื่องกองกำลังชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) จะเข้ามาประจำในยูเครน ด้วยข้ออ้างว่าเป็นกองกำลังรักษาสันติภาพ
วิตคอฟฟ์กล่าวยอมรับว่า การประชุมคราวนี้มีความคืบหน้ามาก แต่ตัวเลือกด้านดินแดนยังคงเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่งซึ่งอเมริกาหวังว่า จะสามารถหาทางประนีประนอมได้ในระดับหนึ่ง
(ที่มา: รอยเตอร์/เอเอฟพี)


