xs
xsm
sm
md
lg

นักวิทย์ผู้สร้างวัคซีน 'แอสตร้าเซนเนก้า' เตือนโรคระบาดใหญ่ครั้งต่อไปอาจรุนแรงกว่าโควิด-19!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังวัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า ในวันจันทร์ (6 ธ.ค.) ส่งเสียงเตือนว่าโรคระบาดใหญ่ครั้งต่อไปอาจรุนแรงเข่นฆ่าชีวิตผู้คนมากกว่าโรคระบาดใหญ่ที่กำลังอาละวาดทั่วโลกในปัจจุบัน

ศาสตราจารย์ซาราห์ กิลเบิร์ต นักวิชาการแห่งมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมจากบทบาทของเธอในการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี เตือนเกี่ยวกับความชะล่าใจในการรับมือกับภัยคุกคามในอนาคต

"นี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ไวรัสชนิดหนึ่งๆ คุกคามชีวิตและวิถีชีวิตของพวกเรา" เธอกล่าวบรรยายที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ซึ่งมีกำหนดออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์บีบีซีในคืนวันจันทร์ "ความจริงคือ โรคระบาดใหญ่ครั้งต่อไปอาจเลวร้ายกว่า มันอาจแพร่กระจายเชื้อได้ง่ายกว่า อาจร้ายแรงกว่า หรือทั้งสองอย่าง"

เธอชี้ว่าโรคระบาดใหญ่ระดับโลกคราวนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขครั้งต่อไป "ความก้าวหน้าที่เรามี และความรู้ที่เราได้มาต้องไม่สูญไป" กิลเบิร์ตกล่าว

โควิด-19 เข่นฆ่าผู้คนทั่วโลกมากกว่า 5 ล้านคน ในนั้นเกือบ 800,000 รายอยู่ในสหรัฐฯ

วัคซีนของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้าได้รับอนุมัติจากสหราชอาณาจักรในเดือนธันวาคม 2020 และถูกใช้ในประเทศต่างๆ มากกว่า 50 ชาติ แต่มันยังไม่ได้รับอนุมัติใช้ในสหรัฐฯ แม้ข้อมูลการทดลองออกมาในแง่บวกก็ตาม

เกี่ยวกับภัยคุกคามในปัจจุบันจากตัวกลายพันธุ์ใหม่ "โอมิครอน" ซึ่งตรวจพบแล้วอย่างน้อย 16 รัฐทั่วสหรัฐฯ กิลเบิร์ตระบุว่าเท่าที่รู้ก็คือกลายพันธุ์ของมันช่วยเพิ่มการแพร่กระจายเชื้อ และภูมิคุ้มกันที่เกิดจากวัคซีนหรือผ่านการติดเชื้อมาแล้ว อาจมีประสิทธิภาพรับมือกับโอมิครอนลดลง

"จนกว่าเราจะรู้มากกว่านี้ เราควรระมัดระวัง และใช้มาตรการต่างๆ เพื่อชะลอการแพร่ระบาดของตัวกลายพันธุ์ใหม่นี้" เธอกล่าว "แต่ก็อย่างที่เราเคยเห็นมาก่อน ประสิทธิภาพการป้องกันที่ลดลงต่อการติดเชื้อและติดเชื้ออาการเล็กน้อย ไม่จำเป็นต้องหมายความว่ามันลดประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้ออาการรุนแรงและเสียชีวิต"

จนถึงตอนนี้ตัวกลายพันธุ์เดลตายังคงเป็นสายพันธุ์หลักของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในสหรัฐฯ คิดเป็น 99.9% จากเคสผู้ติดเชื้อทั้งหมด

ส่วนสหราชอาณาจักร ตรวจพบเคสผู้ติดเชื้อตัวกลายพันธุ์โอมิครอนรายใหม่อีก 86 รายในวันอาทิตย์ (5 ธ.ค.) ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อตัวกลายพันธุ์นี้เพิ่มเป็น 246 คน

ขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันโดยรวมของสหราชอาณาจักรในวันอาทิตย์ (5 ธ.ค.) อยู่ที่ 43,992 ราย และเสียชีวิต 54 คน

(ที่มา : เอ็นบีซีนิวส์/บีบีซี)


กำลังโหลดความคิดเห็น