xs
xsm
sm
md
lg

ผู้เชี่ยวชาญสหรัฐฯตายในอินเดียแม้ฉีดครบ2โดส ก่อความกังวลประสิทธิภาพวัคซีนไฟเซอร์!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วัคซีนโควิด-19ของไฟเซอร์ ถูกลากเข้าสู่แก่นกลางความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการต่อต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ตัวกลายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในอินเดีย หลังผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านโรคติดเชื้อวัย 81 ปีรายหนึ่งจากสหรัฐฯ ซึ่งได้รับวัคซีนของไฟเซอร์ครบ 2 โดส ก่อนเดินทางเข้าสู่อินเดีย เสียชีวิตหลายวันหลังมีผลตรวจโควิด-19 ออกมาเป็นบวก ตามรายงานของสื่อมวลชนจีนเมื่อวันพุธ(5พ.ค.) พร้อมระบุสื่อกระแสหลักตะวันตกปิดปากเงียบกับข่าวการตายของเขา

แม้ไม่มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าวัคซีนของไฟเซอร์มีประสิทธิภาพลดลงกับตัวกลายพันธุ์ใหม่อินเดีย แต่ผลการศึกษาก่อนหน้านี้บ่งชี้ว่ามันมีอัตราการป้องกันลดลงกับตัวกลายพันธุ์อื่นๆ โกลบอลไทม์ส สื่อมวลชนของจีนรายงานโดยอ้างข้อมูลจากบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข

ราเจนดรา คาปิลา ศาสตราจารย์ผู้เชียวชาญด้านโรคติดต่อแห่งมหาวิทยาลัยรัตเกอร์ส รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐฯ เดินทางไปยังอินเดียในช่วงปลายเดือนมีนาคม และมีกำหนดบินกลับอเมริกาในช่วงกลางเดือนเมษายน แต่เขาถูกพบติดเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 8 เมษายน จากนั้นก็เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงนิวเดลี

รายงานข่าวระบุว่า คาปิลา เสียชีวิตในโรงพยาบาลในวันที่ 28 เมษายน แต่ไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการตายของเขา หรือไม่มีการระบุอย่างเจาะจงว่า คาปิลา ติดเชื้อตัวกลายพันธุ์อินเดียหรือไม่

"ในช่วงปีที่ผ่านมา ฉันได้ทำงานที่ห้องแล็บโควิด-19 ในนิวเจอร์ซีย์และได้ดูแลสภาพแวดล้อมที่บ้านให้ปลอดภัย"ดอคเตอร์ดีปรี ภรรยาของ คาปิลา กล่าว "เป็นเรื่องน่าแปลกใจ เรามาอินเดียเพียง 2 สัปดาห์ แต่เขากลับติดโควิด-19 และเสียชีวิตที่นี่" ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ฮินดูสถานไทม์ส

ดร.ดีปรี ได้ย้ำว่า ก่อนหน้าที่จะเดินทางมาอินเดีย ดร.คาปิลา ได้รับการฉีดวัคซีนต้านเชื้อโควิดของไฟเซอร์ทั้งสองโดสครบขนาดในสหรัฐอเมริกามาก่อนแล้ว

เว็บไซต์ข่าวโกลบอลไทม์ส ระบุว่าสื่อมวลชนกระแสหลักของตะวันตกยังคงปิดปากเงียบเกี่ยวกับการตายของ คาปิลา และโรงพยาบาลก็ไม่ตอบกลับ หลังโกลบอลไทม์สติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตามข่าวคราวการเสียชีวิตของเขาวนเวียนอยู่บนสื่อสังคมออนไลน์มาตั้งแต่เข้าสู่เดือนพฤษภาคม ในนั้นรวมถึงเว็บไซต์ Reddit ที่ระบุว่า คาปิลา ตายจากภาวะแทรกซ้อนของโควิด-19 ซึ่งไม่มีการเปิดเผยว่าคืออะไร แต่ผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่งนามว่า เนหา มาชมูดาร์ ผู้อ้างตัวว่าได้รับความยินยอมจากเพื่อนของครอบครัวคาปิลา โพสต์ข้อความใต้ข่าวตอบกลับว่า "คาปิลามีประวัติเป็นโรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดแดงเลี้ยงหัวใจอุดตัน และจากไปด้วยโรคหัวใจในตอนเช้าวันนี้"

กระนั้นก็ตามจนถึงตอนนี้ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน

จนถึงเดือนเมษายน สถาบันไวรัสวิทยาแห่งชาติของอินเดียยังคงแบ่งปันข้อมูลอย่างจำกัดเกี่ยวกับไวรัสตัวกลายพันธุ์ 2 ตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งจากตัวอย่างลำดับพันธุกรรม 361 ตัวอย่าง ที่รวบรวมระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคมปีนี้ พบว่ามีถึง 220 ตัวอย่าง หรือเกือบ 61% ที่เป็นไวรัสตัวกลายพันธุ์ 2 ตำแหน่ง

ส่วนอินเดีย เอ็กเพรส ก็รายงานในวันอังคาร(4พ.ค.) โดยอ้างบรรดานักวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิจัยท้องถิ่นแห่งหนึ่งของอินดีย ระว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ตัวกลายพันธุ์อินเดีย หรือที่รู้จักกันในชื่อ B.1.617 กำลังแทนที่ตัวกลายพันธุ์ก่อนๆอย่างรวดเร็ว บริเวณทางใต้ของอินเดีย และกำลังกลายเป็นสายพันธุ์หลัก

เถา ลินา เชี่ยวชาญด้านวัคซีนในเซี่ยงไฮ้ ให้สัมภาษณ์กับโกลบอลไทม์สในวันพุธ(5พ.ค.) ว่ายังไม่พบหลักฐานโดยตรงว่าวัคซีนของไฟเซอร์มีประสิทธิภาพกับตัวกลายพันธุ์นี้หรือไม่ พร้อมเน้นว่าบางทีวัคซีนที่ริเริมพัฒนาโดยจีนอาจมีประสิทธิภาพกับตัวกลายพันธุ์ 2 ตำแหน่ง มากกว่าวัคซีนของไฟเซอร์ที่ใช้เทคโนโลยี mRNA

"ในทางเทคนิคแล้ว วัคซีนของไฟเซอร์ใช้เซลล์มนุษย์ สังเคราะห์โปรตีนที่เรียกว่า spike protein หรือ S-protein ในร่างกายมนุษย์เพื่อก่อแอนติบอดี แต่วัคซีนที่พัฒนาโดยจีน ในนั้นรวมถึงซิโนแวคและชิโนฟอร์ม ใช้ไวรัสเชื้อตายเป็นแอนติบอดี ซึ่งอาจครอบคลุมตัวกลายพันธุ์มากกว่าเทคโนโลยีที่ไฟเซอร์ใช้"

เถา บอกว่าในขณะที่ประสิทธิภาพของไฟเซอร์ต่อตัวกลายพันธุ์อินเดียยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ผลการศึกษาต่างๆก่อนหน้านี้บ่งชี้ว่าประสิทธิภาพของวัคซีนของไฟเซอร์ลดลงกับตัวกลายพันธุ์อื่นๆของโควิด-19 "ร่างกายมนุษย์อาจดื้อวัคซีน สำหรับตัวกลายพันธุ์อาจจำเป็นถึงขั้นต้องใช้วัคซีนถึง 5 หรือ 6 โดส เพื่อก่อการปกป้องอย่างเพียงพอ จากเดิมที่ใช้แค่ 2 โดส"

(ที่มา:โกลบอลไทม์ส)


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...