xs
xsm
sm
md
lg

เวทีUNเดือด‘ทรัมป์’โจมตีจีน‘ปล่อย’ไวรัส ‘สี’ชวนทั่วโลกสู้โควิด-เหน็บมะกัน‘สุดกร่าง’

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กล่าวปราศรัยในการประชุมประจำปีครั้งที่ 75 ของสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ซึ่งปีนี้ต้องจัดกันแบบเสมือนจริงเกือบทั้งหมด ณ องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก วันอังคาร (22 ก.ย.)
การประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติปีนี้ แม้จัดกันแบบทางไกล แต่ก็ยังดุเดือดจากการโต้ตอบกันระหว่าง 2 มหาอำนาจใหญ่ โดย “ทรัมป์”ฉายหนังซ้ำโวยปักกิ่งต้องรับผิดชอบในการ “ปล่อย” โควิด-19 ระบาดทั่วโลก ขณะที่“สี” ชูภาพจีนเป็นแกนนำการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ พร้อมตำหนินโยบายอเมริกาต้องมาก่อนและการวางอำนาจบาตรใหญ่ของวอชิงตัน นอกจากนั้นทูตแดนมังกรยังตอกผู้นำสหรัฐฯว่าโกหก

ในวันอังคาร (22 ก.ย.) ซึ่งเป็นวันแรกของการประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็น ที่ปีนี้ต้องจัดแบบเสมือนเนื่องจากโรคระบาดโควิด-19 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่อยู่ระหว่างการเร่งหาเสียงโค้งสุดท้ายเพื่อให้ได้สิทธิครองทำเนียบขาวสมัยที่ 2 ในการเลือกตั้งซึ่งจะมีขึ้นวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ พุ่งประเด็นปราศรัยไปที่การโจมตีจีนโดยกล่าวหาว่า ปักกิ่งปล่อยให้ประชาชนเดินทางออกนอกประเทศในช่วงที่ไวรัสเริ่มระบาดเพื่อให้เชื้อแพร่ไปทั่วโลก แต่กลับล็อกดาวน์การเดินทางภายในประเทศ

ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวหาว่า รัฐบาลจีนและองค์การอนามัยโลก (ฮู) ป่าวประกาศผิดๆ ว่า ไม่พบหลักฐานว่า ไวรัสโคโรนาสามารถติดต่อระหว่างคน ซ้ำยังแถลงในเวลาต่อมาว่า คนที่ไม่มีอาการจะไม่แพร่เชื้อให้ผู้อื่น พร้อมเรียกร้องให้ยูเอ็นจัดการกับจีน

ทรัมป์ยังให้สัญญาว่า อเมริกาจะแจกจ่ายวัคซีนและจะชนะไวรัสโคโรนาเพื่อให้การระบาดยุติลง

สำหรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนกล่าวปราศรัยด้วยน้ำเสียงปรองดองในวิดีโอที่บันทึกเอาไว้ล่วงหน้า โดยเรียกร้องให้นานาชาติยกระดับการร่วมมือเพื่อรับมือวิกฤตโรคระบาด และย้ำว่า จีนไม่มีเจตนาจะสู้รบ “กับประเทศใดๆ ไม่ว่าในสงครามเย็นหรือสงครามร้อน”

กระนั้นคำปราศรัยของสี ก็ยังแฝงนัยตำหนิทรัมป์ ด้วยการเรียกร้องให้ทั่วโลกร่วมกันรับมือไวรัสโคโรนาโดยมีฮูเป็นแกนนำ ซึ่งตรงกันข้ามกับทรัมป์ที่ประกาศว่า อเมริกาจะถอนตัวจากองค์กรแห่งนี้ นอกจากนั้นประมุขแดนมังกรสำทับว่า ไม่ควรนำวิกฤตโรคระบาดมาเป็นประเด็นทางการเมืองหรือทำให้ชาติอื่นเสื่อมเสีย

นอกจากนั้น สียังประกาศแผนยกระดับเป้าหมายการปฏิบัติตามข้อตกลงปารีสเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน และเรียกร้องการปฏิวัติสีเขียว หลังจากไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้นทรัมป์ระบุในคำปราศรัยโดยโจมตีว่า จีนเป็นตัวการสำคัญในการสร้างมลพิษ

ทางด้าน จาง จุน เอกอัครราชทูตจีนประจำยูเอ็น ได้ออกมาตอบโต้ทรัมป์ เสมือนเป็นการเพิ่มเติมจากคำปราศรัยของสีซึ่งบันทึเอาไว้ล่วงหน้า โดยเขาบอกว่า ข้อกล่าวหาของประธานาธิบดีสหรัฐฯ “ไม่มีมูล” และ “การโกหกเป็นพันครั้งก็ยังเป็นการโกหกอยู่นั่นเอง”

จางยังกล่าวหาอเมริกาใช้การประชุมยูเอ็นยั่วยุให้เกิดการเผชิญหน้าและสร้างความแตกแยก

ขณะเดียวกัน แก็บบี สเติร์น ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของฮู ก็ทวิตตอบทรัมป์ว่า ฮูไม่ได้อยู่ใต้อำนาจจีน และทีมรับมือโควิดแถลงตั้งแต่วันที่ 14 มกราคมว่า ไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้สามารถติดต่อจากคนสู่คน รวมทั้งเริ่มหารืออย่างเปิดเผยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์แล้วเกี่ยวกับการแพร่เชื้อจากคนที่ไม่แสดงอาการหรือก่อนแสดงอาการ

ในส่วนของผู้กล่าวปราศรัยคนอื่นๆ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย กล่าวว่า ฮูควรยกระดับการประสานงานการรับมือไวรัสทั่วโลก และเสนอจัดการประชุมระดับสูงเกี่ยวกับการร่วมมือด้านวัคซีน

ประมุขวังเครมลินยังยืนยันความปลอดภัยของวัคซีนต้านไวรัสโคโรนาของรัสเซียและเสนอแจกจ่ายให้เจ้าหน้าที่ยูเอ็นฟรี

นอกจากกล่าวปราศรัยแล้ว เนื่องในโอกาสที่สหประชาชาติก่อตั้งมาครบรอบ 75 ปีในปีนี้ สียังได้ออกคำแถลงเมื่อวันจันทร์ (21) พูดโจมตีเป็นนัยๆ ถึงนโยบายอเมริกาต้องมาก่อนของทรัมป์ โดยบอกว่า ไม่มีประเทศไหนมีสิทธิ์ครอบงำกิจการโลก ควบคุมโชคชะตาของประเทศอื่นๆ หรือแสวงหาผลประโยชน์จากพัฒนาการต่างๆ เป็นของตัวเองแต่เพียงผู้เดียว และไม่ควรมีประเทศใดได้รับอนุญาตให้ทำสิ่งต่างๆ ตามอำเภอใจ วางอำนาจบาตรใหญ่ รังแก หรือชี้นิ้วสั่งโลก ลัทธิเอกภาคีคือภาวะที่ไร้ความหวัง

สำหรับ อันโตนิโอ กูเตียเรส เลขาธิการใหญ่ยูเอ็น เตือนว่า โลกกำลังอยู่บนเส้นทางที่อันตรายมากท่ามกลางความขัดแย้งรุนแรงระหว่างอเมริกากับจีน และนานาชาติต้องทำทุกทางเพื่อไม่ให้เกิดสงครามเย็น เพราะการแบ่งแยกทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจจะลุกลามกลายเป็นการแบ่งแยกทางภูมิยุทธศาสตร์และทางทหารอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

(ที่มา: รอยเตอร์/เอเอฟพี)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวปราศรัยแบบบันทึกเอาไว้ก่อนในการประชุมประจำปี ของสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ วันอังคาร (22 ก.ย.)
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...