เอเจนซีส์ – สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงยืนยันว่า กฎของคริสตจักรยังคงไม่เปลี่ยนแปลงที่ไม่อนุญาติให้ผู้หญิงสามารถบวชเป็นพระได้ในนิกายโรมันคาทอลิก และจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดไป แต่ทรงยอมรับว่ามีหลายสิ่งที่หญิงทำได้ดีกว่าชาย ในระหว่างการเสด็จกลับด้วยเครื่องบินราชพาหนะจากสวีเดนไปยังกรุงโรมในวันอังคาร(1 ต.ค) สร้างความผิดหวังให้กับกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีในศาสนจักรคาทอลิก ที่ออกมาระบุว่า "ถูกทำร้ายสาหัสจากระบบที่มีชายเป็นใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยชนชั้น"
หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนรายงานเมื่อวานนี้(1 พ.ย)ว่า ในระหว่างการเดินทางบนเครื่องบินจากสวีเดน เพื่อกลับไปยังกรุงโรมในวันอังคาร(1 พ.ย)หลังจากที่เสร็จสิ้นการเยือนสวีเดน โดยนักข่าวชาวสวีเดนได้ตั้งคำถามกับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสถึงจุดยืนของวาติกันต่อกฎห้ามไม่ให้สตรีสามารถบวชเป็นบาทหลวงในศาสนจักรนิกายโรมันคาทอลิกนั้นมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่
และทำให้โป๊ปฟรานซิสทรงตอบกลับมายืนยันคงเดิมว่า จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ซึ่งสื่ออังกฤษชี้ว่า เป็นการแสดงจุดยืนที่ไม่น่าแปลกใจสำหรับผู้นำคริสตจักรโรมันคาทอลิกจากอาร์เจนตินาผู้นี้ ที่มักปิดประตูตายต่อคำถามที่ว่า ผู้หญิงที่จะสามารถบวชเป็นบาทหลวงได้
โดยพระองค์ตรัสตอบนักข่าวชาวสวีเดนในขณะที่กำลังอยู่บนเครื่องว่า “เซนต์ โป๊ป จอห์น ปอล ที่ 2 ได้ทรงประกาศถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจน ในจุดยืนของทางวาติกันแล้ว จุดยืนนี้” โป๊ปฟรานซิสตรัสตอบในครั้งแรก ซึ่งทรงอ้างไปถึงเอกสารปี 1944 ที่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า "สตรีไม่สามารถบวชเป็นพระได้"
แต่นักข่าวคนเดิมได้ถามกลับมาว่า “แต่จะอยู่ตลอดไปหรือ” และเสริมว่า “ไม่ใช่ ไม่ใช่ไม่วันเลยหรือ” และทำให้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงตรัสว่า “หากว่าพวกเราได้อ่านคำสั่งของเซนต์ โป๊ป จอห์น ปอล ที่ 2 อย่างละเอียดแล้ว จะทราบได้ทันทีว่า มันต้องสมควรไปในทิศทางนั้น”
และผู้นำแห่งโฮลีซียังทรงตรัสต่อ โดยยอมรับว่า “ผู้หญิงสามารถทำหลายสิ่งได้ดีกว่าผู้ชาย” ซึ่งตอกย้ำคำกล่าวที่โป๊ฟรานซิสได้เคยเรียกร้อง “ด้านความเป็นหญิงแห่งศาสนจักรโรมันคาทอลิก”
โดยทรงกล่าวว่า “มีผู้คนได้ซักถามข้าพเจ้าว่าใครมีความสำคัญกว่ากันทางเทวะวิทยา หรือ ความเป็นจิตวิญญาณของศาสนาคริสต์ ระหว่างอัครสาวกและพระแม่มารีในวันเปนเตกอสเต (Pentecost) (**คริสตจักรโรมันคาทอลิกจึงถือวันนี้เป็นวันสมโภชพระจิตเจ้า และนับเป็นวันเกิดของคริสตจักร )
โดยทรงตรัสต่อว่า และคำตอบของข้าพเจ้าก็คือ“พระแม่มารี” และทรงกล่าวต่ออีกว่า “สำคัญมากกว่า”
แต่ถึงแม้ว่าประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกจะทรงสรรเสริญในสตรีอย่างไร แต่ดูเหมือนจะมีผลน้อยต่อกลุ่มเฟมินิสต์คาทอลิกที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่มีสตรีมีบทบาทมากขึ้นในศาสนจักร รวมไปถึง สามารถเป็นบาทหลวงได้
เดอะการ์เดียนรายงานเพิ่มเติมว่า การยืนยันจุดยืนของวาติกันต่อการอนุญาตให้ผู้หญิงสามารถบวชเป็นบาทหลวงได้นั้นเกิดขึ้น 1 วันหลังจากที่โป๊ปฟรานซิสได้ทรงลงนามแถลงการณ์ร่วมกับคริตจักรโปรเตสแตนต์ นิกายลูเทอแรนส์ (Lutherans) ในการรำลึกการปฎิรูปศาสนจักรโรมันคาทอลิกในปี 1517 ที่กิดขึ้นเนื่องมาจากบาทหลวงชาวเยอรมัน มาร์ติน ลูเธอร์(Martin Luther) ผู้ก่อตั้งนิกายโปรเตสแตนต์
โดยในแถลงการณ์ร่วมได้ระบุว่า ทั้งสองนิกายนั้นมีความเหมือนมากกว่าความต่าง และเมื่อโป๊ปฟรานซิสทรงเสด็จถึงสวีเดน ทรงได้รับการต้อนรับจากสังฆราชศาสนจักรนิกายลูเธอแรนส์ของสวีเดนซึ่งเป็นสตรีคือ อันต์เจ แจ็คเกเลน( Antje Jackelén)
สื่ออังกฤษรายงานต่อว่า ซึ่งคำตอบจากโป๊ปฟรานซิสสร้างความผิดหวังให้กับกลุ่มเคลื่อนไหวรณรงค์ให้สตรีสามารถขึ้นเป็นบาทหลวงในคริสตจักรคาทอลิกเป็นอันมาก โดย เคท แม็คเอลวี (Kate McElwee) ผู้อำนวยการบริหารร่วมหน่วยงาน “สัมนาสตรีเพื่อการบวชเป็นพระ” ( the Women’s Ordination Conference) ซึ่งเป็นองค์กรภาคสิทธิสตรีของสังคมคาทอลิก ได้ออกแถลงการณ์ว่า “ในพื้นที่นี้ พวกเราต้องต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดจากระบบกดขี่ ที่ตระหนักดีว่าอาณาจักรที่ชายเป็นใหญ่และเต็มไปด้วยชนชั้นนั้นนั้นได้ทำร้ายเรามาโดยตลอด”
และในแถลงการณ์ยังกล่าวต่อว่า “และเราได้ค้นพบอีกครั้ง และอีกครั้งว่า การแบ่งปันร่วมกันที่เท่าเทียม และตั้งคำถามที่สาหัส เป็นหนทางที่พวกเราจะสามารถนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่ตัวเรา ศาสนจักรของเรา และโลกของเรา”


