xs
xsm
sm
md
lg

นั่งไม่ติด! ธ.กลางจีน หั่น ดบ.กระตุ้นเศรษฐกิจ กอบกู้ตลาดหุ้นพังครืน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

 เหตุการณ์ “แบล็ก มันเดย์” ที่หุ้นจีนดำดิ่งแล้วพาให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเทกระจาดรับสัปดาห์ใหม่เมื่อวันจันทร์ (24 ส.ค.) ตอกย้ำความกังวลต่อความอ่อนแอเศรษฐกิจแดนมังกรที่อาจกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ขณะที่ในวันอังคาร(25ส.ค.) ทางธนาคารกลางจีนได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราเงินสำรองของธนาคารพาณิชย์ ในมาตรการล่าสุดที่มีเป้าหมายกระตุ้นเศรษฐกิจหมายเลข2ของโลก
เอเอฟพี - ธนาคารกลางของจีน เมื่อวันอังคาร (25 ส.ค.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราเงินสำรองของธนาคารพาณิชย์ ในมาตรการล่าสุดที่มีเป้าหมายกระตุ้นเศรษฐกิจหมายเลข 2 ของโลก ขณะที่พวกเขากำลังต่อสู้กับการพังครืนของตลาดหุ้น ความเคลื่อนไหวที่ช่วยพยุงให้ตลาดทุนฟื้นตัว เช่นเดียวกับวอลล์สตรีทที่พุ่งทะยานตั้งแต่เริ่มซื้อขาย

ธนาคารประชาชน (The People's Bank of China: PBOC) หรือธนาคารกลางจีน แถลงบนเว็บไซต์ว่าหลังลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากลง 0.25 เปอร์เซ็นต์ และปรับลดอัตราการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลงอีก 0.50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันพุธ (26 ส.ค.) หลังเคยดำเนินการอัตราเงินสำรองแบบเดียวกันมาแล้วในช่วงปลายเดือนมิถุนายน

ถ้อยแถลงของ PBOC ระบุว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนยังอยู่ายใต้แรงกดดัน พร้อมระบุว่าการปรับลดทั้งสองอย่างเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจที่แท้จริงให้ยังคงเติบโตแข็งแรงต่อไป

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ ถือเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งที่ 5 นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีก่อน ท่ามกลางความพยายามของเจ้าหน้าที่ซึ่งมุ่งมั่นป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรงเกินไป ส่งผลให้อัตราเงินกู้ถูกหั่นลงมาเหลือ 4.60 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ 1.75 เปอร์เซ็นต์ จากการเปิดเผยของธนาคารกลางจีน

ขณะเดียวกัน การปรับลดอัตราการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ก็เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างหนึ่ง เพราะมันช่วยเพิ่มจำนวนเงินที่ธนาคารสามารถปล่อยกู้ จึงเป็นการส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกทาง

การร่วงหนักของตลาดหุ้นจีน และความกังวลที่มากขึ้นเรื่อย ๆ จากต่างแดนต่อแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจแดนมังกร กระพือแรงเทขายในตลาดทุนทั่วโลก ท่ามกลางความวิตกว่าเศรษฐกิจโลกอาจได้รับผลกระทบด้วยหากว่าเศรษฐกิจของปักกิ่งทรุดหนัก

“การลดอัตราดอกเบี้ยและอัตราการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ เป็นมาตรการที่สมเหตุสมผลและจำเป็นอย่างยิ่งของรัฐบาล” เฉิน เจียเหอ หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์ของซินดา ซีเคียวริตีส์ บอกกับเอเอฟพี “ด้านหนึ่งมันสามารถสนับสนุนเศรษฐกิจที่แท้จริง ส่วนอีกด้านหนึ่งมันก็เป็นปัจจัยบวกสำหรับตลาดทุน”

ตลาดหุ้นจีนเคยพังครืนมาแล้วรอบหนึ่งในช่วงเดือนกรกฎาคม หลังเติบโตอย่างล่อแหลมมานานนับปี และแม้รัฐบาลจะออกมาตรการสนับสนุนขนานใหญ่เพื่อกระตุ้นชั่วคราว แต่ล่าสุดก็พบเห็นการแรงขายด้วยความตื่นตระหนกอีกครั้ง

จีน คือหนึงในตัวขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก และแม้ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การขยายตัวทางเศรษฐกิจของแดนมังกรจะชะลอตัวอย่างคงที่ แต่ก็มีความกังวลอย่างยิ่งว่าสถานการณ์ที่แท้จริงอาจเลวร้ายกว่าที่ข้อมูลอย่างเป็นทางการของประเทศแสดงออกมา

ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของจีน ย่ำแย่ที่สุดในรอบเกือบ 25 ปี เมื่อปีที่แล้ว โดยขยายตัว 7.4 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการเติบโตในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาสสองของปีนี้ก็ลดลงสู่ 7.0 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ แม้จะเป็นไปตามเป้าหมายอย่างเป็นทางการของรัฐบาล แต่ก็สร้างความประหลาดใจแก่เหล่านักเศรษฐศาสตร์ทั้งหลาย โดยเฉพาะในองค์ประกอบต่าง ๆ ของข้อมูลระหว่างช่วงเวลาดังกล่าวซึ่งพบว่าอ่อนแอโดยทั่วไป

แม้ตลาดทุนอื่น ๆ ในเอเชียจะปิดผสมผสาน แต่ในฝั่งยุโรปซึ่งเมื่อวันจันทร์ (24 ส.ค.) ต้องประสบภาวะการดำดิ่งครั้งเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี 2008 ได้ดีดตัวขึ้นจากแรงช้อนซื้อเก็งกำไร และความเคลื่อนไหวลดอันตราดอกเบี้ยครั้งที่ 5 ในรอบ 9 เดือนของธนาคารกลางจีน ซึ่งปัจจัยนี้เองก็ดันให้วอลล์สตรีทพุ่งทะยานทันทีตอนเปิดตลาด


กำลังโหลดความคิดเห็น