ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวชิ้นหนึ่งจากมหานครนิวยอร์กของสหรัฐฯที่สร้างความประหลาดใจไม่น้อยโดยเฉพาะกับบรรดาคุณผู้หญิงที่รักสวยรักงามทั้งหลายซึ่งต่างมีความ ปรารถนาแรงกล้าอยากให้ใบหน้าของตนดูเปล่งปลั่งตึงกระชับอยู่ตลอดเวลาไม่ต่างจากสาวแรกรุ่น
รายงานข่าวชิ้นดังกล่าวซึ่งถูกส่งตรงมาจากย่านแมนฮัตตันในนิวยอร์กระบุว่า ขณะนี้ ร้านสปาที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง “ชิซูกะ นิวยอร์ก” ได้ออกคอร์สดูแลผิวหน้าใหม่สำหรับคุณสุภาพสตรีทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้จาก “ขี้นก” จนทำให้หลายต่อหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่ามนุษย์เราในทุกวันนี้ลุ่มหลงการรักษารูปโฉมของตัวเองจนถึงขั้นที่ต้องยอมนำมูลของสัตว์ปีก มาละเลงบนใบหน้าของตัวเองกันแล้วหรือ ?
ด้านนางชิซูกะ เบิร์นสไตน์ เจ้าของร้าน ผู้บุกเบิกกิจการสปาและการเสริมความงามในย่านแมนฮัตตันมานานกว่า 10 ปี ออกมาเปิดเผยว่า เธอตัดสินใจทุ่มเงินมหาศาล (ซึ่งไม่มีการเปิดเผยจำนวนที่แน่ชัด) เพื่อสั่งนำเข้ามูลของนก “ไนติงเกล”จากทวีปเอเชีย เพื่อนำมาใช้ในการดูแลผิวหน้าให้กับลูกค้า รวมถึงเหล่าคนดังในนิวยอร์กโดยเฉพาะ
นางเบิร์นสไตน์ ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นนัก “สุนทรียศาสตร์”ระดับแถวหน้าของวงการ ยืนยันว่า ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าตัวใหม่ล่าสุดของเธอซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญคือ ขี้นกไนติงเกลผสมกับรำข้าวนั้นมีความปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ต่อผิวหน้าของผู้บริโภค และเป็นหนึ่งในสูตรลับด้านความงามที่หญิงสาวในญี่ปุ่นรู้จักใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว
เจ้าของร้านชิซูกะ นิวยอร์กระบุว่า ในแต่ละเดือนจะมีลูกค้าทั้งชายหญิงระดับวีไอพีราว 100 คน ที่ต้องการให้ร้านของเธอดูแลเรื่องของผิวหน้าให้เป็นกรณีพิเศษ พร้อมระบุว่า ผู้ที่ได้มาใช้บริการผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ร้านของเธอซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากถนน “Fifth Avenue” อันโด่งดังของแมนฮัตตัน ต่างประทับใจไม่น้อย
นางเบิร์นสไตน์ซึ่งเกิดที่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น แต่พบรักและแต่งงานกับเศรษฐีชาวอเมริกันระบุว่า ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าตัวใหม่ของเธอที่ได้จากส่วนผสมหลักคือ มูลนกไนติงเกลกับรำข้าวนั้น จะมีสนนราคาอยู่ที่ชุดละ 180 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 5,600 บาท) เท่านั้น ซึ่งเป็นราคาที่เหมาะสมกับคนทุกระดับชั้น และหมายความว่า คุณไม่จำเป็นต้องเป็นดาราและเหล่าไฮโซ คุณก็สามารถจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวได้ เพื่อแลกกับการนำขี้นกและรำข้าวมาพอกไว้บนผิวหน้าของคุณ!
รายงานข่าวระบุว่า การนำมูลของนกมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้ามิใช่เรื่องที่แปลกประหลาดแต่อย่างใดในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากมีหลักฐานทางโบราณคดีที่ยืนยันได้ว่า เหล่าหญิงสาวที่ยึดอาชีพเป็น “เกอิชา” ในแดนปลาดิบรู้จักใช้ขี้นกนานาชนิด รวมถึง “นกพิราบ”ในการดูแลผิวหน้าของพวกเธอมาตั้งแต่ยุคปี ค.ศ. 1600 มาแล้ว แม้วิธีดูแลผิวหน้าเช่นนี้จะยังถือเป็นเรื่องที่แปลกใหม่สำหรับสังคมอเมริกันและยุโรปก็ตาม
“ดิฉันพยายามนำความลับด้านความงามอันเก่าแก่ของชาวญี่ปุ่น มาเปิดเผยแก่ชาวอเมริกัน” ชิซูกะเผย พร้อมยอมรับว่าเธอร่ำเรียนวิธีดูแลผิวหน้าด้วยขี้นกนี้ มาจากมารดาของเธอเอง
เจ้าของร้านสปาชื่อดังรายนี้ ทิ้งท้ายด้วยการการันตีว่า ผลิตภัณฑ์ของเธอจะช่วยให้ผิวหน้าดูกระชับ และนุ่ม นอกจากนั้นเอ็นไซม์ในมูลของนกไนติงเกลยังมีสรรพคุณในการช่วยขัดผิวหน้าได้เป็นอย่างดี พร้อมย้ำว่านกไนติงเกลเป็นนกที่บริโภคเฉพาะเมล็ดของพืชเท่านั้น ดังนั้น เอ็นไซม์ที่ได้จากมูลของมันจึงเป็นเอ็นไซม์ธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ดี ดร. มิเชล กรีน ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชสำอางค์ในแมนฮัตตันออกมาตั้งข้อสังเกตว่าผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าที่ทำจากขี้นกไนติงเกลนั้น อาจมีคุณสมบัติที่ "ไม่ได้แตกต่างอะไร" กับการใช้โฟมสครับที่สกัดจากผล “แอพริคอต” หรืออุปกรณ์มาสก์หน้าทั่วๆไปที่สามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาตามข้างถนน พร้อมตั้งคำถามว่าเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า นกไนติงเกลจะรับประทานแต่ของที่สะอาดอย่างเมล็ดพืชเท่านั้น ก่อนที่เราจะนำมูลของพวกมันมาพอกบนใบหน้าของเรา


