เอเอฟพี - บุรุษกลุ่มหนึ่งกำลังต่อสู้เพื่อควบคุมวิกฤตนิวเคลียร์ญี่ปุ่นด้วยจิตวิญญาณของซามูไร โดยไม่สนใจถึงขีดจำกัดที่ร่างกายจะสามารถรับกัมมันตภาพรังสีได้
เจ้าหน้าที่บางคนมีความมุ่งมั่นในการทำภารกิจ ซึ่งพวกเขาเห็นว่าเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยชาติในครั้งนี้ ถึงขนาดไม่พกเครื่องโดซิมิเตอร์ ดังนั้น นายจ้างไม่มีทางรู้เลยว่าบุคคลเหล่านี้ได้รับกัมมันตรังสีไปแล้วจริงๆ มากน้อยแต่ไหน
ทั้งๆ ที่รัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่งประกาศยกระดับความรุนแรงของวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะขึ้นเป็นระดับ 7 ทว่า ฮิโรยูกิ โคโนะ วิศวกรวัย 44 ปี กลับกำลังมุ่งหน้าเข้าไปยังแหล่งกัมมันตรังสีที่รั่วไหล แม้รู้อยู่เต็มอกว่า มันจะทำให้เขาป่วยในวันใดในหนึ่ง
เขาเล่าให้ฟังว่า “เจ้านายโทร.มาหาผมเมื่อ 3 วันก่อน เขาบอกผมว่า ‘สถานการณ์ที่นั่นร้ายแรงมากกว่าที่สื่อรายงาน มันอยู่เหนือคามคาดหมายของเราแล้ว คุณยังจะมาไหม?’ ”
“เจ้านายพูดแค่นั้น ไม่จำเป็นต้องคุยอะไรกันมาก เพราะเราต่างรู้ดีว่าสถานการณ์เลวร้ายจริงๆ” โคโนะพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล นิ่งเงียบเป็นช่วงๆ ระหว่างแต่ละประโยค
นายจ้างกับโคโนะไม่ได้พูดกันถึงเรื่องเงินตอบแทนหรือค่าชดเชยสำหรับความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาวแม้แต่น้อย โรคร้ายต่างๆ นานารวมทั้งมะเร็ง
เขาสำทับว่า “มันไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินอีกต่อไป”
โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ ไดอิจิ ได้รับความเสียหายจากคลื่นสึนามิซัดทำลายพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น หลังเกิดแผ่นดินไหว 9.0 เมื่อวันที่ 11 มีนาคม เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการแล้ว 13,500 คน อีกกว่า 15,000 คนยังหายสาบสูญ และผู้คนนับแสนตกอยู่ในสภาพไร้บ้าน
ระบบหล่อเย็นเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ล้มเหลวส่งผลให้แท่งเชื้อเพลิงปรมาณูร้อนขึ้นโดยควบคุมไม่ได้ จนรัฐบาลต้องประกาศยกระดับวิกฤตนิวเคลียร์ครั้งนี้ให้เทียบเท่ากับอุบัติภัยโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล เมื่อ 25 ปีที่แล้ว
ฮิโรยูกิ โคโนะ วิศวกรภายใต้สัญญาจ้างช่วง ระบุว่า เขาได้รับมอบหมายให้ดูแลห้องควบคุมของโรงฟฟ้าฟูกูชิมะ ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารต้านทานแผ่นดินไหว ณ ที่นั่น เขาจะได้รับกัมมันตภาพรังสีในระดับร้ายแรง โดยทุกๆ ชั่วโมงเขาจะได้รับรังสีเท่ากับที่คนปกติได้รับภายใน 1 ปี
งานเร่งด่วนของเจ้าหน้าที่ฟูกูชิมะ ไดอิจิ มีตั้งแต่การกำจัดน้ำปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสี การเก็บกวาดซากปรักหักพังที่ปนเปื้อนรังสี การตรวจวัด ไปจนถึงการเชื่อมต่อสายไฟเข้ากับอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อกู้ระบบหล่อเย็นให้กลับมาทำงานตามปกติให้ได้
ภารกิจที่โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ ไดอิจิ อาจเป็นงานชิ้นสุดท้ายในอาชีพของฮิโรยูกิ โคโนะ ซึ่งใช้ทั้งชีวิตอยู่กับอุตสาหกรรมนิวเคลียร์
บุรุษวัย 44 ปีผู้นี้ได้หยุดพักงานมาแล้วช่วงหนึ่ง และกำลังกลับไปเสี่ยงชีวิตอีกครั้งยังศูนย์กลางการรั่วไหลของกัมมันตภาพรังสี ทั้งๆ ที่รู้ข่าวว่ามีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งได้รับรังสีเข้าร่างกายเกินกว่าปริมาณที่ควรได้รับตลอดชีวิต
ลูกจ้างคนหนึ่งของบริษัทโตเกียว อิเล็กทริก เพาเวอร์ (เท็ปโก) ซึ่งเป็นเพื่อนของโคโนะระบุว่า เครื่องโดซิมิเตอร์ของเขาแสดงตัวเลขใกล้ถึง 250 มิลลิซีเวิร์ต ถือว่ามากกว่าระดับที่คนทั่วไปได้รับภายในหนึ่งปีถึง 250 เท่า
ระดับกัมมันตรังสีจากภารกิจนี้สูงเกินกว่าที่กฎหมายญี่ปุ่นกำหนดไว้มากมายนัก โดยคนงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์คนใดก็ตามที่ได้รับกัมมันตรังสีเกินระดับที่กำหนดไว้ จะถูกถอดถอนออกจากงานดังกล่าวไปตลอดชีวิต
“เพื่อนของผมระบายให้ฟังว่า ‘ทำต่อไปไม่ได้แล้ว มันเกินขีดจำกัด ผมขอโทษที่คุณต้องกลับมา แต่ผมทำต่อไม่ไหวจริงๆ’” โคโนะเล่า นอกจากนี้ เพื่อนของโคโนะเล่าถึงเรื่องเพื่อนร่วมงานภายในโรงไฟฟ้า ซึ่งถอดเครื่องโดซิมิเตอร์ เครื่องตรวจวัดกัมมันตภาพรังสีออก ดังนั้นเจ้าหน้าที่จะไม่มีทางรู้ระดับรังสีสะสมของกลุ่มคนเหล่านั้น
“หากไม่มีคนงาน วิกฤตนี้จะไม่มีวันจบ” โคโนะกล่าว
ขณะขับรถออกมาจากบ้านของพ่อแม่ หลังจากเอ่ยคำร่ำลาเรียบร้อยแล้ว โคโนะระบุว่า พยายามไม่คิดถึงสิ่งที่กำลังรออยู่ “ผมยอมรับความเสี่ยงนี้ ผมกำลังไป มันเป็นความรับผิดชอบของผม” เขากล่าว “ตอนเล่นเคนโดสมัยเรียนอยู่ชั้นประถม มีอยู่คำหนึ่งที่เราใช้อยู่เสมอ นั่นคือ สงบสยบความเคลื่อนไหว”
“ซามูไรต้องสุขุมสงบเยือกเย็นอยู่เสมอ” เขากล่าว