xs
xsm
sm
md
lg

"พร้อมเพย์" ดีเดย์ 15 ก.ค. "บิ๊กตู่"ชูยุคใหม่โอนเงินดิจิทัล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลผลักดันบริการโอนเงินและรับโอนเงินแบบใหม่ “พร้อมเพย์ (Promptpay)” หรือชื่อเดิม "Any ID" หนึ่งในโครงการหลักภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment) และเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมีธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ เข้าร่วมด้วย

สำหรับระบบพร้อมเพย์ คือ บริการที่ทุกคนสามารถโอนเงินให้แก่ผู้อื่นโดยไม่ต้องสอบถามเลขที่บัญชีธนาคาร ช่วยเพิ่มความสะดวกด้วยการจัดให้มีระบบข้อมูลกลาง หรือถังข้อมูล เชื่อมบัญชีธนาคารทุกธนาคาร หมายเลขโทรศัพท์มือถือ และเลขประจำตัวประชาชนเข้าด้วยกัน จึงสามารถใช้หมายเลขโทรศัพท์และเลขประชาชนอ้างอิงแทนได้ และบัญชีเงินฝากนั้นยังคงใช้โอนเงินได้ตามปกติ โดยในระยะแรกจะเริ่มให้บริการระหว่างบุคคลก่อน จากนั้นจะขยายไปยังนิติบุคคล ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.59 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ รัฐบาลจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนพร้อมเพย์ ผ่านระบบข้อมูลกลางของธนาคารทุกแห่ง โดยต้องเตรียมข้อมูลหรือเอกสารหลักฐาน 3 อย่าง คือ 1) เลขที่บัตรประชาชน 2) หมายเลขโทรศัพท์มือถือ 3) เลขที่บัญชีธนาคาร ไปแจ้งกับธนาคารที่เปิดบัญชีไว้ และประชาชนสามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการผูกบัญชีได้ตลอดเวลา

ส่วนประโยชน์ของระบบพร้อมเพย์ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของภาครัฐคือ ช่วยลดความยุ่งยากของหน่วยงาน และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้รับเงินเร็วขึ้น เช่น การใช้ประโยชน์จากเลขประชาชน 13 หลัก รับเงินสวัสดิการจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการคืนภาษีเข้าบัญชีได้ทันที ไม่ต้องส่งเช็คขีดคร่อม การรับเงินชดเชยช่วยเหลือเกษตรกร การรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เงินบำนาญ เบี้ยหวัด ฯลฯ นอกจากนี้ บุคคลทั่วไปยังสามารถโอนเงินให้กันโดยใช้หมายเลขโทรศัพท์แทนเลขบัญชีธนาคาร เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ และค่าธรรมเนียมอาจถูกกว่าการโอนเงินโดยใช้เลขบัญชี ผ่านเครื่องเอทีเอ็ม อินเทอร์เน็ต หรือแอพพลิเคชัน

“นายกฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เพราะถือเป็นมิติใหม่ของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาประเทศ ช่วยให้ประชาชนมีความสะดวกมากขึ้น รัฐสามารถจ่ายเงินช่วยเหลือได้ตรงกลุ่มเป้าหมายและประเมินผลได้ง่าย เพิ่มความโปร่งใส ลดการทุจริต การโกงภาษี และลดต้นทุนการบริหารจัดการธนบัตร โดยได้กำชับให้ธนาคารของรัฐทุกแห่งเร่งเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับระบบดังกล่าว จึงขอความร่วมมือธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งร่วมดำเนินการให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

รวมทั้งสั่งการให้กรมการปกครอง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแนวทางปฏิบัติร่วมกัน เพื่อป้องกันการซ้ำซ้อนของเลขประชาชน 13 หลักในอนาคต” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...