เอาใจสายรักสุขภาพ ชวนไปออกกำลังกายที่ “6 สวนสาธารณะ” ในกรุงเทพฯ ออกไปสูดอากาศให้เต็มปอด จะเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิก รำไทเก็ก ยกน้ำหนัก ฯลฯ แต่ละสวนก็เปิดพื้นที่ให้กับทุกคน พร้อมๆ ไปกับการได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
เทรนด์รักสุขภาพกำลังมาแรง หลายคนนิยมไปออกกำลังกายกันที่สวนสาธารณะใหญ่ใจกลางเมือง ไม่ว่าจะมาเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิก หรือกิจกรรมออกกำลังกายอื่นๆ จะเห็นว่ามีคนมาใช้พื้นที่สวนเป็นจำนวนมาก ทั้งช่วงเช้าและเย็น
ซึ่งในกรุงเทพมหานคร ก็มีสวนสาธารณะใหญ่ๆ หลายแห่ง ที่มีพื้นที่สาธารณะรองรับผู้ที่จะมาออกกำลังกาย รวมถึงมานั่งพักผ่อนหย่อนใจ ใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ละที่ก็มีความโดดเด่นและมีจุดน่าสนใจแตกต่างกันไป
พื้นที่สีเขียวใจกลางกรุงเทพฯ นี้ ยังถูกหยิบยกมาแนะนำให้กับผู้เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank 2026 ที่กำลังจัดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้แนะนำว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่ไม่ได้มีเพียงสีสันและความทันสมัย แต่ยังเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวที่พร้อมให้ทุกคนได้พักกาย เติมพลังใจ และสัมผัสธรรมชาติท่ามกลางมหานคร โดยได้แนะนำปักหมุด 4 สวนสาธารณะน่าพักผ่อนและเดินทางสะดวก คือ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สวนหลวง ร.9 สวนเบญจกิติ และสวนลุมพินี
ส่วนสวนธารณะใหญ่ในกรุงเทพฯ ที่เราอยากชวนไปวิ่งออกกำลังกายกัน มีดังนี้
สวนลุมพินี
“สวนลุมพินี” ถือเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นพระราชมรดกที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระราชทานไว้แก่ชาวพระนคร ปัจจุบันก็ยังคงเป็นสวนสาธารณะกลางกรุงที่มีผู้คนมาใช้บริการเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน
กิจกรรมสุดฮิตของสวนลุมพินี ก็มีตั้งแต่ การเดิน-วิ่ง คนรักสุขภาพหลายๆ คนนิยมมาเดิน-วิ่งออกกำลังกายที่สวนลุมพินี ด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ช่วงเช้าๆ อาจจะเงียบสงบมากกว่า ส่วนในช่วงเย็นแดดร่มลมตกก็จะคึกคักมากขึ้น เส้นทางเดิน-วิ่งรอบสวน เป็นพื้นถนนลาดยาง รอบใหญ่มีระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร มีจุดออกกำลังกายกลางแจ้งให้แวะยืดเหยียดกันได้ มีห้องน้ำตามจุดต่างๆ และใครที่มีของมาด้วยก็สามารถฝากไว้ที่ล็อกเกอร์ในห้องน้ำได้เลย
ส่วนตอนเย็นมีอีกกิจกรรมสุดฮิต คือ เต้นแอโรบิก จุดใหญ่ๆ คือบริเวณลานหลังพระบรมรูป ร.๖ และ ลานสวนปาล์ม วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.00-20.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 17.00-18.00 น. จะมีผู้นำเต้นหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไปในแต่ละวัน รูปแบบการเต้นและแนวเพลงก็มีความหลากหลาย
ใครเป็นคนรักสัตว์ ที่นี่ก็มีน้องแมวมาให้เติมแมวกันด้วย บางตัวดูอ้วนท้วนสมบูรณ์ เพราะมักจะมีเหล่าทาสแมวแวะเวียนมาดูแล และแมวที่นี่ก็ยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลสุขภาพเป็นระยะด้วย และไฮไลต์สัตว์ในสวนลุมฯ ก็คือ เหี้ย (ตัวเงินตัวทอง) เป็นสัตว์เลื้อยคลานคู่สวนลุมฯ และตอนนี้ก็นับว่าเป็นอีกซอฟท์พาวเวอร์ของกรุงเทพฯ เพราะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาที่มาเที่ยวในกรุงเทพฯ แล้วต้องปักหมุดมาที่สวนลุมพินี เพราะอยากจะมาถ่ายรูปน้อง
การเดินทาง : BTS สถานีศาลาแดง (ทางออก 6) / สถานีราชดำริ (ทางออก 4) และ MRT สถานีสีลม (ทางออก 1) / สถานีลุมพินี (ทางออก 3) มีที่จอดรถภายในสวน ฝั่งประตู 1 ถนนวิทยุ
สวนเบญจกิติ
“สวนเบญจกิติ” เป็นสวนสาธารณะใจกลางกรุงฯ ที่อยู่ติดกับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีบึงน้ำขนาดใหญ่ และเส้นทางเดิน วิ่ง รอบบึงยาวกว่า 2 กิโลเมตร
ย้อนอดีตกลับไปในปี พ.ศ. 2535 โรงงานยาสูบแห่งประเทศไทยได้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินบริเวณดังกล่าว เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 5 รอบ และได้รับพระราชทานชื่อสวนแห่งนี้ว่า สวนเบญจกิติ มีเนื้อที่รวมทั้งหมดประมาณ 450 ไร่ แบ่งเป็น สวนป่าเบญจกิติ ประมาณ 259 ไร่ ซึ่งต่อมามีการดำเนินการปรับปรุงใหม่
สวนป่าเบญจกิติ เป็นโครงการใหม่ที่อยู่ทางด้านหลังสวนเบญจกิติเดิม มีการพัฒนาพื้นที่เชื่อมต่อกันเพื่อสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 7 รอบ เพื่อสร้างความผูกพัน และสำนึกรักป่า น้ำ สิ่งแวดล้อมให้แก่คนเมือง และเป็นต้นแบบของสวนสาธารณะเชิงนิเวศอย่างยั่งยืน
ไฮไลต์ของสวนป่าเบญจกิติ คือ เกาะต้นไม้กลางบึงน้ำ นำมาจากภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวสวน ยกรากต้นไม้ให้สูงกว่าระดับน้ำใต้ดิน ทำให้น้ำซึมเข้าสู่ดิน รากต้นไม้สามารถดูดซับน้ำ จึงเจริญเติบโตได้ดี พร้อมทั้งลดการระเหยของน้ำ และช่วยลดอุณหภูมิของพื้นที่รอบๆ ได้อีกด้วย
พื้นที่เส้นทางออกกำลังกายเอาใจคนรักสุขภาพ แบ่งเป็นทางเดิน เส้นทางวิ่ง และเส้นทางจักรยาน โดยมีจุดขายอย่างสกายวอล์ค (Sky Walk) ทางเดินระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ชมธรรมชาติจากมุมสูง เดินออกกำลัง และยังเป็นจุดยอดนิยมของการถ่ายรูป
พื้นที่อีกส่วน เป็นการนำเอาอาคารเก่าของโรงงานยาสูบมาปรับปรุงใหม่ เตรียมเป็นพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติฯ นอกจากนี้ยังมีอาคารศูนย์กีฬา และอัฒจันทร์กลางแจ้ง ที่สามารถรองรับผู้ร่วมกิจกรรมได้มากกว่า 15,000 คน
และบริเวณสกายวอล์คที่สวนป่าเบญจกิติ ยังเชื่อมเข้ากับ “สะพานเขียว” ซึ่งเป็นสะพานยกระดับตัดผ่านชุมชนและแนวถนน เชื่อมต่อไปยังสวนลุมพินี ด้วยระยะทาง 1.6 กิโลเมตร ทำให้ผู้คนสามารถสัญจรไปมาระหว่างสองสวนนี้ได้สะดวก (คลิกอ่านเรื่อง “สะพานเขียว”)
การเดินทาง : BTS สถานีอโศก (ทางออก 4) และ MRT สถานีสุขุมวิท (ทางออก 3) / สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (ทางออก 3) มีลานจอดรถทางเข้าฝั่งสวนป่าเบญจกิติ
สวนจตุจักร
“สวนจตุจักร” สวนสาธารณะที่อยู่ติดกับ BTS หมอชิต เป็นสวนสาธารณะขนาดไม่ใหญ่นัก สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2521 ในสมัยพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยได้นำกองขยะที่ดินแดง มาถมที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อสร้างสวนจตุจักร พร้อมย้ายตลาดนัดสนามหลวงมาอยู่บริเวณนี้ ปัจจุบันคือ “ตลาดนัดจตุจักร” ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เต็มไปด้วยสินค้าสารพัดสารพัน รวมถึงเป็นตลาดต้นไม้ใจกลางกรุงฯ ที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศอีกด้วย
โดยสวนจตุจักร เป็นสวนสาธารณะหลักของ “อุทยานสวนจตุจักร” ที่ประกอบด้วย “สวนจตุจักร” พื้นที่ 155 ไร่ “สวนวชิรเบญจทัศ” หรือ “สวนรถไฟ” พื้นที่ 375 ไร่ และ “สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ” พื้นที่ 196 ไร่ รวมทั้งหมด 727 ไร่ ซึ่งทั้ง 3 สวนนี้มีพื้นที่เชื่อมต่อถึงกัน
สำหรับสวนจตุจักร เป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของกรุงเทพมหานคร เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2523 ลักษณะของสวนจะมีพื้นที่ยาวขนานไปกับถนนใหญ่ มีเส้นทางเดินวิ่งรอบสวนประมาณ 3 กิโลเมตร รอบๆ บึงน้ำขนาดใหญ่ มีต้นไม้ สนามหญ้า และแปลงดอกไม้ที่จัดไว้อย่างสวยงาม
สัญลักษณ์ของสวนจตุจักร ก็คือ หอนาฬิกา, นาฬิกาดอกไม้, ประติมากรรมอาเซียน 6 ประเทศ และยังมีสวนวรรณคดี ที่มีต้นไม้จากวรรณคดีไทยให้ได้ชมกัน อีกหนึ่งไฮไลต์คู่กับสวนจตุจักรก็คือ “กระรอก” ที่มักจะออกมาทักทายให้นักท่องเที่ยวได้เห็นกัน เนื่องจากภายในพื้นที่สวนจตุจักรที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ อันเป็นที่อยู่ของกระรอกจำนวนนับร้อยตัว ทำให้สวนจตุจักรแห่งนี้ยังมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “สวนกระรอก” นั่นเอง
การเดินทาง : BTS สถานีหมอชิต (ทางออก 1 หรือ 3) และ MRT สถานีสวนจตุจักร (ทางออก 1 หรือ 2) มีลานจอดรถเล็กๆ 2 จุด ทางฝั่งถนนกำแพงเพชร 3
สวนวชิรเบญจทัศ
“สวนวชิรเบญจทัศ” หรือที่รู้จักกันในชื่อของ “สวนรถไฟ” ตั้งอยู่ที่ถนนกำแพงเพชร 3 เป็นหนึ่งในสวนสาธารณะของ “อุทยานสวนจตุจักร” ซึ่งสวนแห่งนี้เป็นสวนแห่งครอบครัว ที่สามารถมาเดิน – วิ่ง ออกกำลัง หรือ ปั่นจักรยานได้
เดิม “สวนรถไฟ” เคยใช้เป็นสนามกอล์ฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย มีเนื้อที่ 375 ไร่ ต่อมาได้สร้างเป็นสวนสาธารณะเพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการพักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายของประชาชนในย่านใกล้เคียง และยังเป็นที่สามารถศึกษานกหลายชนิดที่มีอยู่เองตามธรรมชาติได้อีกด้วย เพราะในสวนมีต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่เป็นจำนวนมาก
สำหรับกิจกรรมยอดฮิตของคนที่มาที่สวนรถไฟ นั่นก็คือการปั่นจักรยานชมบรรยากาศและออกกำลังกาย เพราะพื้นที่ของสวนรถไฟ นับว่ากว้างใหญ่มากเกินกว่าที่จะเดินชมได้ทั่ว บริเวณลานจอดรถของสวนรถไฟจึงมีร้านให้บริการเช่าจักรยานเปิดอยู่หลายร้าน ไม่ใช่แค่จักรยาน แต่ยังมีบริการให้เช่าเสื่อไว้นั่งเล่นนอนเล่นในสวนด้วยเช่นกัน
เส้นทางของจักรยานทางภายในสวนรถไฟ มีระยะทาง 3.6 กิโลเมตร จะเป็นทางวันเวย์ ห้ามขี่ย้อนกลับ เพราะฉะนั้นถ้าขี่แล้วต้องให้ครบรอบ ขี่ผ่านร่มเงาแมกไม้ สบาย ๆ มีห้องน้ำให้แวะทำธุระ ล้างหน้าล้างมือ อยู่เป็นระยะ ๆ ขี่สำรวจให้ทั่ว ก็จะเจอบริเวณสวย ๆ อีกมากมายที่ซ่อนอยู่ในสวนรถไฟแห่งนี้
ส่วนเส้นทางเดินวิ่งรอบสวน มีระยะทางรอบเล็ก ประมาณ 2.64 กิโลเมตร ระยะทางรอบใหญ่ ประมาณ 3.6 กิโลเมตร มีสนามหญ้ากว้างๆ ให้วิ่งเล่นได้ และยังมี “เมืองจราจรจำลอง” สำหรับเด็กๆ ได้เรียนรู้กฎจราจร “ศูนย์กีฬาวชิรเบญจทัศ” ให้บริการด้านสถานที่ และอุปกรณ์กีฬาแก่สมาชิก มีสระว่ายน้ำ สนามฟุตซอล สนามฟุตบอล สนามสตรีทบอล ลานเปตอง ฟิตเนส
นอกจากนั้น ภายในสวนรถไฟยังเป็นที่ตั้งของ “อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ” ที่มีความรู้เกี่ยวกับผีเสื้อตั้งแต่ตอนเกิดและวงจรชีวิตที่ไม่เหมือนใคร และกรงจัดแสดงผีเสื้อซึ่งเป็นกรงตาข่ายขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ 1,168 ตร.ม. และอีกจุดที่น่าสนใจคือ “หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ” หรือ “สวนโมกข์ กรุงเทพฯ” ที่ก่อตั้งขึ้นเนื่องในวาระครบรอบ 100 ปี พุทธทาส ภายในหอจดหมายเหตุฯ เป็นทั้งแหล่งรวบรวมผลงาน เอกสาร เทปบันทึกเสียงศึกษาธรรมะ อันเป็นการสืบสานงานพระพุทธศาสนาผ่านงานของท่านของพุทธทาส
การเดินทาง : BTS สถานีหมอชิต (ทางออก 1 หรือ 3) และ MRT สถานีสวนจตุจักร (ทางออก 1 หรือ 2) แล้วเดินทะลุสวนจตุจักรเข้ามา มีลานจอดรถด้านหน้าสวนรถไฟ (เข้าทางถนนวิภาวดีรังสิต ด้านข้าง ปตท.)
สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
“สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์” หรือที่มักเรียกกันว่า “สวนฯ สิริกิติ์” หนึ่งในสวนสาธารณะของ “อุทยานสวนจตุจักร” เป็นสถานที่พักหย่อนใจของประชาชนในลักษณะสวนพฤษศาสตร์ และสวนป่า โดยมีทั้งสวนไผ่ สวนสไตล์ยุโรป สวนไม้หายาก และลานบัวที่ปลูกบัวหลากหลายสายพันธุ์โดยเฉพาะบัววิคตอเรีย ที่ได้ชื่อว่าเป็นบัวที่มีใบใหญ่ที่สุดในโลก ให้ได้ชมอีกด้วย
ในพื้นที่กว่า 140 ไร่ นอกจากจะเป็นสวนสาธารณะแล้ว ที่นี่ยังเป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่สมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย รวบรวมพรรณไม้กว่า 2,000 ชนิด มีจุดพักผ่อนหย่อนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสระน้ำรูปตัว “ส” และ ตัว “S” ซึ่งเป็นอักษรตัวแรก ในพระนามของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในภาษาอังกฤษและภาษาไทย ทั้งยังโดดเด่นด้วยสีเหลืองของดอกราชพฤกษ์ และสีม่วงอมชมพูของดอกอินทนิล รวมถึงลานบัวขนาดใหญ่ รวบรวมบัวหลากหลายสายพันธุ์ทั้งของไทยและต่างประเทศ
และอีกจุดที่โดดเด่นในสวนแห่งนี้คือ “สวนจากภูผา สู่มหานที” ในเนื้อที่ 26 ไร่ ได้รวบรวมกล้าจากพรรณไม้ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปลูกเมื่อเสด็จไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจจากภาคเหนือสู่ภาคใต้ โดยได้จำลองระบบนิเวศจากเทือกเขาสู่แม่น้ำ มีพื้นที่ชุ่มน้ำ สะพานชมวิวในมุมสูง เนินหญ้า สนามเด็กเล่น โดยบริเวณนี้จะมีสะพานเล็กๆ เชื่อมกับสวนรถไฟด้วย
ส่วนใครจะมาเดินวิ่งในสวนแห่งนี้ จะมีระยะทางประมาณ 1.3-2.1 กิโลเมตรต่อรอบ สภาพผิวทางวิ่งส่วนใหญ่เป็นอิฐบล็อกตัวหนอนสลับกับคอนกรีต มีต้นไม้ใหญ่หนาแน่นคอยให้ร่มเงาตลอดเส้นทาง
การเดินทาง : BTS สถานีหมอชิต (ทางออก 1 หรือ 3) และ MRT สถานีสวนจตุจักร (ทางออก 1) / สถานีกำแพงเพชร (ทางออก 1 หรือ 2) แล้วเดินทะลุสวนจตุจักร มาทางถนนกำแพงเพชร 3 แล้วเข้าทางสวนจากภูผาสู่มหานที มีลานจอดรถทางฝั่งถนนกำแพงเพชร 2
สวนหลวง ร.9
"สวนหลวง ร.9" เป็นสวนสาธารณะและสวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ อยู่ในแขวงหนองบอน เขตประเวศ ทางตะวันออกของกรุงเทพมหานคร
ในพื้นที่จะมีพรรณไม้ต่างๆ ประกอบด้วย ไม้ยืนต้น ไม้ล้มลุก ไม้ยึดเกาะ ไม้พุ่ม ไม้ดอก ไม้ใบ ไม้คลุมดิน ไม้ป่า และไม้นำเข้าจากต่างประเทศ รวมทั้งหมดประมาณ 2,300 ชนิด นอกจากนี้ก็ยังมีสวนที่รวบรวมกลุ่มพรรณไม้ต่างๆ อีกมากมาย อาทิ สวนสมุนไพร สวนบัวนานาพันธุ์ เป็นต้น
พื้นที่ขนาดใหญ่ของ สวนหลวง ร.9 มีหลายๆ จุดที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น หอพฤกษศาสตร์ พลับพลายอด เรือนเฟิร์นและกล้วยไม้ อาคารพรรณไม้ทะเลทราย สวนสมุนไพร สวนรมณีย์ สวนนานาชาติ จุดสำคัญที่สุด และเป็นสัญลักษณ์ของสวนหลวง ร.9 ก็คือ “หอรัชมงคล” ตั้งอยู่กลางสระน้ำขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า “ตระพังแก้ว” ที่นอกจากจะใช้รองรับน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง ในยามปกติก็ยังเป็นสถานที่พักผ่อนและเล่นกิจกรรมทางน้ำ มีทั้งเรือพายและจักรยานน้ำให้เช่า
สำหรับเส้นทางเดินวิ่งภายในสวน หากวิ่งรอบใหญ่ ระยะทางประมาณ 5.0-5.8 กิโลเมตร โดยวิ่งตามถนนหลักของสวนชิดขอบนอก เส้นทางกว้างขวาง แต่บางช่วงจะมีแสงแดดส่องถึงและไม่มีร่มเงา แนะนำให้วิ่งในช่วงเช้าตรู่หรือหลัง 17.00 น. เป็นต้นไป ส่วนระยะทางรอบเล็ก ตั้งแต่ 1.0-3.5 กิโลเมตร เส้นทางวนรอบตระพังแก้วหรือโซนสวนดอกไม้ บรรยากาศร่มรื่น
ใครชอบเต้นแอโรบิก ที่สวนหลวง ร.9 มีตารางแอโรบิกทั้งรอบเช้าและเย็นทุกวัน (งดรอบเช้าวันจันทร์) เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีทั้งรอบเช้า รอบสาย และรอบเย็น โดยมีครูนำเต้นจากชมรมแอโรบิกสวนหลวง ร.9
ช่วงเช้าและเย็นวันหยุด จะมีบรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงเช้าวันเสาร์อาทิตย์จะคึกคักมาก มีตลาดเช้าทางฝั่งประตู 4 ที่เต็มไปด้วยอาหารการกินหลากหลาย หลายคนมาวิ่งเสร็จแล้วก็แวะช้อปปิ้งก่อนกลับบ้าน
การเดินทาง : รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีสวนหลวง ร.9 (ทางออก 2) แล้วต่อวินมอเตอร์ไซค์หรือนั่งสองแถวเข้ามาที่สวน มีลานจอดรถภายในสวน สามารถเข้าได้จากหลายประตู
นอกจากสวนสาธารณะขนาดใหญ่ 6 แห่งนี้แล้ว กรุงเทพมหานครยังมีสวนสาธารณะที่กระจายตัวอยู่ในอีกหลายๆ จุด ที่เปิดให้ประชาชนเข้าไปพักผ่อนและออกกำลังกาย เช่น สวนรมณีนาถ สวนสาธารณะศูนย์กีฬาบึงหนองบอน อุทยานเบญจสิริ สวนนวมินทร์ภิรมย์ เป็นต้น
#########################################
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ [email protected] หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline


