อัพเดต “สะพานเขียว” โฉมใหม่ หลังเปิดได้ 2 เดือน เส้นทางสีเขียวกลางเมือง เชื่อมสวนลุมพินี-สวนเบญจกิติ จะเดิน จะวิ่ง หรือปั่นจักรยานก็ชิลสุดๆ
ช่วงนี้เทรนด์รักสุขภาพกำลังมาแรง หลายคนนิยมไปออกกำลังกายกันที่สวนสาธารณะใหญ่ใจกลางเมือง ไม่ว่าจะมาเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิก หรือกิจกรรมออกกำลังกายอื่นๆ จะเห็นว่ามีคนมาใช้พื้นที่สวนเป็นจำนวนมาก ทั้งช่วงเช้าและเย็น
โดยเฉพาะที่สวนสาธารณะขนาดใหญ่สุดฮิตอย่าง “สวนลุมพินี” และ “สวนเบญจกิติ” ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ เดินทางสะดวกสบาย และยังเป็นปอดใจกลางเมืองกรุง
ที่พิเศษคือ ทั้งสองส่วนมีจุดเชื่อมต่อกันด้วย “สะพานเขียว” ซึ่งเป็นสะพานยกระดับตัดผ่านชุมชนและแนวถนน ทำให้ผู้คนสามารถสัญจรไปมาระหว่างสองสวนนี้ได้สะดวก
อันที่จริง “สะพานเขียว” นั้นสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 แล้ว เวลาผ่านมาก็มีสภาพเก่าและทรุดโทรม ทำให้ไม่ค่อยมีคนมาใช้งาน อีกอย่างคือสะพานที่มีความยาวกว่า 1.3 กิโลเมตร แต่มีทางขึ้นลงเพียงแค่ 3 จุด และช่วงกลางคืนค่อนข้างเปลี่ยวเพราะไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง จึงทำให้ผู้ที่สัญจรรู้สึกไม่ปลอดภัย และอาจทำให้เกิดอาชญากรรมได้
สะพานที่มีอายุกว่า 20 ปี ผ่านการใช้งานและมองเห็นปัญหา จึงมีโครงการปรับปรุงสะพานให้มีสภาพดีขึ้น สามารถตอบโจทย์การใช้งาน และมีความปลอดภัย ยกระดับให้ที่นี่เป็นทางเดินและเส้นทางจักรยานลอยฟ้าที่มีมุมนั่งพักที่ได้มาตรฐาน รวมถึงติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อความปลอดภัยในการใช้งานยิ่งขึ้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ก็ได้มีการเปิดให้ใช้งานสะพานเขียวโฉมใหม่ สามารถใช้สัญจร เดิน วิ่ง และปั่นจักรยานได้แล้ว
สำหรับการปรับปรุง “สะพานเขียว” มีตั้งแต่ การขยายระยะทางเพิ่มขึ้น จากเดิม 1.3 กิโลเมตร เป็น 1.6 กิโลเมตร เริ่มต้นจาก “สวนลุมพินี” บริเวณประตู 1 ใกล้โซน Dog Park ทอดข้ามถนนวิทยุ ผ่านซอยโปโล ซอยร่วมฤดี โบสถ์พระมหาไถ่ และมัสยิดอินโดนีเซีย แล้วข้ามทางพิเศษเฉลิมมหานครไปยัง “สวนเบญจกิติ” บริเวณทางเข้าทางลอยฟ้าฝั่งสวนป่า
โดยบริเวณทางขึ้นสะพานเขียวฝั่งสวนลุมพินี มีการปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม มีการสร้างน้ำพุสูง 12 เมตร เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี น้ำพุแห่งนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "น้ำพุใหม่ สวนลุมพินี สนับสนุนโดย กลุ่ม บี.กริม" เพื่อให้ประชาชนได้มาพักผ่อนหย่อนใจและชมการแสดงน้ำพุ ช่วยเพิ่มความสวยงามและเป็นจุดเช็กอินแห่งใหม่ของสวนลุมพินี
ส่วนบริเวณใต้สะพานฝั่งสวนลุมพินีอยู่ระหว่างพัฒนาเป็นสวนไม้เลื้อยและปลูกไม้ยืนต้นเพื่อเพิ่มร่มเงา พร้อมปรับปรุงสนามหญ้าให้เป็นพื้นที่พักผ่อนสำหรับประชาชนที่มาใช้สวนสาธารณะ บริเวณเดียวกันนี้ยังจัดให้มีลิฟต์สำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ เด็กเล็ก ผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ และประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงพื้นที่สาธารณะได้อย่างเท่าเทียม สอดคล้องกับแนวคิด Universal Design และเป้าหมายการพัฒนาเมืองที่เป็นมิตรกับทุกคน (Inclusive City)
นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังเตรียมปรับปรุงพื้นที่เดิมของสถานีวิทยุกรุงเทพมหานคร ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่รกร้าง ให้เป็นคาเฟ่สำหรับสัตว์เลี้ยง (Pet-Friendly Café) รองรับผู้ใช้บริการ Dog Park ภายในสวนลุมพินี เพิ่มพื้นที่พักผ่อนและสร้างกิจกรรมใหม่ให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่สาธารณะได้มากยิ่งขึ้น
ในส่วนพื้นที่ด้านบนสะพาน มีการเปลี่ยนบันไดที่ชันเป็นทางลาดยกระดับ ปูทางเดินเท้าด้วยหินแกรนิต และการใช้พื้นผิวแบบ Sport Surface ระยะ 500 เมตร บนเลนจักรยาน เพื่อป้องกันการลื่นและดูดซับแรงกระแทกสูง พร้อมลวดลายสีสันสดใส แต่ยังคงเอกลักษณ์สีเขียวตามชื่อสะพานไว้เช่นเดิม
รวมถึงการปรับพื้นที่ใต้สะพานย่านซอยโปโล–ร่วมฤดี ให้โปร่ง สะอาด ปลอดภัย สำหรับรองรับกิจกรรมชุมชน ติดตั้งไฟส่องสว่างใหม่และ CCTV เชื่อมศูนย์ควบคุม กทม. ให้สามารถใช้งานได้ปลอดภัยทั้งกลางวันและกลางคืน
สำหรับ “สวนลุมพินี” ถือเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นพระราชมรดกที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระราชทานไว้แก่ชาวพระนคร ปัจจุบันก็ยังคงเป็นสวนสาธารณะกลางกรุงที่มีผู้คนมาใช้บริการเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน
กิจกรรมสุดฮิตของสวนลุมพินี ก็มีตั้งแต่ การเดิน-วิ่ง ในบรรยากาศที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ พื้นถนนลาดยาง รอบใหญ่มีระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร มาเต้นแอโรบิกยามเย็น กิจกรรมสุดฮิตของยุคนี้ สามารถเข้าร่วมได้ฟรี จุดใหญ่ๆ คือบริเวณลานหลังพระบรมรูป ร.๖ และ ลานสวนปาล์ม วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.00-20.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 17.00-18.00 น. จะมีผู้นำเต้นหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไปในแต่ละวัน รูปแบบการเต้นและแนวเพลงก็มีความหลากหลาย
ใครเป็นคนรักสัตว์ ที่นี่ก็มีน้องแมวมาให้เติมแมวกันด้วย บางตัวดูอ้วนท้วนสมบูรณ์ เพราะมักจะมีเหล่าทาสแมวแวะเวียนมาดูแล และแมวที่นี่ก็ยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลสุขภาพเป็นระยะด้วย และไฮไลต์สัตว์ในสวนลุมฯ ก็คือ เหี้ย (ตัวเงินตัวทอง) เป็นสัตว์เลื้อยคลานคู่สวนลุมฯ และตอนนี้ก็นับว่าเป็นอีกซอฟท์พาวเวอร์ของกรุงเทพฯ เพราะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาที่มาเที่ยวในกรุงเทพฯ แล้วต้องปักหมุดมาที่สวนลุมพินี เพราะอยากจะมาถ่ายรูปน้อง
ส่วน “สวนเบญจกิติ” เป็นสวนสาธารณะใจกลางกรุงฯ ที่อยู่ติดกับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีบึงน้ำขนาดใหญ่ และเส้นทางเดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยานรอบบึงยาวกว่า 2 กิโลเมตร เชื่อมต่อกับ “สวนป่าเบญจกิติ” มีไฮไลด์คือ เกาะต้นไม้กลางบึงน้ำ นำมาจากภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวสวน ยกรากต้นไม้ให้สูงกว่าระดับน้ำใต้ดิน ทำให้น้ำซึมเข้าสู่ดิน รากต้นไม้สามารถดูดซับน้ำ จึงเจริญเติบโตได้ดี พร้อมทั้งลดการระเหยของน้ำ และช่วยลดอุณหภูมิของพื้นที่รอบๆได้อีกด้วย
และยังแบ่งเป็นพื้นที่เส้นทางออกกำลังกายเอาใจคนรักสุขภาพ แบ่งเป็นทางเดิน เส้นทางวิ่ง และเส้นทางจักรยาน โดยมีจุดขายอย่างสกายวอล์ค (Sky Walk) ทางเดินระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ชมธรรมชาติจากมุมสูง เดินออกกำลัง และยังเป็นจุดยอดนิยมของการถ่ายรูป
#########################################
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline


