xs
xsm
sm
md
lg

ไหว้พระทำบุญ เยี่ยมชุมชนคนจีน ที่ “ย่านพลับพลาไชย”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ห้าแยกพลับพลาไชยในปัจจุบัน
หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ “พลับพลาไชย” หรือ “ห้าแยกพลับพลาไชย” กันมาบ้าง ซึ่งนอกจากจะเป็นชื่อแยก และชื่อถนน ย่านนี้ก็ยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอาราม ห้างร้านต่างๆ ร้านอาหารรสเด็ดหลายๆ ร้าน

ในบริเวณที่เรียกว่า “ห้าแยกพลับพลาไชย” เป็นทางแยกจุดตัดระหว่างถนนพลับพลาไชย ถนนหลวง และถนนไมตรีจิตต์ ซึ่งย่านนี้ถือเป็นย่านชาวจีนที่ต่อเนื่องมาจากย่านเยาวราช และหากมาหยุดยืนอยู่ที่ห้าแยกพลับพลาไชย ก็จะสามารถมองเห็นตึกเก่าแก่อันเป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานความเป็นไทย จีน และตะวันตกได้อย่างลงตัว

อย่างที่บอกว่าที่ย่านพลับพลาไชยแห่งนี้เป็นที่ตั้งของวัดหลายๆ แห่ง แต่ที่อยู่ใกล้ชิดกับห้าแยกพลับพลาไชยที่สุดเห็นจะมีอยู่ 2 วัด นั่นคือ วัดพลับพลาไชย และ วัดเทพศิรินทร์
พระอุโบสถ วัดพลับพลาไชย
เริ่มที่ “วัดพลับพลาไชย” ที่ตั้งอยู่บนถนนหลวง บริเวณห้าแยกพลับพลาไชย วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กรุงศรีอยุธยา ต่อมา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ เมื่อครั้งที่ยังเป็นเจ้าพระยาจักรี ทหารในสมเด็จพระเจ้าตากสิน ได้โปรดให้ทำนาในบริเวณนี้ ที่มีลักษณะเป็นโคกใหญ่ (เนินดินขนาดใหญ่) และได้ให้ตั้งคอกวัวไว้ที่นี่ด้วย ชาวบ้านในแถบนี้จึงเรียกชื่อวัดว่า วัดโคก หรือ วัดคอก จนมาถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเปลี่ยนนามของวัดแห่งนี้ใหม่ เป็น “วัดพลับพลาชัย” เนื่องจากเป็นสถานที่ตั้งพลับพลาในการซ้อมรบของกองเสือป่ารักษาดินแดน
พระพุทธไตรรัตนนายก
แม้ว่าวัดจะมีบริเวณไม่กว้างขวางนัก แต่ก็มีสิ่งสำคัญอยู่หลายสิ่ง เริ่มจากที่พระอุโบสถของวัด ที่ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าจากถนนหลวง ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธาน “พระพุทธมงคล” ซึ่งขณะนี้ ภายในพระอุโบสถมีการบูรณะซ่อมแซมภาพจิตรกรรมฝาผนังอยู่ แต่ก็ยังสามารถเข้าไปสักการะพระพุทธรูปด้านในได้

ส่วนที่ด้านข้างของพระอุโบสถ มีวิหารขนาดเล็ก ภายในประดิษฐาน “พระพุทธไตรรัตนนายก” (หลวงพ่อโต ซำปอกง องค์จำลอง)และด้านหลังพระอุโบสถมีหอกลอง หอระฆัง และศาลเจ้าเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าวัดจากด้านถนนไมตรีจิตต์
ศาลเจ้าเล็กๆ ด้านหลังวัดพลับพลาไชย
บนถนนหลวง ฝั่งตรงข้ามกับวัดพลับพลาไชย ก็มีทางเข้าวัดสำคัญอีกแห่งหนึ่ง นั่นคือ “วัดเทพศิรินทร์” หรือ “วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร” วัดสำคัญที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2419 หรือเมื่อพระองค์มีพระชนมายุได้ 25 พรรษา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเทพศิรินทรา บรมราชินี พระบรมราชชนนีของพระองค์ที่ทรงสิ้นพระชนม์ไปตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ยังทรงพระเยาว์ โดยใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 23 ปี
พระอุโบสถ วัดเทพศิรินทร์
ภายในวัดมีพระอุโบสถขนาดใหญ่โตและงามสง่า ด้านนอกมีเสาพาไลต้นใหญ่ๆ อยู่โดยรอบ ด้านในพระอุโบสถก็งดงามวิจิตรตระการตามาก เนื่องจากเอกลักษณ์ของพระประธานที่นี่จะประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีทรงประสาทจตุรมุข เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิที่รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้หล่อขึ้นและอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ พระอุโบสถวัดเทพศิรินทราวาส

อีกทั้งยังมีพระพุทธรูปสำคัญอีกหลายองค์เช่น พระนิรันตราย พระพุทธรูปประจำรัชกาลที่ 4 ซึ่งโปรดฯ ให้หล่อขึ้นปีละองค์และอัญเชิญไปประดิษฐานตามวัดธรรมยุติ รวมถึงที่วัดเทพศิรินทร์แห่งนี้ด้วย อีกทั้งยังมีพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร ฉลองพระองค์สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินีนาถ พระพุทธรูปปางห้ามญาติ ฉลองพระองค์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าจันทรมณฑลโสภณภควดี กรมหลวงวิสุทธิกษัตริย์
พระประธานภายในพระอุโบสถ ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีทรงประสาทจตุรมุข
และไม่เพียงแต่พระประธานและฐานชุกชีที่งดงามเท่านั้น แต่ลวดลายบนเพดานก็ยังเป็นการแกะสลักอย่างสวยงามเป็นรูปเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคล คือ เครื่องราชอิสริยาภรณ์นพรัตนราชวราภรณ์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือก เครื่องราชอิสริยาภรณ์ จุลจอมเกล้า เครื่องราชอิสริยาภรณ์มงกุฎสยาม และเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์ ใครเข้ามาในพระอุโบสถก็อย่าลืมแหงนหน้าชมความงามด้านบนกันได้ และลวดลายโดยรอบฝาผนังแม้จะไม่ได้วาดเป็นเรื่องราวพุทธชาดกต่างๆ อย่างวัดอื่นๆ แต่ก็มีลวดลายดอกไม้งดงาม ซึ่งก็คือลวดลายดอกรำเพย ซึ่งเป็นพระนามเดิมของสมเด็จพระเทพศิรินทรา บรมราชินีนั่นเอง

ด้านนอก ใกล้กับพระอุโบสถ จะเห็นต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ที่มีฐานล้อมรั้วไว้อย่างสวยงาม ซึ่งต้นโพธิ์นั้นก็พันธุ์จากต้นพระศรีมหาโพธิของวัดนิเวศธรรมประวัติ จังหวัดอยุธยา ที่นำพันธุ์มาจากเมืองพุทธคยาอีกทีหนึ่ง รัชกาลที่ 5 ได้ทรงเพาะเมล็ด ต่อมาเมื่อเมล็ดเติบโตเป็นต้นแล้วพระองค์จึงทรงโปรดเกล้าฯให้เชิญไปปลูกที่นี่
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่รัชกาลที่ 5 ทรงเพาะเมล็ดมาจากต้นพระศรีมหาโพธิ์พุทธคยา
วัดแห่งนี้ยังมีความสำคัญตรงที่มี “สุสานหลวง” ที่รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชดำริให้สถาปนาขึ้นเพื่อให้เป็นฌาปนสถานของพระราชวงศ์ที่ไม่ได้สร้างพระเมรุที่ท้องสนามหลวง โดยจะมีเมรุทอง สำหรับพระราชทานเพลิงศพผู้ที่มีพระคุณต่อแผ่นดิน ทำประโยชน์อย่างให้แก่ประชาชนและประเทศชาติ และเมรุธรรมดาสำหรับบุคคลทั่วไป

นอกจากวัดพลับพลาไชย และ วัดเทพศิรินทร์ แล้ว ในบริเวณพลับพลาไชยแห่งนี้ยังมีวัดอีกหลายแห่งที่อยู่ไม่ไกลมากนัก สามารถเดินไปชมความงามของวัดและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ได้อย่างสะดวก หรือหากจะเดินเล่นไปยังย่านชอปปิ้งอย่างคลองถม หรือเดินเลยไปถึงเยาวราช ก็ไม่ได้ไกลมากนัก แต่ที่สำคัญ ย่านพลับพลาไชยแห่งนี้ยังมีของอร่อยๆ ให้เลือกกินอีกหลากหลายอย่างตั้งแต่เช้าจนดึก (คลิก!! อ่านเรื่องกินย่านพลับพลาไชย)




* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com

 

Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...