xs
xsm
sm
md
lg

ศิริโชค จี้เชือด “Bitkub-Maxbit” ท่อเงินบ่อนข้ามชาติ เงาดำหลังม่านการเมืองไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระชากหน้ากากวงจรอุบาทว์ตลาดทุนไทย! เมื่อเส้นทางคริปโตฯ 118 ล้านบาท ไหลทะลักจากกระดานเทรดแถวหน้าในประเทศเข้าสู่บ่อนออนไลน์ข้ามชาติ Shuffle.com อย่างลอยนวล ชำแหละอาการ “จำนนต่อหลักฐาน” ของ Bitkub และความคลุมเครือของ Maxbit ที่รอให้การเมืองต้อนจนมุมถึงยอมคายความจริง พร้อมฟาด หน้า ก.ล.ต. ที่ปล่อยให้ “เหรียญบ่อน” หราในบัญชีคำนวณเงินกองทุน ลากไส้ลึกถึงเงาทะมึนในกระทรวงดีอี ยุทธศาสตร์ “เลือกปิด-เว้นปิด” และท่อน้ำเลี้ยง “โบนัสพิเศษ สส.” ที่สูบเลือดประชาชนไปหล่อเลี้ยงอำนาจมืด!

ในโลกการเงินยุคดิจิทัล มีคำกล่าวที่เป็นดั่งสัจธรรมสูงสุดว่า “บล็อกเชนไม่เคยโกหกใคร”เพราะทุกร่องรอยการโอน ทุกเศษเสี้ยวของธุรกรรม ล้วนถูกบันทึกไว้บนเครือข่ายสาธารณะอย่างถาวร ลบไม่ได้ แก้ไขไม่ได้ และไม่จำเป็นต้องกราบอ้อนวอนขอหมายศาลหรือรอคำสั่งจากผู้มีอำนาจหน้าไหนเพื่อเข้าไปตรวจสอบ วิญญูชนคนธรรมดาที่มีความรู้สามารถไล่เช็กเส้นทางเงินได้ทันที

แต่สัจธรรมข้อนี้กลับกลายเป็น “ระเบิดเวลาลูกใหญ่” ที่ปะทุขึ้นกลางห้องประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี "นายรังสิมันต์ โรม"นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน เมื่อ "นายศิริโชค โสภา"อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ หอบแฟ้มพยานหลักฐานเชิงสืบสวนมากระชากหน้ากากขบวนการเคลื่อนย้ายเงินต้องสงสัยมูลค่ารวมกว่า 118 ล้านบาท ที่ไหลเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย พุ่งตรงเข้าสู่ Shuffle.com แพลตฟอร์มคาสิโนออนไลน์ข้ามชาติยักษ์ใหญ่ที่ใช้คริปโตเคอร์เรนซีเป็นท่อเดินเงินหลัก!

สิ่งที่สร้างความกังวลและต้องตั้งคำถามตัวโตๆ จี้ไปยังหัวใจของระบบคัดกรองในประเทศ คือบทบาทของ 2 ผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดคริปโตฯ ไทยอย่าง Bitkub (บิทคับ) และ Maxbit (แม็กซ์บิท)ที่ปล่อยให้ธุรกรรมสีเทาเหล่านี้ไหลผ่านจมูกไปได้อย่างสะดวกโยธิน:

Bitkub จำนนคาห้องประชุม กมธ. :ในฐานะกระดานเทรดเบอร์หนึ่งของประเทศที่ถือใบอนุญาต “ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล”(Exchange) เต็มรูปแบบ และมักโฆษณาชวนเชื่อเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก แต่เมื่อถูกกางหลักฐานบล็อกเชนต้อนจนมุม Bitkub กลับจำยอมต้องรับสารภาพต่อหน้ากรรมาธิการฯ ว่า ตรวจพบเส้นทางเงินที่เชื่อมโยงกับกระเป๋าเงินดิจิทัลของบ่อน Shuffle.com จริง! โดยมีมูลค่าสูงถึงกว่า 100 ล้านบาทไหลผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล 6 ใบ

Maxbit คำรับสารภาพที่ยังต้องเค้นคอสอบ :ในส่วนของ Maxbit Digital Asset ซึ่งถือใบอนุญาตในฐานะ “นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล” (Broker) ที่มีโครงสร้างการกำกับดูแลต่างออกไป ก็จำนนต่อหลักฐานและยอมรับว่ามีเส้นทางเงินเชื่อมโยงกับบ่อนข้ามชาติแห่งนี้เช่นกัน ทว่าในมุมของนายศิริโชคผู้เปิดแผล ย้ำชัดว่าข้อมูลที่ Maxbit คายออกมานั้น “ยังไม่น่าปักใจเชื่อทั้งหมด และยังต้องรีดข้อมูลต่ออย่างถึงที่สุด!”

เงาล่องหนของ Binance Thailand :นอกจากสองรายข้างต้น ยังมีกระแสตั้งข้อสังเกตอย่างหนักหน่วงไปที่กระดานเทรดลูกผสมระดับโลกอย่าง Binance Thailand ว่ามีเส้นทางเงินไหลผ่านในลักษณะเดียวกันอีกไม่น้อย แต่จนถึงวินาทีนี้ กลับยังไร้เงาตัวแทนเดินทางมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ

ชำแหละโครงสร้างอาชญากรรม : ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ทำกันเป็นขบวนการ!

เมื่อผ่าไส้ในของธุรกรรม 118 ล้านบาทนี้ พบว่ามันไม่ใช่การโอนเงินก้อนเดียวแบบสุกเอาเผากินข้ามคืน แต่เป็นการทยอยโอนกระจายตัวซอยย่อยนับพันๆ รายการ สลับซับซ้อนผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลหลายชั้น (Multi-layer Wallets) ลากยาวต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 โดยมีผู้ใช้งานในระบบที่เชื่อมโยงสายตรงเบื้องต้น 49 ราย ซึ่งแม้บางส่วนอาจเป็นชาวต่างชาติ แต่ตราบใดที่เส้นทางเงินวิ่งผ่านกระดานเทรดภายใต้กฎหมายไทย และพบพฤติการณ์ชักชวนเล่นพนันในราชอาณาจักรอย่างโจ๋งครึ่มผ่านการแจกโค้ดส่วนลด (เช่น โค้ด MacBetที่กรอกปุ๊บรับเงินรางวัลเข้าพอร์ตปั๊บ) ย่อมถือว่าองค์ประกอบความผิดอาญาแผ่นดินสำเร็จเสร็จสิ้นในประเทศไทยอย่างสมบูรณ์แบบ!

คำถามที่เป็นหมัดน็อคตอกหน้า Bitkub และ Maxbit ก็คือ "ข้อมูลบนบล็อกเชนมันโชว์หราอยู่ทนโท่มาตั้งแต่ปี 2566 ระบบตรวจจับธุรกรรมต้องสงสัย (AML/CFT) และระบบยืนยันตัวตน (KYC) ที่พวกท่านคุยนักคุยหนาว่าล้ำสมัย หายหัวไปอยู่ที่ไหน?"

ทำไมทั้ง Bitkub และ Maxbit ถึงทำตัวเป็นเพียง “ผู้รับฟังที่จำนนต่อหลักฐาน” ต้องรอให้นักการเมืองไปขุดคุ้ย รอให้กรรมาธิการฯ ลากคอมาต้อนจนหลังชนฝา ถึงค่อยพยักหน้ายอมรับความจริง แล้วปัดสวะโยนภาระให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) หรือ ก.ล.ต. ไปไล่ตามเช็ดล้างกันเอาเองในภายหลัง? นี่คือความบกพร่องโดยสุจริตของระบบตรวจจับ หรือแท้จริงแล้ว กระดานเทรดและโบรกเกอร์เหล่านี้ “จงใจหลับตาข้างเดียว” เพราะไม่อยากทุบหม้อข้าวตัวเองจากค่าธรรมเนียมมหาศาลที่เกิดจากปริมาณธุรกรรมสีเทากันแน่?!

ก.ล.ต. ในวันฟ้ามืด “เหรียญบ่อน” โผล่หราในระบบเงินกองทุน กับกฎ Travel Rule ที่เป็นแค่เสือกระดาษ!

เมื่อหันมาดูฝั่งผู้คุมกฎอย่าง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ภาพที่ปรากฏกลับยิ่งน่าสงสารและชวนเวทนายิ่งกว่า เพราะแทนที่ ก.ล.ต. จะเป็นปราการด่านหน้าในการปกป้องตลาดทุนไทย กลับแสดงพฤติการณ์ราวกับเป็นองค์กรที่ “เลือกที่จะไม่อ่านบล็อกเชน” เพื่อยกประโยชน์ให้จำเลยมาโดยตลอด!

ความอัปยศอดสูครั้งใหญ่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานกลางสภาฯ เมื่อพบว่า สินทรัพย์ดิจิทัลที่เป็นเหรียญประจำบ่อนคาสิโนออนไลน์โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเหรียญ SHFL (ของบ่อน Shuffle.com), เหรียญ RLB (ของบ่อน Rollbit) และเหรียญ FUN กลับมีชื่อไปปรากฏหราอยู่ใน “บัญชีรายชื่อสินทรัพย์ดิจิทัลอ้างอิงเพื่อคำนวณเงินกองทุน (Net Capital : NC)” ของสำนักงาน ก.ล.ต. เอง!

พูดให้ชาวบ้านเข้าใจง่ายๆ ก็คือ ก.ล.ต. อนุญาตให้นำเอา “เหรียญที่ออกโดยบ่อนการพนันผิดกฎหมาย” มาใช้เป็นเกณฑ์คำนวณความมั่นคงทางการเงินของผู้ประกอบธุรกิจคริปโตฯ ในไทยได้!

เมื่อแผลใหญ่นี้ถูกเปิดออก นางสาวจอมขวัญ คงสกุล รองเลขาธิการ ก.ล.ต. ถึงกับต้องรีบออกมาแก้เกี้ยวแบบเขินๆ ว่า บัญชีดังกล่าวเป็นเพียงการดึงข้อมูลอัตโนมัติมาจากเว็บไซต์จัดอันดับระดับโลกอย่าง CoinMarketCap ตามคู่มือการทำงานทุกๆ 6 เดือน เพื่อใช้วัดฐานะเงินกองทุนของผู้ประกอบการเท่านั้น ไม่ใช่การไฟเขียวให้นำเหรียญบ่อนเหล่านี้มาเปิดเทรดในกระดานไทย

ผ่าตรรกะ ก.ล.ต. การออกมาแก้ต่างต่อสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ยิ่งกว่าการเอาสีข้างเข้าถู แต่มันคือการสารภาพกลางอากาศว่า ระบบของ ก.ล.ต. ทำงานแบบ “ตั้งโปรแกรมดูดขยะโดยไม่ต้องใช้บุคคลผู้รับผิดชอบคัดกรอง” ปล่อยให้ระบบอัตโนมัติดูดเอาชื่อเหรียญบ่อนการพนันเข้ามาอยู่ในเอกสารราชการทุกครึ่งปี โดยไร้ซึ่งดุลยพินิจ ไร้ซึ่งการตรวจสอบว่าเหรียญเหล่านั้นทำธุรกิจผิดกฎหมายไทยหรือไม่!

การที่ ก.ล.ต. เพิ่งจะมาตื่น และออกมาแสดงท่าทีล้อมคอกด้วยการแถลงว่าจะเร่งบังคับใช้กฎ Travel Rule (การส่งข้อมูลตัวตนผู้โอนและผู้รับโอนประกบไปกับทุกธุรกรรม) ให้เข้มงวดขึ้น และเตรียมคลอดระบบ Asset ID เพื่อบีบให้ผู้ประกอบการรับรองว่าเหรียญไม่เกี่ยวกับธุรกิจสีเทา มันคือคำสารภาพบาปกลายๆ ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา กฎหมายป้องกันการฟอกเงินของ ก.ล.ต. มันก็แค่ “เสือกระดาษชราที่ไร้ฟัน” ที่เขียนไว้ประดับบารมี แต่ใช้งานจริงไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว!

เงาทะมึนหลังม่าน “กระทรวงดีอี” ยุทธศาสตร์ “เลือกปิด-เว้นปิด” กับตอใหญ่ผลประโยชน์ทับซ้อน!

ความเน่าเฟะของมหากาพย์ Shuffle.com ไม่ได้จบอยู่แค่ความหย่อนยานของกระดานเทรด หรือความหลับลึกของ ก.ล.ต. แต่มันลากโยงไปถึง “ขุมข่ายอำนาจทางการเมือง” ที่ฝังรากลึกอยู่ใน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จนกลายเป็นกรณีศึกษาเรื่อง ผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) ที่ฉาวโฉ่ที่สุดครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย!

ตอต้นมหึมาที่ถูกขุดขึ้นมาประจาน คือสายสัมพันธ์ของ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และสามีคือ นายไท่หยาง จาง ซึ่งหลักฐานเชิงสืบสวนชี้ชัดว่า นายไท่หยางไม่ใช่แค่นักลงทุนรายย่อยที่หลงเข้าไปซื้อเหรียญเก็งกำไร แต่มีสถานะเป็นผู้ร่วมลงนามก่อตั้ง อยู่ในก๊วนเพื่อนกลุ่มเดียวกับผู้จัดตั้ง และเคยถือหุ้นใหญ่ในบริษัทแม่ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังเว็บพนัน Shuffle.com รวมถึงมีการลงทุนคาบเกี่ยวไปถึงบริษัท Sentra อีกด้วย!


แม้ทางฝั่งนางสาวสุชาดาจะรีบออกมาตั้งการ์ดชี้แจงว่า สามีได้เทขายหุ้นดังกล่าวทิ้งไปหมดแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2569 แต่สิ่งที่สังคมและกรรมาธิการฯ กัดไม่ปล่อย คือ “ไทม์ไลน์ก่อนหน้านั้น” ต่างหาก!

เพราะในช่วงที่เงิน 118 ล้านบาทกำลังไหลสะพัดเข้าบ่อน Shuffle.com และเป็นจังหวะเวลาเดียวกับที่สามียังคงถือหุ้นใหญ่อยู่นั้น นางสาวสุชาดานั่งอยู่ในตำแหน่ง “เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” (ภายใต้ รมว. นายชัยชนก ชิดชอบ) ซึ่งกระทรวงดีอี คือหน่วยงานหลักที่มีดาบอาญาสิทธิ์ในการไล่ล่าและสั่งปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์โดยตรง!

ภาพความย้อนแย้งที่เสียดสี เย้ยความรู้สึกประชาชนอย่างที่สุด คือในยุคนั้น กระทรวงดีอี ขยันจัดอีเวนต์แถลงข่าวโชว์ผลงานปราบเว็บพนันอย่างเอิกเกริก อ้างตัวเลขกวาดล้างวงเงินสะพัดกว่า 15,000 ล้านบาท จับกุมผู้ต้องหา 49 คน โดยมีนางสาวสุชาดายืนยิ้มร่วมแถลงข่าวในฐานะตัวแทนรัฐมนตรีอย่างสง่าผ่าเผย แต่เว็บไซต์บ่อนระดับโลกอย่าง Shuffle.com ที่สามีตัวเองถือหุ้นใหญ่ กลับรอดพ้นเงื้อมมือการถูกสั่งปิดกั้นไปได้อย่างปาฏิหาริย์!

ยิ่งขุดยิ่งเจอความพิลึกพิลั่น เมื่อกระทรวงดีอีถูกต้อนถามว่า ทำไมเว็บพนันออนไลน์ยักษ์ใหญ่ระดับประเทศหลายแห่งถึงยังเปิดเย้ยกฎหมายได้อยู่ คำตอบที่ได้คือการ “โยนบาปให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP)” โดยอ้างหน้าตาเฉยว่า กระทรวงขอหมายศาลไปหมดแล้ว แต่ ISP ไม่ยอมปิดให้เอง!

กรณี ufabet.com : มีหมายศาลสั่งปิดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 แต่ผ่านมานานหลายปี ปัจจุบันนักพนันก็ยังเข้าแทงบอลปั่นสล็อตกันได้ตามปกติ

กรณี 365bet.com : มีหมายศาลสั่งปิดชัดเจน แต่หน้าเว็บยังคงเปิดรับแทงพนันได้อย่างเสรี ราวกับหมายศาลเป็นแค่เศษกระดาษเปื้อนหมึก

จากความพิรุธระดับมหากาพย์นี้ ทำให้การผนึกกำลังของ นายรังสิมันต์ โรม และ นางสาวพรรณิการ์ วานิช (ช่อ) ในชั้นกรรมาธิการฯ เดินหน้าเปิดแนวรบไล่บี้ 3 ปมใหญ่แบบไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม:

1.ขยายผลปมสินบน 40 ล้านบาท : จี้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีกระแสข่าวเงินสินบน 40 ล้านบาท ที่ถูกโยงใยไปถึงตัว นายชัยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี

2.ชำแหละยุทธศาสตร์ “เลือกปิด-เว้นปิด” : สอบสวนการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ว่ามีการใช้ดาบของกระทรวงดีอีไปในทางมิชอบ สั่งปิดเฉพาะเว็บคู่แข่ง แต่ “เว้นวรรค” ไม่แตะต้องเว็บพนันในเครือข่ายพวกพ้องหรือไม่

3.สับแหลก ป.ป.ช. อมพะนำ-ไร้สปิริต : กรรมาธิการฯ ประณามท่าทีของสำนักงาน ป.ป.ช. ที่ทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง อ้างขั้นตอนธุรการไม่ยอมส่งข้อมูลบัญชีทรัพย์สินและหลักฐานการโอนหุ้นของนางสาวสุชาดามาให้ตรวจสอบ ทั้งที่ในฐานะองค์กรอิสระปราบโกง เรื่องคอขาดบาดตายระดับนี้ ป.ป.ช. ควรหอบแฟ้มเอกสารมาวางกลางโต๊ะตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่ทำตัวอิดออดเหมือนกำลังซื้อเวลาช่วยใคร!

ผ่าทฤษฎี “ท่อน้ำเลี้ยงเงินเทา”: เมื่อคริปโตฯ บ่อนพนัน กลายเป็น “โบนัสพิเศษ สส.”!

ทำไมนักการเมืองและผู้มีอำนาจถึงต้องเอาตัวเข้าไปเกลือกกลั้วหรือทำเป็นมองไม่เห็นเว็บพนันออนไลน์? คำตอบสุดท้ายมันไม่ได้จบแค่เรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว แต่มันคือ “โครงสร้างการหล่อเลี้ยงอำนาจทางการเมือง” ที่เน่าเฟะถึงแก่น!

ในการสืบสวนเชิงโครงสร้าง นายศิริโชค โสภา ได้ตั้งสมมติฐานและลงมือ “ทดสอบทฤษฎี” (Theory Testing) เพื่อพิสูจน์ว่า เว็บพนันออนไลน์ข้ามชาติเหล่านี้ แท้จริงแล้วคือท่อน้ำเลี้ยงหลักที่ใช้สูบเงินมาจ่ายเป็น “เงินโบนัสพิเศษรายเดือนให้แก่นักการเมือง” หรือไม่

(หมายเหตุ: ในประเด็นนี้ นายศิริโชค ได้ระบุคำชี้แจงต่อสื่อมวลชนอย่างชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนว่า ข้อมูลโครงสร้างการจ่ายเงินพิเศษ สส. ที่ตนนำมาแฉนั้น หมายถึง "พรรคสีฟ้า" หรือฝั่งพรรคเดิมของตน ไม่ใช่พรรคสีน้ำเงินหรือภูมิใจไทย โดยย้ำชัดว่า "ที่ผมใส่นั้น คือสีฟ้า ไม่ใช่สีน้ำเงิน... สีฟ้าไม่เกี่ยวกับภูมิใจไทยนะ" ซึ่งตอกย้ำความจริงอันน่าสะพรึงกลัวว่า เชื้อมะเร็งเงินเทานี้มันระบาดฝังรากลึกอยู่ในระบบพรรคการเมืองไทยโดยไม่เลือกสีเสื้อ!)*

จากการขุดคุ้ยข้อมูลเชิงลึก พบเรตโครงสร้างการจ่าย “เงินพิเศษนอกระบบ” ที่ใช้มัดใจและคุมเสียง สส. ในสังกัดพรรคการเมือง อย่างเป็นล่ำเป็นสัน ดังนี้:

ผลลัพธ์จากการทดสอบทฤษฎีที่น่าขนลุก : ทันทีที่มีการเปิดแผลและกดดันไล่บี้เครือข่ายเว็บพนันรายใหญ่ รวมถึงเมื่อเส้นทางเงินของ Shuffle.com และเว็บในเครือข่ายเริ่มถูกเพ่งเล็งและสะดุดลง ปรากฏว่า “เงินโบนัสพิเศษรายเดือนของ สส. ในพรรคดังกล่าว กลับเกิดอาการชะงักและหยุดจ่ายทันที!” ถึงขั้นที่บรรดา สส. ในสังกัดเกิดอาการลงแดง วิ่งโร่มาร้องเรียนถามไถ่กันจ้าละหวั่นว่าทำไมเงินงวดวันที่ 15 และสิ้นเดือนถึงไม่เข้าตามนัด!

นี่คือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่มัดคอความสัมพันธ์ระหว่าง “บ่อนคริปโตฯ ข้ามชาติ” กับ “เงินเลี้ยง สส.” ได้อย่างดิ้นไม่หลุด!

เพราะเหตุใดคริปโตเคอร์เรนซีจึงกลายเป็นเครื่องมือสวรรค์ของนักการเมืองสีเทา? ก็เพราะมันสามารถโอนข้ามประเทศได้ในเสี้ยววินาที ซุกซ่อนตัวตนผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลหลายชั้น และเมื่อประกอบเข้ากับความล้มเหลวของ ก.ล.ต. และ ปปง. ของไทย มันจึงเปลี่ยนสภาพบ่อนออนไลน์ให้กลายเป็น “คลังแสงทางการเมือง” (Political Reserve Fund) ที่สูบเอาเงินจากคราบน้ำตาและความล่มจมของประชาชนคนไทยในบ่อนพนัน มาแปลงเป็นคริปโตฯ ไหลผ่านกระดานเทรดไทย แล้วผันออกมาเป็นเงินสดแจกจ่ายให้ สส. ยกมือในสภาฯ และใช้เป็นทุนรอนในการซื้อเสียงเลือกตั้งครั้งต่อไป โดยไร้ร่องรอยการเสียภาษีและไร้การตรวจสอบใดๆ ทั้งสิ้น!


ผ่า 4 หายนะตลาดทุนไทย : ถึงเวลาล้างบาง “สลอธ” ในคราบผู้กำกับดูแล!

มหากาพย์เงินฟอก 118 ล้านบาทที่พัวพันตั้งแต่วงการคริปโตฯ (Bitkub, Maxbit, Shuffle.com) ลามไปถึงผู้คุมกฎ (ก.ล.ต., ปปง., ป.ป.ช.) และขั้วอำนาจการเมือง (กระทรวงดีอี และพรรคการเมือง) คือการเปลือยให้เห็นความพังพินาศเชิงโครงสร้างของประเทศไทยใน 4 มิติหลัก:

1.สังคายนาระบบผู้กำกับดูแลที่โบราณ : ก.ล.ต. ยังคงบริหารงานระบบแบบยุคอะนาล็อก อัปเดตข้อมูลทุก 6 เดือน ทั้งที่อาชญากรรมบล็อกเชนหมุนเปลี่ยนกระเป๋าเงินหนีทุกๆ 6 วินาที

2.กระดานเทรดไร้ความรับผิดชอบเชิงรุก : ผู้ประกอบการอย่าง Bitkub และ Maxbit มีเครื่องมือระดับโลกอยู่ในมือ แต่กลับปล่อยให้ธุรกรรมบ่อนพนันไหลผ่านเป็นพันๆ รายการตั้งแต่ปี 2566 โดยไม่ระงับเหตุ ต้องรอให้การเมืองมาแฉถึงยอมรับสภาพ

3.การเมืองสีเทาครอบงำกลไกรัฐ ผลประโยชน์ต่างตอบแทน : การปล่อยให้คนใกล้ชิดผู้ถือหุ้นบ่อนพนัน เข้าไปนั่งอยู่ในศูนย์กลางอำนาจของกระทรวงดีอี จนเกิดข้อครหาเรื่องการเลือกปฏิบัติและผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างโจ๋งครึ่ม

4.องค์กรตรวจสอบเป็นอัมพาต : ทั้ง ปปง. และ ป.ป.ช. ต่างทำตัวเชื่องช้า อ้างขั้นตอนธุรการ จนกลายเป็นเกราะกำบังให้ผู้กระทำผิดมีเวลาโยกย้ายถ่ายเททรัพย์สิน

ความเน่าเฟะทั้งหมดนี้ กำลังนำพามาซึ่ง 4 หายนะครั้งใหญ่ที่จะทุบทำลายอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลและตลาดทุนไทยจนย่อยยับ

ความเชื่อมั่นสถาบันโลกเป็นศูนย์ : นักลงทุนสถาบันระดับโลกจะมองตลาดทุนไทยเป็น “เขตอันตราย” (High-Risk Jurisdiction) ทันที เมื่อรู้ว่ากระดานเทรดไทยกลายเป็นทางผ่านเงินบ่อนโดยที่ ก.ล.ต. ไม่รู้ร้อนรู้หนาว

ประตูนานาชาติปิดตาย : ความฝันของกระดานเทรดสัญชาติไทยที่จะไปขยายธุรกิจหรือขอใบอนุญาตในต่างประเทศ จะถูกตั้งกำแพงสกัดกั้นทันที เพราะมาตรฐานการคัดกรองเงินฟอก (AML) ของไทยสอบตกอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ หรือยุโรป ที่สั่งปรับกระดานเทรดระดับโลกเป็นแสนล้านบาทหากปล่อยปละละเลย

คนทำดีต้องรับกรรม : ผู้ประกอบการคริปโตฯ น้ำดีที่ทำธุรกิจอย่างสุจริต จะต้องแบกรับต้นทุนมหาศาลจากการที่ ก.ล.ต. บ้าจี้กลับมาออกกฎเหล็กแบบเหวี่ยงแหเพื่อแก้เกี้ยวในภายหลัง

ขีดความสามารถในการแข่งขันพังทลาย : อุตสาหกรรมดิจิทัลไทยที่ควรจะก้าวหน้า กลับต้องมาถูกแช่แข็งและรื้อโครงสร้างใหม่ทั้งหมด เพียงเพราะความหย่อนยานของคนไม่กี่กลุ่ม

สัจธรรมที่ว่า “บล็อกเชนไม่โกหก” ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์แล้ว ร่องรอยความอัปยศทั้ง 118 ล้านบาท ถูกตอกตรึงไว้ในประวัติศาสตร์ดิจิทัลอย่างไม่อาจลบเลือน วันนี้หมดเวลาที่สังคมไทยจะต้องทนดูหน่วยงานกำกับดูแล ทั้ง ก.ล.ต., กระทรวงดีอี, ปปง. และ ป.ป.ช. แสดงละครตบตาทำตัวเป็น “สลอธ” ที่เชื่องช้าและไร้เดียงสาอีกต่อไป

ถึงเวลาที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และคณะกรรมาธิการฯ ต้องลุยไฟผ่าตัดใหญ่อย่างถอนรากถอนโคน จี้สอบสวนทางลึกทั้ง Bitkub และ Maxbit ว่าบกพร่องหรือจงใจเปิดทางให้เงินบ่อนไหลผ่าน และต้องลากคอขบวนการนักการเมืองที่ใช้ตำแหน่งหน้าที่เป็นร่มเงาให้ธุรกิจสีเทาออกมาลงทัณฑ์ให้สาสม ก่อนที่ประเทศไทยจะกลายเป็นสวรรค์ของนักฟอกเงินข้ามชาติ และถูกกัดกร่อนจนล่มสลายไปต่อหน้าต่อตา!