ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) แถลงวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การดำเนินงานของสภาธุรกิจตลาดทุนไทยปี 2569 2571 โดยประกาศทิศทางการพัฒนาตลาดทุนไทยในระยะยาว ภายใต้แนวคิด พัฒนาตลาดทุนไทยสู่การเป็นตลาดทุนระดับโลก เพื่อให้ตลาดทุนเป็นกลไกสำคัญในการจัดสรรเงินลงทุน ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นประเทศรายได้สูง พร้อมได้รับการยอมรับในระดับสากลด้านนวัตกรรม ความโปร่งใส ความเป็นธรรม และธรรมาภิบาล พร้อมตั้งเป้าหมายตลาดทุนไทยต้องเป็น ตลาดพัฒนาแล้ว ภายใน 15 ปี หรือภายในปี 2583
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธาน FETCO กล่าวว่า ตลาดทุนไทยมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในด้านการระดมทุน การออม และการจัดสรรเงินลงทุน แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตลาดทุนไทยต้องเผชิญกับความท้าทายจากการแข่งขันรุนแรงขึ้น การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และพฤติกรรมของนักลงทุนที่เปลี่ยนไป ดังนั้น การยกระดับตลาดทุนไทยจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศตลาดทุนให้มีความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล
เป้าหมายระยะสั้น (25692571)
ในช่วงการดำรงตำแหน่งประธาน FETCO ตั้งเป้าให้ตลาดทุนไทยมีขีดความสามารถการแข่งขันสูงขึ้น โดยมีสภาพคล่องระยะยาวและฐานนักลงทุนที่เข้มแข็ง มีกฎเกณฑ์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล มีผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ และมีระบบนิเวศตลาดทุนที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน และสนับสนุนการระดมทุนของภาครัฐและภาคเอกชนในการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจของประเทศ
ยุทธศาสตร์ 5 ด้าน เพื่อยกระดับตลาดทุนไทย
เพื่อผลักดันเป้าหมายดังกล่าว FETCO จะดำเนินงานภายใต้ ยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ประกอบด้วย
1. Demand Side: ขยายฐานผู้ลงทุน
มุ่งสร้างฐานนักลงทุนระยะยาวของประเทศ ผ่านการส่งเสริมวัฒนธรรมการลงทุนด้วยโครงการ TISA ผลักดันการจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ ดึงดูดเงินลงทุนระยะยาวจากกองทุนต่างชาติและผู้มีความมั่งคั่งสูง (Global HNW) ตลอดจนสร้างแรงจูงใจให้เงินลงทุนของคนไทยในต่างประเทศไหลกลับเข้าสู่ตลาดทุนไทย รวมถึงผลักดันการแก้ไขกฎหมายเพื่อขยายโอกาสการลงทุนของภาคเอกชน
สำหรับความคืบหน้าโครงการ TISA นายไพบูลย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการพูดคุยในรายละเอียดไปแล้วกว่า 80-90% โดยทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และกระทรวงการคลังมีความเห็นตรงกันเกือบครบทุกรายละเอียดแล้ว เหลือเพียง 2 เรื่องหลักที่อยู่ระหว่างการหารือคือ วงเงินลงทุนที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ และ วันที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในครึ่งหลังของปีนี้
ขณะที่แนวคิดการดึงดูดกลุ่มคนมั่งคั่งสูง มีข้อเสนอจาก สมาคมธุรกิจจัดการลงทุน (AIMC)ให้ใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการจัดตั้ง Family Office เพื่อบริหารจัดการทรัพย์สินของผู้มั่งคั่งจากต่างประเทศ เสนอให้มี Long-term Visa สำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในตลาดทุนไทยตามจำนวนที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ต้องอาศัยการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขกฎหมายบางประการ เพื่อให้เหมาะสม
2. Supply Side: เพิ่มศักยภาพและความน่าสนใจของตลาดทุน
พัฒนาผลิตภัณฑ์และกลไกการระดมทุนให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ ผ่านการเพิ่มสภาพคล่องของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนให้กิจการในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ผลักดันสิทธิประโยชน์สำหรับบริษัทในโครงการ Jump+ เพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนของ SMEs ขนาดใหญ่ และปรับปรุงกฎหมายเพื่อรองรับการระดมทุนของบริษัทเทคโนโลยี
3. Ecosystem & Infrastructure: พัฒนาโครงสร้างตลาดทุนและลดอุปสรรค
ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุน ผ่านการเชื่อมโยงตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล การพัฒนาระบบข้อมูลกลางด้านการลงทุน การจัดตั้ง SME Credit Scoring Agency และการปรับปรุงกฎหมายทรัสต์ เพื่อรองรับการบริหารและวางแผนทรัพย์สินในอนาคต
4. Trust & Confidence: ยกระดับธรรมาภิบาลและความเชื่อมั่น
ผลักดันการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด การกำกับดูแลเชิงรุก การจัดตั้งศาลตลาดทุน การแก้ไขกฎหมายล้มละลาย และการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับการคุ้มครองผู้ลงทุน
5. Investor Relations: ยกระดับการสื่อสารกับนักลงทุน
ผลักดันการจัด Government Outbound Roadshow เพื่อประชาสัมพันธ์ตลาดทุนไทยสู่ผู้ลงทุนทั่วโลก จัดกิจกรรม ตลาดทุนพบภาครัฐ อย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างความเชื่อมั่น จัดทำและเผยแพร่ดัชนี FETCO Investor Confidence Index ทุกเดือน และร่วมให้ข้อมูลเศรษฐกิจและการลงทุนผ่านเวทีสำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เป้าหมายระยะกลาง : ผู้นำตลาดทุนอาเซียน ภายในปี 2575
FETCO ตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น ผู้นำตลาดทุนในอาเซียน ทั้งด้านการระดมทุน สภาพคล่อง ฐานนักลงทุน และนวัตกรรมทางการเงิน เป็นตลาดทุนที่บริษัทคุณภาพในภูมิภาคเลือกเข้าจดทะเบียน สามารถดึงดูดเงินลงทุนระยะยาวจากทั่วโลก พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นประเทศรายได้สูง
เป้าหมายระยะยาว : ตลาดพัฒนาแล้ว ภายในปี 2583 (Vision 2040)
ในระยะยาว FETCO มุ่งหวังให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น ตลาดพัฒนาแล้ว (Developed Market) ที่มีระบบนิเวศตลาดทุนเข้มแข็งและได้มาตรฐานโลก มีความลึกและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ มีสภาพคล่องที่มั่นคงและฐานนักลงทุนที่แข็งแกร่ง มีการเข้าถึงที่สะดวกและเป็นสากล พร้อมยึดมั่นในหลักความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และความยั่งยืน เพื่อเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจไทย และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในฐานะประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืน
การมีตลาดทุนที่เข้มแข็งไม่ใช่เพียงเป้าหมายของภาคตลาดทุน หากแต่เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพของประเทศ หากประเทศไทยต้องการก้าวสู่ประเทศรายได้สูงและสามารถแข่งขันได้ในเศรษฐกิจโลก ตลาดทุนไทยจำเป็นต้องพัฒนาให้ทันสมัย โปร่งใส มีนวัตกรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ


