ริชาร์ด เทง ซีอีโอ ไบแนนซ์ ออกโรงตอบโต้อย่างดุเดือดถึงรายงานสืบสวนเจาะลึกฉบับล่าสุดของสื่อใหญ่อย่างวอลล์สตรีทเจอร์นัล ที่ปูดข่าวว่ากระดานเทรดระดับโลกปล่อยให้เม็ดเงินกว่า 850 ล้านดอลลาร์สหรัฐสะพัดเชื่อมโยงกับนักการเงินชาวอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตร ก่อนไหลทะลักสู่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ผู้นำไบแนนซ์ซัดกลับว่าเป็นข้อมูลบิดเบือนความจริงอย่างสิ้นเชิง ย้ำจุดยืนแพลตฟอร์มไร้พื้นที่สำหรับอาชญากรรมทางการเงิน ทว่าประเด็นร้อนนี้ได้ตอกย้ำบาดแผลเก่าหลังไบแนนซ์เคยยอมความคดีฟอกเงินเมื่อปี พ.ศ. 2566 สะท้อนภาพการต่อสู้ฟาดฟันอย่างหนักหน่วงระหว่างยักษ์ใหญ่แห่งวงการคริปโตและสื่อกระแสหลัก
ริชาร์ด เทง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไบแนนซ์ (Binance) ออกมาตอบโต้รายงานเชิงสืบสวนฉบับล่าสุดของวอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) อย่างเผ็ดร้อน โดยรายงานฉบับดังกล่าวได้จุดประเด็นร้อนแรงว่า กระดานเทรดคริปโตอันดับหนึ่งของโลกแห่งนี้ หละหลวมจนปล่อยให้มีการทำธุรกรรมมูลค่ามหาศาลถึง 850 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับ บาบัก ซานจานี นักการเงินชาวอิหร่านที่อยู่ในบัญชีดำคว่ำบาตรของทางการสหรัฐฯ โดยเม็ดเงินดังกล่าวถูกระบุว่าได้ไหลไปเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้แก่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ในท้ายที่สุด
ริชาร์ด เทง ได้ชี้แจงโต้แย้งข้อกล่าวหาดังกล่าวผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ว่า เป็นข้อมูลที่ผิดเพี้ยนและปราศจากมูลความจริงอย่างร้ายแรง พร้อมยืนยันหนักแน่นว่าไบแนนซ์ไม่เคยเปิดช่องว่างให้มีการทำธุรกรรมใด ๆ กับบุคคลหรือกลุ่มที่ติดร่างแหการคว่ำบาตร กิจกรรมทางการเงินต้องสงสัยที่ถูกนำมากล่าวอ้างนั้นล้วนเกิดขึ้นก่อนที่บุคคลเหล่านั้นจะถูกขึ้นบัญชีดำโดยสหรัฐอเมริกาทั้งสิ้น ผู้นำไบแนนซ์ยังตอกกลับด้วยว่า ทางบริษัทได้ดำเนินการตรวจสอบประเด็นนี้อย่างละเอียดล่วงหน้าก่อนที่ทางสื่อใหญ่จะติดต่อเข้ามาสอบถาม ทว่าข้อมูลและข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ไบแนนซ์ส่งมอบให้นั้น กลับถูกเมินเฉยและไม่ได้ถูกนำไปพิจารณาผนวกรวมในบทความชิ้นนี้แต่อย่างใด
เมื่อเจาะลึกลงไปในรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นัล จะพบการพาดพิงถึง บาบัก ซานจานี ซึ่งเพิ่งถูกสหรัฐฯ ยกระดับมาตรการคว่ำบาตรซ้ำอีกครั้งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ว่าเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในเครือข่ายการชำระเงินคริปโตลับข้ามชาติ รายงานอ้างว่ามีการโยกย้ายเงินกว่า 850 ล้านดอลลาร์ผ่านบัญชีต่างๆ บนไบแนนซ์ในช่วงระยะเวลาสองปี โดยระบุรายละเอียดเชิงลึกว่าบริษัทของ บาบัก ซานจานี ตลอดจนบัญชีของเครือญาติ คนใกล้ชิด และกรรมการบริษัท ล้วนทำธุรกรรมผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เครื่องเดียวกันทั้งหมด
วอลล์สตรีทเจอร์นัล ยังเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่สั่นคลอนความเชื่อมั่น โดยอ้างว่ารายงานการตรวจสอบภายในของไบแนนซ์เองได้ตรวจพบความเคลื่อนไหวและการเข้าถึงระบบจากกรุงเตหะรานมาตั้งแต่ปลายปี 2567 ซ้ำร้ายบัญชีต้องสงสัยเหล่านั้นกลับยังคงสถานะใช้งานได้ยาวนานกว่าหนึ่งปี แม้จะมีการแจ้งเตือนความผิดปกติในระบบความปลอดภัยภายในองค์กรเพิ่มขึ้นอีกนับสิบครั้งก็ตาม ทีมตรวจสอบของไบแนนซ์ได้เสนอแนะให้ระงับบัญชีและรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที แต่วอลล์สตรีทเจอร์นัลอ้างว่าบัญชีเหล่านั้นกลับยังคงถูกปล่อยให้ทำธุรกรรมได้ตามปกติ
รอยด่างพร้อยในอดีตถูกสื่อกระแสหลักนำมาใช้เป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญ โดยย้อนกลับไปเมื่อปี 2566 ไบแนนซ์เคยต้องยอมจำนนรับผิดในข้อหาละเมิดกฎหมายต่อต้านการฟอกเงินและมาตรการคว่ำบาตรระดับสากล พร้อมจำใจจ่ายค่าปรับประวัติศาสตร์มูลค่ามหาศาลถึง 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แลกกับคำมั่นสัญญาในการยกเครื่องระบบการปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่ แต่วอลล์สตรีทเจอร์นัลกลับวิเคราะห์ชี้เป้าว่า กระแสเงินทุนสีเทาจากเครือข่ายอิหร่านได้หวนกลับมาไหลเวียนบนแพลตฟอร์มอีกครั้งในเวลาคล้อยหลังเพียงไม่นาน
ความขัดแย้งระหว่างกระดานเทรดและสื่อใหญ่ไม่ได้เพิ่งปะทุขึ้น ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 วอลล์สตรีทเจอร์นัลเคยรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังเดินหน้าสอบสวนกรณีอิหร่านใช้ไบแนนซ์เป็นเครื่องมือหลบเลี่ยงการคว่ำบาตร ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากคดีฟอกเงินเดิม ข่าวลบที่ถาโถมส่งผลให้ไบแนนซ์ตัดสินใจดำเนินการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด ด้วยการยื่นฟ้องร้องสื่อรายนี้ในข้อหาหมิ่นประมาท เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายและขอให้มีการพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุน ทางกระดานเทรดปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่เคยรับทราบถึงการสอบสวนใดๆ จากทางการ พร้อมย้ำว่าบริษัทยังคงเดินหน้าให้ความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลอย่างโปร่งใส
ข้อกล่าวหาไม่ได้หยุดอยู่แค่ระดับบุคคล นอกเหนือจากเครือข่ายของ บาบัก ซานจานี แล้ว รายงานฉบับนี้ยังจุดพลุประเด็นระดับรัฐ โดยอ้างว่าธนาคารกลางอิหร่านได้ลักลอบเคลื่อนย้ายเงินทุนในรูปของคริปโตมูลค่า 107 ล้านดอลลาร์เข้าสู่บัญชีไบแนนซ์ในปี พ.ศ. 2568 นอกจากนี้ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างประเทศยังแกะรอยพบเส้นทางการเงินโดยตรงมูลค่าราว 260 ล้านดอลลาร์ระหว่างบัญชีไบแนนซ์และกลุ่มทุนสนับสนุนผู้ก่อการร้ายชาวอิหร่านในช่วงปี พ.ศ. 2567 ถึง พ.ศ. 2568
อย่างไรก็ดีท่ามกลางมรสุมข้อกล่าวหา ริชาร์ด เทง ยังคงยืนหยัดประกาศจุดยืนว่า ไบแนนซ์ไม่อดทนต่อกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้บิทคอยน์ หรือสินทรัพย์ดิจิทัลสกุลใดก็ตามเป็นเครื่องมือ และได้ยกระดับระบบตรวจสอบที่เข้มงวดที่สุดในอุตสาหกรรมขึ้นมาแล้ว
มหากาพย์การสาดโคลนนี้สืบเนื่องมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ที่วอลล์สตรีทเจอร์นัลเคยออกรายงานกล่าวหาว่าผู้บริหารไบแนนซ์สั่งยุติการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับเม็ดเงินมูลค่าราว 1 พันล้านดอลลาร์ที่ไหลผ่านแพลตฟอร์มไปยังเครือข่ายกลุ่มตัวแทนของอิหร่าน ซึ่งไบแนนซ์ได้ออกมาโต้แย้งอย่างดุเดือดว่าไม่เคยก้าวก่ายหรือสั่งระงับการสืบสวนใดๆ โดยชี้แจงว่าทีมตรวจสอบยังคงทำงานกวาดล้างอย่างต่อเนื่องจนสามารถทลายเครือข่ายอาชญากรรมทางการเงินข้ามชาติที่มีความซับซ้อน ครอบคลุมทั้งภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง ทั้งยังได้เข้าชี้แจงต่อวุฒิสภาสหรัฐฯ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อล้างมลทินข้อกล่าวหาเรื่องการเป็นเครื่องมือฟอกเงินให้กับทางการอิหร่านแบบถอนรากถอนโคน


