xs
xsm
sm
md
lg

Tether จับมือตุรกีทลายเครือข่ายพนัน-ฟอกเงิน อายัด USDT 1.8 หมื่นล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



Tether ผู้ออกเหรียญ Stablecoin เบอร์หนึ่งของโลก ประกาศความสำเร็จร่วมกับทางการตุรกี สั่งอายัดเหรียญ USDT มูลค่ามหาศาลกว่า 544 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.8 หมื่นล้านบาท) ตัดท่อน้ำเลี้ยงเครือข่ายพนันออนไลน์และฟอกเงินข้ามชาติ ยันชัด “เราไม่ใช่แหล่งซุกเงินโจร” เผยสถิติช่วยตำรวจทั่วโลกแช่แข็งสินทรัพย์สีเทาไปแล้วกว่า 3.4 พันล้านดอลลาร์ แม้จะยังถูกเพ่งเล็งจากสหรัฐฯ อย่างหนักก็ตาม

ยึดทรัพย์เจ้าพ่อพนันตุรกี

กลายเป็นข่าวใหญ่ในวงการเมื่อ Tether Holdings SA ออกมายอมรับว่าเป็น "กุญแจสำคัญ" ที่ช่วยให้พนักงานอัยการในอิสตันบูล สามารถยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 544 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 460 ล้านยูโร) จากเครือข่ายของ Veysel Sahin ผู้ต้องหาคนสำคัญที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มการพนันผิดกฎหมายและกระบวนการฟอกเงินรายใหญ่

Paolo Ardoino ซีอีโอของ Tether ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg โดยระบุว่า "เมื่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายประสานงานมาพร้อมข้อมูลหลักฐาน เราก็พร้อมปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ ทันที เช่นเดียวกับที่เราทำงานร่วมกับ DOJ หรือ FBI ของสหรัฐฯ" การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการกวาดล้างการพนันใต้ดินในตุรกี ซึ่งมีการยึดทรัพย์สินรวมไปแล้วกว่า 1 พันล้านดอลลาร์

กางตัวเลขสู้ Tether ไม่ใช่พื้นที่สีเทา?

เพื่อลบภาพจำว่าเป็น "เหรียญของอาชญากร" Tether ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า จนถึงปัจจุบันบริษัทได้ให้ความร่วมมือกับการสืบสวนคดีอาชญากรรมไปแล้วกว่า 1,800 คดีใน 62 ประเทศ และได้ทำการอายัด (Freeze) เหรียญ USDT ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายไปแล้วรวมมูลค่ากว่า 3.4 พันล้านดอลลาร์

ข้อมูลจาก Elliptic บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน ระบุว่าในช่วงปลายปี 2568 ผู้ออก Stablecoin หลักอย่าง Tether และ Circle ได้ขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) กระเป๋าเงินดิจิทัลไปแล้วกว่า 5,700 account รวมมูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ โดยกว่า 3 ใน 4 ของกระเป๋าเหล่านั้นถือครอง USDT เป็นหลัก

แผนผังทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ติดตามการฟอกเงินคริปโตจากผู้ต้องสงสัยไปยังตลาดแลกเปลี่ยน แหล่งที่มา: Elliptic
เหรียญสองด้าน "เติบโตท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่น"

แม้จะโชว์ผลงานปราบโจร แต่ Tether ก็ยังหนีไม่พ้นสายตาจับผิดจากหน่วยงานกำกับดูแล ล่าสุดอัยการสหรัฐฯ เพิ่งสั่งฟ้องชาวเวเนซุเอลาในข้อหาฟอกเงินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์โดยใช้ USDT เป็นเครื่องมือหลัก

ขณะที่รายงานจาก Bitrace ชี้ว่าในปี 2567 มีธุรกรรม Stablecoin มูลค่ากว่า 6.49 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 5.14% ของโวลุ่มทั้งหมด) ไหลผ่านที่อยู่ที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะบนเครือข่าย Tron ที่ครองสัดส่วนกิจกรรมสีเทานี้ไปถึง 70%

อย่างไรก็ตาม ในแง่ธุรกิจ Tether ยังคงแข็งแกร่งดั่งหินผา โดยในไตรมาส 4 ปี 2568 มูลค่าตลาด (Market Cap) ของ USDT พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 187.3 พันล้านดอลลาร์ สวนทางกับคู่แข่งอย่าง USDC ที่ทรงตัว และ USDe ที่มูลค่าลดฮวบ สะท้อนให้เห็นว่า แม้จะมีข่าวลบแค่ไหน แต่ "สภาพคล่อง" และ "ความนิยม" ของ USDT ก็ยังเป็นเบอร์หนึ่งที่โลกคริปโตฯ ขาดไม่ได้

อย่างไรก็ดีปฏิบัติการในตุรกีครั้งนี้คือการส่งสัญญาณเตือนไปยังอาชญากรไซเบอร์ว่า "บล็อกเชนไม่ได้ไร้ตัวตน" และ Tether พร้อมจะร่วมมือกับรัฐบาลทุกเมื่อหากจนมุมด้วยหลักฐาน แต่อีกนัยหนึ่ง ก็เป็นการแก้เกมเพื่อรักษาบัลลังก์เจ้าตลาด ท่ามกลางแรงกดดันจากกฎระเบียบโลกที่เข้มข้นขึ้นทุกขณะ.