xs
xsm
sm
md
lg

ดัชนีหุ้นไทยปิดร่วงแรง -6.12 จุด กังวลเศรษฐกิจจีน-แรงขายหุ้นพลังงาน-ค้าปลีก-EA

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หุ้นไทยปิดตลาดร่วง -6.12 จุด นักวิเคราะห์ชี้แรงฉุดความเชื่อมั่นการลงทุนโดยเฉพาะหุ้น EA ดิ่งฟลอร์กระทบดัชนีประมาณ 1 จุด ขณะที่มีแรงขายกลุ่มพลังงาน-ค้าปลีก รวมทั้งขายทำกำไรระยะสั้นกลุ่มสื่อสารเข้าร่วม นอกจากนี้ปัจจัยต่างประเทศจากความกังวลเศรษฐกิจจีนชะลอหลัง GDP ไตรมาส 2/67 แย่กว่าคาดและไม่มีความชัดเจนถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม มองกรอบการลงทุนวันพรุ่งนี้แนวรับที่ 1,317 จุด ส่วนแนวต้านที่ 1,330 จุด แนะจับตาการทยอยรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/67 ของหุ้นกลุ่มแบงก์ในสัปดาห์นี้

ตลาดหุ้นไทยปิดทำการซื้อขายวันที่ 16 ก.ค. 2567 ปรับตัวลดลง -6.12 จุด หรือ -0.46% โดยปิดตลาดที่ 1,321.31 จุด มูลค่าซื้อขาย 36,028.80 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมการซื้อขายหุ้นวันนี้ดัชนีปรับตัวสลับขึ้นลงทั้งแดนบวกและลบ โดยระหว่างวันปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 1,330.84 จุด ในยทิศทางตรงกันข้ามที่ลดลงต่ำสุด 1,320.08 จุด

ขณะที่หลักทรัพย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงในวันนี้เพิ่มขึ้นจำนวน 156 หลักทรัพย์ ไม่เปลี่ยนแปลงจำนวน 153 หลักทรัพย์ และปรับตัวลดลงจำนวน 351 หลักทรัพย์

ด้านปริมาณการซื้อขายจำแนกตามกลุ่มนักลงทุนพบว่า นักลงทุนสถาบันขายสุทธิกว่า -1,412.99 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิกว่า -68.15 ล้านบาท ในทางกลับกันพบว่า นักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิกว่า +901.58 ล้านบาท และ บัญชี บล. ซื้อสุทธิกว่า +579.55 ล้านบาท

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
1.DELTA มูลค่าการซื้อขาย 3,050.51 ล้านบาท ปิดที่ 93.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท
2.PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 1,516.00 ล้านบาท ปิดที่ 146.00 บาท ลดลง 3.50 บาท
3.PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,297.25 ล้านบาท ปิดที่ 32.00 บาท ลดลง 0.75 บาท
4.BBL มูลค่าการซื้อขาย 1,184.42 ล้านบาท ปิดที่ 136.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท
5.BTS มูลค่าการซื้อขาย 1,066.74 ล้านบาท ปิดที่ 4.12 บาท ลดลง 0.22 บาท

ด้านดัชนี SET100 ที่มีราคาปรับตัวบวกเพิ่มขึ้นมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่
1.DELTA ปิดที่ 93.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท หรือ 3.89%
2.BBL ปิดที่ 136.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท หรือ 2.63 %
3.AEONT ปิดที่ 119 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาทหรือ 2.15%
4.BTG ปิดที่ 24.20 บาท เพิ่มขึ้น 1.20 บาทหรือ 5.22%
5.KBANK ปิดที่ 125.50 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาทหรือ 0.80 %

ส่วนดัชนี SET100 ที่มีราคาปรับตัวลดลงมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่
1.BH ปิดที่ 247 บาท ลดลง 4 บาท หรือ 1.59%
2.EA ปิดที่ 9.15 บาท ลดลง 3.95 บาทหรือ 30.15%
3.PTT EP ปิดที่ 146 บาท ลดลง 3.50 บาทหรือ
4.ADVANC ปิดที่ 220 บาท ลดลง 3 บาท หรือ1.35 %
5.SCC ปิดที่224 บาท ลดลง 3 บาท หรือ 1.32 %

ขณะที่ดัชนี SET100 ปิดที่ 1,802.49 จุด ลดลง -8.16 จุด หรือ -0.45% ส่วนดัชนี SET50 ปิดที่ 822.62 จุด ลดลง -3.52 จุด หรือ -0.43% และดัชนีตลาด mai ปิดที่ 346.46 จุด ลดลง -6.54 จุด หรือ -1.85%
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงสอดคล้องกับตลาดภูมิภาคที่บรรยากาศการลงทุนไม่ค่อยดี โดยถูกกดดันจากความกังวลเศรษฐกิจจีนชะลอตัวหลังตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/67 ของจีนแย่กว่าคาด รวมทั้งผิดหวังที่การประชุมใหญ่ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 ครั้งที่ 3 (China’s Third Plenum) ยังไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเพิ่มเติม

ขณะที่ตลาดหุ้นบ้านเรายังเผชิญแรงขายในหุ้นกลุ่มพลังงาน-กลุ่มค้าปลีกเข้ามากดดัน รวมทั้งแรงขายทำกำไรระยะสั้นกลุ่มสื่อสารที่เมื่อวานนี้ปรับตัวบวกประคองตลาด ขณะที่วันนี้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศปลด SP หุ้น บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงติดฟลอร์กระทบกับดัชนี 1 จุด

"แนวโน้มวันพรุ่งนี้คาดตลาดแกว่งไซด์เวย์ไร้ปัจจัยใหม่ ขณะที่นักลงทุนรอติดตามการทยอยรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/67 หุ้นกลุ่มธนาคารในสัปดาห์นี้ โดยประเมินกรอบการลงทุนแนวรับที่ 1,317 จุดส่วนแนวต้านที่ 1,330 จุด" นายณัฐพล กล่าวทิ้งท้าย


กำลังโหลดความคิดเห็น