คริปโตเคอร์เรนซีเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และด้วยความที่มีราคาการซื้อขายผันผวนสูงที่ขึ้นลงแรง จะได้เห็นจากช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนคริปโตประสบปัญหาขาดทุน และเสียหายจากความเสี่ยงของการลงทุนที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก บางรายสูญเสียเงินทั้งหมด หรือกว่า 80 - 90% ของเงินลงทุน จากมูลค่าพอร์ตที่เติมเงินลงทุนไป หรือเงินตั้งต้น หลักล้าน หลักสิบล้าน เหลือเพียงหลักแสนหลักหมื่น ในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งนักลงทุนไม่น้อย กว่า 50-60% ไม่มีพื้นฐานเรียนรู้การลงทุนประเภทใดมาก่อน โดยเริ่มเข้ามาลงทุนในคริปโตหรือสินทรัพย์ดิจิทัลตามกระแส จึงทำให้มีความเสี่ยงที่จะประสบกับภาวะขาดทุน มากกว่าที่จะมีกำไร บางรายร้ายแรงถึงขั้นสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด หรือซ้ำร้ายเงินที่นำมาลงทุนนั้นเป็นกู้ หรือเงินนอกระบบ ซึ่งเป็นเงินร้อน ทำให้เกิดความเครียดสูง และมักตัดสินใจแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในทางที่ผิดกฏหมายเช่นการก่อเหตุอาชญากรรม เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ มากกว่าคนที่จัดสรรเงินมาเพื่อใช้ลงทุน หรือเพื่อต้องการถอนทุนคืนจากการลงทุนที่เสียหายไป ดังจะเห็นได้จากคดีอาชญากรรมของผู้ก่อเหตุ ซึ่งเสียหายจากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลและเกี่ยวของกับคริปโต ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาด้านจิตวิทยา และพฤติกรรมทางอารมณ์ของผู้ลงทุนรุ่นใหม่ในสินทรัพย์ดิจิทัลหลายชิ้น พบว่านักลงทุนคริปโตมีแนวโน้มที่จะแสดงถึงอารมณ์แฝงที่รุนแรงของบุคลิกภาพด้านมืด ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินใจการลงทุนที่ไม่ดีและผลลัพธ์เชิงลบตามมา
ต่อไปนี้เป็น 10 มุมมองด้านมืดของนักลงทุนคริปโต
1.ความหลงตัวเอง (Narcissism)
มีบุคลิกภาพหลงตัวเองมักจะเชื่อว่าพวกเขาฉลาดกว่าคนอื่นและสามารถเอาชนะตลาดได้ พวกเขามักจะเชื่อมั่นเกินเหตุและขาดการไตร่ตรอง ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินใจการลงทุนที่ไม่ดี
2.โรคจิต (Psychopathy)
มีบุคลิกภาพโรคจิตมักจะไม่รู้สึกถึงความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น พวกเขามักจะเห็นการลงทุนเป็นเกมที่ต้องชนะให้ได้ พวกเขามักจะไม่กลัวที่จะเสี่ยงและอาจเอาเปรียบผู้อื่นเพื่อประโยชน์ของตนเอง
3.การชอบบงการ (Machiavellianism)
มีบุคลิกภาพชอบบงการมักจะมองหาโอกาสที่จะหลอกใช้ผู้อื่น พวกเขามักจะมีทักษะในการโน้มน้าวผู้อื่นและอาจใช้ทักษะเหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของตนเอง
4.ความกลัวที่จะพลาดโอกาส (Fear of missing out)
มีบุคลิกภาพความกลัวที่จะพลาดโอกาสมักจะหวาดกลัวที่จะพลาดโอกาสในการรวย พวกเขามักจะคล้อยตามกระแสนิยมและอาจลงทุนในสินทรัพย์ที่พวกเขาไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้
5.ความเห็นแก่ตัว (Selfishness)
มีบุคลิกภาพเห็นแก่ตัวมักจะสนใจแต่ตนเองเท่านั้น พวกเขามักจะไม่สนใจผลกระทบของการลงทุนของพวกเขาต่อผู้อื่น
6.ความโลภ (Greed)
โลภมาก มักจะต้องการผลตอบแทนที่สูง มักจะไม่พอใจกับผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล และยอมเสี่ยงมากเกินไปแม้อาจหมดตัวติดลบ
7.ความหวาดระแวงไม่ไว้วางใจ (Mistrust)
มีบุคลิกภาพความไม่ไว้วางใจใคร มักจะคิดว่าคนอื่นกำลังพยายามหลอกลวงตนเอง มักจะไม่เชื่อข้อมูลที่เป็นทางการและอาจตัดสินใจการลงทุนโดยใช้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
8.ความก้าวร้าว (Aggressiveness)
มีบุคลิกภาพก้าวร้าว มักจะพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อสิ่งที่ตนต้องการ และมักจะไม่ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง และอาจใช้ความรุนแรงเพื่อปกป้องความคิดเห็นของตนเอง
9.ความผิดปกติทางจิต (Mental illness)
นักลงทุนคริปโตบางรายอาจมีอาการทางจิต เช่น โรคซึมเศร้าหรือโรคไบโพลาร์ อาการเหล่านี้อาจทำให้การตัดสินใจการลงทุนของพวกเขาแย่ลง
10.การเสพติด (Addiction)
นักลงทุนคริปโตบางรายอาจเสพติดการซื้อขายคริปโต ทำให้พฤติกรรมซ่อนเร้นอาจไม่สามารถควบคุมความต้องการที่จะซื้อขายได้และอาจสูญเสียเงินจำนวนมาก
สิ่งสำคัญคือนักลงทุนต้องสำรวจตัวเอง และตระหนักว่าไม่ใช่นักลงทุนคริปโตทุกคนที่มีบุคลิกภาพด้านมืด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่มีบุคลิกภาพด้านมืดมีความเสี่ยงที่จะประสบกับผลลัพธ์ที่ไม่ดีจากการซื้อขายคริปโต ซึ่งนักลงทุนคริปโตควรพิจารณาบุคลิกภาพของตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน
ทั้งนี้การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและเข้าใจความเสี่ยงของสินทรัพย์นั้นๆ ก่อนตัดสินใจลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากคริปโตเป็นสินทรัพย์ที่มีลักษณะเฉพาะตัว แตกต่างจากสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ และมีความเสี่ยงสูง เช่น ความเสี่ยงด้านราคา ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ เป็นต้น
นักลงทุนจึงควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคริปโตและสินทรัพย์ดิจิทัลให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ทั้งในด้านเทคโนโลยี กฎระเบียบ และความเสี่ยงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถศึกษาได้จากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น เว็บไซต์ของบริษัทที่ออกสินทรัพย์ดิจิทัล เว็บไซต์ของหน่วยงานกำกับดูแล บทความต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต เป็นต้น
นอกจากนี้ นักลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงของตนเองและเป้าหมายในการลงทุนด้วย หากนักลงทุนมีความเสี่ยงต่ำ ควรลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความเสี่ยงต่ำเช่นกัน หากนักลงทุนมีความเสี่ยงสูง อาจลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความเสี่ยงสูงได้ แต่ควรลงทุนในจำนวนที่เหมาะสม และจำกัดเพดานความเสี่ยงที่สามารถรับได้และไม่กระทบต่อผลรวมการเงินในระยะยาว
ที่มา :
* "ผลศึกษาฉบับใหม่ไขข้อสงสัย ทำไมคนหลงตัวเอง-ซาดิสม์ถูกจริตคริปโตฯ"
**บทความวิชาการ
Wang, D., Wang, Z., Li, J., & Wang, Y. (2022). Dark Tetrad Personality Traits and Cryptocurrency Investment Behavior. *Personality and Individual Differences*, 182, 111311.
รวบรวมโดย : iBit


