xs
xsm
sm
md
lg

หุ้นไทยวูบหลุด 1,400 จุด ปิด -15.40 จุด หลังบอนด์ยิลด์พุ่งกดดันตลาด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หุ้นไทยร้อนแรงไม่เลิก หลุด 1,400 จุด ปิดตลาด -15.40 จุด แม้ ก.ล.ต. และ ตลท.แถลงร่วมเรียกความเชื่อมั่นไม่ขึ้น หลังนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟดส่งสัญญาณเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ กดดันบอนด์ยิลด์ปรับตัวพุ่งขึ้น หลังผลการประมูลพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 30 ปีออกมาน่าผิดหวัง อีกทั้งรัฐบาลไทยเตรียมหั่นงบประมาณเพิ่มจากนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ตามที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีประกาศหลักเกณฑ์การแจกเงิน ประเมินกรอบการลงทุนสัปดาห์หน้า คาดตลาดหุ้นไทยแกว่งไซด์เวย์อัป มองกรอบดัชนีแนวรับที่ 1,390 จุด แนวต้าน 1,444 จุด

ตลาดหุ้นไทยปิดทำการซื้อขายวันที่ 10 พ.ย.2566 ปรับตัวลดลง -15.40 จุด หรือ -1.10% โดยปิดตลาดที่ 1,389.57 จุด มูลค่าการซื้อขาย 50,967.94 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมการซื้อขายหุ้นในวันนี้ ดัชนีแกว่งตัวในแดนลบตลอดทั้งวันโดยมีการปรับตัวขึ้นแดนบวกช่วงท้ายตลาดสั้นๆ ก่อนที่จะปรับตัวลดลงหลุด 1,400 จุด และปิดตลาดในแดนลบ โดยระหว่างวันปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 1,406.08 จุด ในทิศทางกลับกันที่ปรับตัวลดลงต่ำสุด 1,387.41 จุด

ขณะที่หลักทรัพย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงในวันนี้เพิ่มขึ้น จำนวน 137 หลักทรัพย์ ไม่เปลี่ยนแปลง จำนวน 161 หลักทรัพย์ และปรับตัวลดลง จำนวน 345 หลักทรัพย์

ด้านปริมาณการซื้อขายจำแนกตามกลุ่มนักลงทุน พบว่า นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิกว่า -2,384.79 ล้านบาท ในทางกลับกัน พบว่า นักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิกว่า +1,289.00 ล้านบาท บัญชี บล. ซื้อสุทธิกว่า +178.69 ล้านบาท และนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิกว่า +917.10 ล้านบาท

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
1.JMT มูลค่าการซื้อขาย 2,112.28 ล้านบาท ปิดที่ 27.00 บาท ลดลง 5.75 บาท
2.CPALL มูลค่าการซื้อขาย 2,348.13 ล้านบาท ปิดที่ 55.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท
3.DELTA มูลค่าการซื้อขาย 1,504.50 ล้านบาท ปิดที่ 77.75 บาท ลดลง 5.75 บาท
4.AOT มูลค่าการซื้อขาย 1,461.98 ล้านบาท ปิดที่ 67.50 บาท ลดลง 1.50 บาท
5.KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,378.68 ล้านบาท ปิดที่ 131.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

ด้านดัชนี SET100 ที่มีราคาปรับตัวบวกเพิ่มขึ้นมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่
1.CPN ปิดที่ 64.75 บาท เพิ่มขึ้น 2.25 บาท หรือ 3.60%
2.COM7 ปิดที่ 26.00บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 4.00%
3.CRC ปิดที่ 38.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 2.68%
4.CPALL ปิดที่ 55.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.36%
5.GLOBAL ปิดที่ 17.40 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 2.96%

ส่วนดัชนี SET100 ที่มีราคาปรับตัวลดลงมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่
1.DELTA ปิดที่ 77.75 ลดลง 5.75 บาท หรือ 6.89%
2.SCC (XB) ปิดที่ 290 บาท ลดลง 4.00 บาท หรือ 1.36%
3.BH ปิดที่ 230 บาท ลดลง 3.00 บาท หรือ 1.29%
4.EGCO ปิดที่ 126 บาท ลดลง 2.50 บาท หรือ 1.94%
5.EA ปิดที่ 44.25 บาท ลดลง 2 บาท หรือ 4.32%

ขณะที่ดัชนี SET100 ปิดที่ 1,903.32 จุด ลดลง -23.28 จุด หรือ -1.21% ส่วนดัชนี SET50 ปิดที่ 860.48 จุด ลดลง -9.75 จุด หรือ -1.12% และดัชนีตลาด mai ปิดที่ 393.77 จุด ลดลง -3.40 จุด หรือ -0.86%

นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดวันนี้ได้รับแรงกดดันจากการที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ขณะที่ตลาดถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยิลด์) หลังผลการประมูลพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 30 ปีออกมาน่าผิดหวัง

"ช่วงบ่ายนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง แถลงรายละเอียดโครงการดิจิทัลวอลเล็ต แม้ว่าช่วงแรกจะเด้งขึ้นไปได้เหนือ 1,400 จุด แต่การปรับลดงบประมาณโครงการลงมาที่ 5 แสนล้านบาท ทำให้บอนด์ยิลด์ของไทยกลับมาปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้ SET Index ปรับตัวลงมาแรงในช่วงท้ายภาคบ่าย ส่วนแนวโน้มในสัปดาห์หน้าคาดตลาดหุ้นไทยแกว่งไซด์เวย์อัป ให้กรอบดัชนีแนวรับ 1,390 จุด แนวต้าน 1,444 จุด" นายสรพล กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น