xs
xsm
sm
md
lg

SUPER ครึ่งปีแรก EBITDA margin แตะ 80%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น อวด EBITDA งวด 6 เดือน 2566 เติบโต โดยมีจำนวน 4,090.24 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 80 ของรายได้ รับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าที่ขยายการลงทุน และเป็นการเติบโตต่อเนื่อง 5 ปีต่อเนื่อง เตรียม COD โครงการพลังงานลมในเวียดนาม กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์

นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SUPER) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 4,090.24 ล้านบาท หรือ EBITDA margin ในอัตรา 80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ประมาณ 3,900 ล้านบาท โดยในไตรมาส 2/2566 EBITDA อยู่ที่ 1,886.07 ล้านบาท

ทั้งนี้ การเติบโตของ EBITDA มาจากบริษัทฯ เริ่มรับรู้รายได้จากโครงการที่ลงทุนจากโครงการโรงไฟฟ้า SPP Hybrid ขนาดกำลังการผลิต 16 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในจังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งร่วมกับแบตเตอรี่ ผลิตและขายไฟฟ้าได้ในระยะเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งได้จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เมื่อต้นปี2566 และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากขยะของบริษัท หนองคายน่าอยู่ จำกัด หรือ NKY ซึ่งเป็นบริษัทย่อย จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ หรือ COD ให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งมีปริมาณซื้อขายไฟตามสัญญา (PPA) จำนวน 6 เมกะวัตต์ เป็นต้น ซึ่งสนับสนุนการเติบโตของรายได้ให้เป็นไปตามแผนงาน

“บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าแผนการลงทุนให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ EBITDA margin 80% เป็นการรักษาระดับการทำกำไรอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา (ปี 2560-2565) สะท้อนว่าถึงบริษัทฯ มีผลการดำเนินงานที่มีเสถียรภาพ มีการเติบโตมั่นคง มีรายรับจากโครงการโรงไฟฟ้าต่อเนื่อง สนับสนุนธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และยั่งยืนในอนาคต" นายจอมทรัพย์ กล่าว

สำหรับแนวโน้มภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังมีสัญญาณที่ดีต่อเนื่อง คาดว่าจะสามารถจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ประเทศเวียดนาม “Soc Trang” กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ และโครงการพลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์กับมหาวิทยาลัยมหิดล กำลังการผลิต 14 เมกะวัตต์ ในช่วงปลายไตรมาส 3 ถึงต้นไตรมาส 4 ของปีนี้ สนับสนุนการเติบโต โดยตั้งเป้าหมายรายได้อยู่ที่ระดับ 10,000-11,000 ล้านบาท หรือเติบโต 10% จากปีก่อน และมองหาโอกาสเพื่อเข้าไปลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ในประเทศต่างๆ รวมถึงการเข้าลงทุนในเวียดนามตามแผนพัฒนาพลังงาน PDP8 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้พอร์ตกำลังผลิตเติบโตเท่าตัวในอีก 2 ปีข้างหน้า


กำลังโหลดความคิดเห็น