ก.ล.ต.สหรัฐ สั่งปรับ Kim Kardashian ดาราและเซเลบริตี้ชื่อดังของสหรัฐ โดยเธอตกลงที่จะจ่ายเงินค่าปรับให้กับ ก.ล.ต. กว่า 1.26 ล้านดอลลาร์ จากการชักชวนให้ลงทุนในดิจิทัลโทเคน และเหรียญคริปโตผ่านทางโซเชียลมีเดีย แม้ว่าจะไม่มีการเปิดเผยออกมาว่าเธอได้รับเงินค่าตอบแทนเท่าไรสำหรับการรับงานโปรโมทดังกล่าวนั้น ซึ่งนอกจาก Kim Kardashian แล้วยังมีดารานักร้องอีกหลายราย ที่รับงานโปรโมทคริปโตดังกล่าว และคาดว่า ก.ล.ต.สหรัฐจะทยอยประกาศรายชื่อพร้อมดำเนินการสั่งปรับตามความผิดตามกฏหมายต่อไป
ทั้งนี้หากย้อนกลับไปในเดือนมิถุนายน 2564 ทาง Kim Kardashian ได้โพสต์เรื่องราวบน Instagram เชิญชวนผู้ติดตามกว่า 328 ล้านคนของเธอให้ลงทุนใน EthereumMax
“นี่ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน” Kardashian เขียนไว้ในเรื่องราวของเธอ “แต่เป็นการแบ่งปันสิ่งที่เพื่อนของฉันเพิ่งบอกฉันเกี่ยวกับโทเค็น Ethereum Max!” ท่ามกลางแฮชแท็กอื่น ๆ ของเธอในลักษณะของการ "โฆษณา" ชวนเชื่อเพื่อการลงทุน
CNBCNews กล่าวว่าทั้งนี้แม้ Kardashian จะเป็นหนึ่งในคนดังหลายคนที่เป็นส่วนหนึ่งของความนิยมในการเข้าลงทุนคริปโตในช่วงปีที่แล้วที่ตลาดกำลังขึ้นหม้อ ซึ่งทำให้เกิดความสนใจและการโหมกระพือโฆษณาและการระดมทุนของโครงการ cryptocurrencies ตลอดจนเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับบล็อกเชนต่างๆมากมาย
ขณะที่ Cryptocurrencies ซึ่งถูกจัดเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทหนึ่ง เช่น Bitcoin ที่สามารถซื้อและขายผ่านการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิตอล โดย EthereumMax ซึ่งเป็นโทเคนสกุลเงินดิจิทัล ที่เป็นสินทรัพย์ที่ซื้อขายได้ ซึ่งสร้างขึ้นจากเทคโนโลยีสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งทำให้ผู้คนเกิดความสงสัย และคลางแคลงใจ เนื่องจากมีการโปรโมตออนไลน์เป็นจำนวนมากโดยมีลักษณะคล้ายแชร์ลูกโซ่
ด้าน Gary Gensler ประธาน ก.ล.ต. กล่าวในการแถลงข่าวโดยเปิดเผยข้อกล่าวหาทางกฎหมายที่มีต่อเหล่าคนดังว่า “คนเหล่านั้นต้องเปิดเผยต่อสาธารณะว่าพวกเขาจะได้รับเงินเพื่อส่งเสริมการลงทุนในหลักทรัพย์เมื่อใดและเป็นจำนวนเท่าไหร่” ก.ล.ต. กล่าวว่า Kardashian ปกปิดข้อมูลว่าเธอได้รับเงินจำนวน 250,000 ดอลลาร์เพื่อโปรโมต EthereumMax ในขณะที่ Kardashian ปฏิเสธข้อกล่าวหา และไม่ยอมรับต่อการกระทำผิด ซึ่งตามข่าวประชาสัมพันธ์ของ SEC ระบุว่าเธอยอมรับเงื่อนไขว่าจะไม่โฆษณาสิ่งใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ crypto ในอีกสามปีข้างหน้า
ขณะที่ Eric Chaffee ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย Toledo ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงด้านกฎหมาย กล่าวว่า Kardashian อาจพยายามโต้แย้งต่อคำจำกัดความว่าเป็นเพียงสื่อโฆษณา หาใช่ผู้มีส่วนร่วม ซึ่งจากหลักฐานและข้อกฏหมายในปัจจุบัน ถือว่าเพียงพอที่จะปฏิบัติตามกฎของ SEC แต่ในการยื่นฟ้อง Kardashian โดยคณะกรรมการ ก.ล.ต. ระบุว่าพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ กำหนดให้เปิดเผยจำนวนเงินที่ได้รับสำหรับการเผยแพร่หลักทรัพย์อย่างชัดเจน แต่ความจริงที่ว่า Kardashian เลือกที่จะยุติคดีนี้ อาจหมายถึงความแตกต่างเล็กน้อย เกี่ยวกับวิธีที่สำนักงาน ก.ล.ต. อาจจำหน่ายการพิจารณาคดีดังกล่าวออกไปในตอนนี้ Chaffee กล่าว
"อย่างไรก็ตามในระหว่างนี้ สำนักงาน ก.ล.ต. มักจะรักษามุมมองที่เข้มงวดเกี่ยวกับความจำเป็นในการใช้ภาษาที่ชัดเจนเกี่ยวกับการที่คนดังซึ่งได้รับผลกระทบจากการโปรโมตเนื้อหาใด ๆ ซึ่งรวมถึงเนื้อหาที่เกี่ยวกับการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งมีความคลุมเครือคาบเกี่ยวกับลักษณะของการหลอกลวงลงทุนร่วมด้วย" Eric Chaffee กล่าว
ขณะที่ตัวแทนของ Kardashian และ EtheriumMax กลับเพิกเฉยไม่ตอบสนองต่อคำร้องขอจาก ก.ล.ต. สหรัฐแต่อย่างได
ทั้งนี้ Kardashian และคนดังรายอื่น ๆ ได้ถูก ก.ล.ต. สหรัฐถูกฟ้องในเดือนมกราคมโดยมีผู้ที่ลงทุนในเหรียญดังกล่าวหลายรายเช่น Floyd Mayweather Jr. นักมวยชื่อดัง Paul Pierce นักกีฬาบาสเก็ตบอล NBA และ Antonio Brown นักฟุตบอลในเมเจอร์ลีกส์ของอเมริกา ก็ถูกเสนอชื่อให้เป็นจำเลยในคดีความ ซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการในศาลแขวงของสหรัฐในเขตพื้นที่ตอนกลาง ของแคลิฟอร์เนีย
"การที่ ก.ล.ต. ไม่ได้ประกาศข้อกล่าวหากับผู้โฆษณารายอื่น ที่มีชื่ออยู่ในคดีที่เกี่ยวข้องกับ EthereumMax โดยเมื่อสองปีก่อน Mayweather และโปรดิวเซอร์เพลง DJ Khaled ถูกตั้งข้อหาโปรโมตการเสนอเหรียญเริ่มต้นโดยไม่เปิดเผยค่าตอบแทน โดย Mayweather จ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงินรวม 614,775 ดอลลาร์ในขณะที่ Khaled จ่ายเงิน 152,725 ดอลลาร์ตามการเปิดเผยของ SEC ซึ่งเขาไม่ยอมรับหรือปฏิเสธข้อกล่าวหาหรือตอบกลับคำร้องต่อความเห็นดังกล่าวนั้น ต่างจาก Kardashian และคนดังคนอื่นๆ ที่โปรโมต EthereumMax คนดังอย่าง Matt Damon, Larry David และ Tom Brady เลือกที่จะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลที่มีการซื้อและขายสกุลเงินดิจิทัลและโทเค็น ไม่ใช่สินทรัพย์ดิจิทัล นั่นทำให้พวกเขาอยู่นอกเหนือเขตอำนาจของสำนักงาน ก.ล.ต." Chaffee กล่าว
อย่างไรก็ดี ที่จุดสูงสุดของความนิยมใน crypto คนดังและผู้มีอิทธิพลจำนวนมากได้ให้ความสำคัญกับเหรียญและ cryptocurrencies จำนวนมากที่มีชื่อเช่น “#SafeMoon” และ “$TITScoin” กว่าหนึ่งปีให้หลัง มูลค่าของโทเค็นเหล่านั้นลดลง ทำให้นักลงทุนมีทรัพย์สินที่มีมูลค่าน้อยกว่าตอนที่ซื้อมา ซึ่งเปรียบเหมือนหลุมพรางของการลงทุนซึ่งขุดไว้หลอกนักลงทุนที่ขาดความยับยั้งชั่งใจในการศึกษาข้อมูลและความโลภจากผลตอบแทนที่จะได้รับซึ่งผู้โปรโมทได้ลวงหลอกไว้
ขณะที่เมื่อกระแสความนิยม crypto ลดลง กลุ่มวิเคราะห์การลงทุน และนักลงที่เคยมีประสบการณ์ดังกล่าวนั้น ได้ออกมาเตือนถึงการวางกฏเกณฑ์และการจัดระเบียบและรวมถึงผู้ที่มีส่วนได้เสียและนักการเมือง คนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคริปโต ได้เริ่มต่อต้านผู้ทรงอิทธิพลด้านต่างๆที่ส่งเสริมสิ่งที่บางคนมองว่าเป็นการหลอกลวง
คนดังคนอื่น ๆ ต้องเผชิญกับบทลงโทษที่คล้ายกับของ Kardashian โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 Steven Segal นักแสดงภาพยนต์แอคชั่นชื่อดัง ถูกตั้งข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการโปรโมทคริปโต แต่ไม่มีการเปิดเผยว่าเขาได้รับค่าตอบแทนเท่าไหร่เมื่อเขาโปรโมตสินทรัพย์ดิจิทัล ที่เสนอโดยบริษัทคริปโตเคอเรนซี โดย Steven Segal ตกลงที่จะจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงินรวม 314,000 ดอลลาร์ ซึ่งการแสดงออกของเขานั้นเหมือนกับคนดังอื่นๆคือ ไม่ยอมรับหรือปฏิเสธข้อกล่าวหาตามที่ตัวแทนของ Segal กล่าวกับ CNBC ว่า "Mr. Seagal ไม่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์นี้” และ “สำหรับเขา มันเป็นเพียงกรณีของใครบางคนที่จ่ายเงินให้คนดังเพื่อใช้ภาพลักษณ์ของเขาเพื่อโปรโมตผลิตภัณฑ์”