xs
xsm
sm
md
lg

บมจ.เฮงลิสซิ่งรุกขยายธุรกิจ นำร่องภาคอีสาน ตั้งเป้าสินเชื่อแตะ 1.3 หมื่นล้านในปี 66

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



‘บมจ.เฮงลิสซิ่ง แอนด์ แคปปิตอล’ เปิดตัวขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคอื่น หลังประสบความสำเร็จจากภาคเหนือ โชว์จุดแข็งผลิตภัณฑ์สินเชื่อ และบริการที่หลากหลาย พันธมิตรที่แข็งแกร่ง พร้อมพัฒนา Software และ Mobile Application ต่างๆ สำหรับการให้บริการสินเชื่อ เพื่อรองรับการเติบโต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เดินหน้ารุกภาคอีสานนำร่อง ตั้งเป้าปี 2566 พอร์ตสินเชื่อรวมเพิ่มเป็น 13,000 ล้านบาท และสาขาเป็น 830 สาขา

นายวิชัย ศุภสาธิตกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เฮงลิสซิ่ง แอนด์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินธุรกิจสินเชื่อรายใหญ่ในภาคเหนือภายใต้แบรนด์ ‘เฮงลิสซิ่ง’ ที่เกิดขึ้นจากการร่วมลงทุนระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อรายใหญ่ในภาคเหนือ 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทวีเฮง กลุ่มพัฒนสิน กลุ่มมิตรเอื้ออารีย์ และกลุ่มสินปราณี ซึ่งมีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในธุรกิจให้บริการสินเชื่อที่มีหลักประกันที่แตกต่างกันมากกว่า 20 ปี โดยการรวมตัวกันจึงสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันทั้งด้านฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งในภาคเหนือ ความสามารถ และประสบการณ์ของกลุ่มผู้ถือหุ้นแต่ละกลุ่ม ซึ่งจะช่วยผลักดันให้บริษัทฯ นำเสนอผลิตภัณฑ์ตรงใจลูกค้า และเติบโตอย่างยั่งยืน

นางสุธารทิพย์ พิสิฐบัณฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮงลิสซิ่ง แอนด์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ มีวิสัยทัศน์ ‘ผู้ให้บริการทางการเงินที่เป็นที่นิยมชมชอบของลูกค้าในแต่ละท้องถิ่น’ เพื่อก้าวสู่ผู้นำธุรกิจให้บริการสินเชื่ออย่างครบวงจรที่ตอบสนองความต้องการทางการเงินของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน โดยสินเชื่อที่มีหลักประกันประกอบด้วย (1) สินเชื่อเช่าซื้อ (Hire Purchase) สำหรับลูกค้ารายย่อยที่ต้องการซื้อรถมือสอง (2) สินเชื่อจำนำทะเบียนรถเป็นประกัน และ (3) สินเชื่อที่มีบ้านและที่ดินเป็นหลักประกัน โดยปัจจุบันมีสัดส่วนสินเชื่อที่มีหลักประกันอยู่ถึง 95% ของพอร์ต และกว่า 80% เป็นสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ

ส่วนสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน ประกอบด้วย (1) สินเชื่อส่วนบุคคล สำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดาทั่วไปที่มีรายได้สม่ำเสมอ มีเอกสารรับรองรายได้ (2) สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์) สำหรับลูกค้ารายย่อยที่ไม่มีเอกสารรับรองรายได้หรือไม่มีสินทรัพย์เป็นหลักประกัน โดยจะต้องเป็นผู้ประกอบอาชีพที่มีหลักแหล่งแน่นอน มีหลักฐานและสถานที่ประกอบอาชีพ รวมทั้งมีรายได้จากการประกอบอาชีพที่ชัดเจน รวมทั้งยังประกอบธุรกิจการให้บริการนายหน้าประกันวินาศภัยและนายหน้าประกันชีวิตผ่านเครือข่ายสาขาให้แก่บริษัทประกันชั้นนำจำนวน 6 บริษัท

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนยกระดับการให้บริการสินเชื่อในทุกมิติ ตั้งแต่การบริหารจัดการควบคุมความเสี่ยงและบริหารคุณภาพลูกหนี้ให้มีประสิทธิภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่เหมาะสมกับพฤติกรรมลูกค้าในแต่ละท้องถิ่น เพื่อขยายฐานลูกค้ารายใหม่ๆ พร้อมเพิ่มช่องทางให้บริการแก่ลูกค้าผ่านการเปิดสาขาให้ครบ 830 สาขา ภายในปี 2566 และพัฒนา Software และ Mobile Application ต่างๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากการให้บริการของ ‘เฮงลิสซิ่ง’ ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น จากปัจจุบันที่บริษัทฯ มีเครือข่ายพันธมิตรผู้ประกอบการเต็นท์รถมือสองและนายหน้ากว่า 5,100 ราย ที่ช่วยนำเสนอผลิตภัณฑ์และส่งต่อลูกค้าให้แก่สาขาในแต่ละพื้นที่ ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯ มีสาขากระจายอยู่ใน 51 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

สำหรับกลยุทธ์หลักในการขยายธุรกิจในอนาคต บริษัทฯ จะเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรองรับการขยายธุรกิจให้เกิดความสะดวก รวดเร็วและครอบคลุมการดำเนินธุรกิจ รวมถึงรองรับกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่กันมาใช้ช่องทางดิจิทัลมากขึ้น ไปพร้อมไปกับการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น รวมทั้งให้ความสำคัญกับพันธมิตรเดิมที่มีอยู่และพันธมิตรใหม่ โดยในช่วงแรกจะเน้นขยายธุรกิจไปยังภาคอีสานซึ่งสาขากว่าครึ่งที่จะเปิดเพิ่มจะอยู่ในภาคนี้ และขยายสู่ภาคใต้และภาคตะวันออกต่อไป โดยปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าของบริษัทประมาณ 42% อยู่ในภาคเหนือ

"เราเชื่อในโมเดลที่ประสบความสำเร็จมาจากภาคเหนือ ประกอบกับการพัฒนาบุคลากรสาขาเพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการ และผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายจะทำให้เราขยายไปสู่ภาคอื่นไปได้ โดยในปีนี้เราตั้งเป้าสินเชื่อเติบโต 8% จากพอร์ตสิ้นปีก่อนที่ 7,700 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อรวมในปี 2566 ที่ 13,000 ล้านบาทภายในปี 2566 หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 25% ต่อปี และขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นไฟลิ่งเพื่อเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อไป"

สำหรับในช่วงสถานการณ์โควิด-19 นี้ บริษัทฯเน้นให้ความช่วยเหลือลูกค้าตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีทั้งกลุ่มลูกค้าที่เข้าโครงการ และสามารถออกจากโครงการได้แล้ว และบางส่วนก็ยังคงอยู่ โดยบริษัทได้ดูแลและให้ความยืดหยุ่นตามความเหมาะสมต่อไป
กำลังโหลดความคิดเห็น