xs
xsm
sm
md
lg

AWC ขาดทุนปี 63 เฉียด 2 พันล้าน อัดงบเฉียด 2 หมื่นล้านขยายลงทุน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC
แอสเสท เวิรด์ คอร์ป งวดนี้ขาดทุนรวม 1,881 ล้านบาท ผลกระทบโควิด-19 กดดันต่อกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าวูบ ขณะธุรกิจอาคารสำนักงานยังแข็งแกร่ง ปี 64 ลุยพัฒนาโครงการใหม่และปรับปรุงโครงการเดิมไลฟ์สไตล์ New Normal พร้อมเข้าซื้อโครงการ "เวิ้งนาครเขษม 8,247.8 ล้านบาท และเช่าโครงการลาซาลกว่า 8 ไร่ รวมทั้งพัฒนาโครงการ 712.3 ล้านบาท

ดร.กานต์ ปฏิเวธวรรณกิจ หัวหน้าคณะสายงานบัญชีและการเงิน หัวหน้าคณะสายงานบัญชีและการเงิน บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC แจ้งผลงานงวดสิ้นปี 63 มีผลขาดทุน 1,881 ล้านบาท ขณะที่ปีก่อนมีกำไรสุทธิ 932.28 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 4 ขาดทุน 492 จากผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ลการดำเนินของกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า

ขณะที่มีรายได้รวม 6,133 ล้านบาท ลดลง 46.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยธุรกิจโรงแรมและบริการได้รับผลกระทบจากการลดลงของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังไม่สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยได้และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า ได้รับผลกระทบจากให้ส่วนลดค่าเช่าผู้เช่าตามนโยบายช่วยเหลือคู่ค้าของบริษัทให้สามารถผ่านวิกฤตไปได้อย่างดีที่สุด ส่วนธุรกิจอาคารสำนักงานยังคงดำเนินการได้อย่างแข็งแกร่งเพราะกระจายความเสี่ยงของพอร์ตทรัพย์สินของบริษัท มีสัดส่วนรายได้ธุรกิจโรงแรม 46% ธุรกิจสำนักงาน 37% และธุรกิจศูนย์การค้า 17% ทำให้บริษัทสามารถลดความผันผวนของระดับรายได้

นอกจากนี้ AWC ยังแจ้งมติคณะกรรมการบริษัทอนุมัติการเข้าลงทุนในบริษัท ทีซีซี เวิ้งนาครเขษม จำกัด และบริษัท วรรณทรัพย์พัฒนา จำกัด ด้วยการเข้าซื้อหุ้นสามัญจากผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งเป็นบุคคลเกี่ยวโยงกันกับบริษัทฯ 300 ล้านบาท หรือคิดเป็น 100% ของหุ้นทั้งหมดของทีซีซี เวิ้งนาครเขษม รวมมูลค่าประมาณ 8,2651 ล้านบาท นอกจากนี้ ทีซีซี เวิ้งนาครเขษม ต้องใช้เงินเพื่อลงทุนสำหรับการพัฒนาโครงการ 8,247.8 ล้านบาท รวมเป็นเงินที่บริษัทฯ และ/หรือบริษัทย่อยต้องชำระทั้งสิ้น 16,595.5 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) หากการซื้อขายหุ้นดังกล่าวไม่เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ธ.ค.64 และผู้ซื้อยังมีความประสงค์จะซื้อหุ้นสามัญในทีซีซี เวิ้งนาครเขษม ต่อไป อาจมีภาระที่ต้องชำระเงินเพิ่มเติมในอัตรา 5% ต่อปี โดยคำนวณจากมูลค่าการซื้อขายหุ้นสามัญ รวมถึงเงินทุนหมุนเวียนสุทธิ และหนี้สินตามบัญชี เงินลงทุนส่วนเพิ่ม (หากมี) ให้แก่ผู้ขาย

อีกทั้งการเข้าลงทุนในบริษัท วรรณทรัพย์พัฒนา จำกัด จะเป็นการเข้าซื้อหุ้นสามัญ 10,000 หุ้น หรือคิดเป็น 100% ของหุ้นทั้งหมดของวรรณทรัพย์พัฒนาจากผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งเป็นบุคคลเกี่ยวโยงกันกับบริษัทฯ รวมมูลค่าประมาณ 502 ล้านบาท เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิการเช่าโครงการลาซาล 8-2-94 ไร่ ทั้งนี้ วรรณทรัพย์พัฒนามีภาระค่าเช่าที่ต้องชำระตลอดอายุสัญญาเช่าที่ดินอีก 147 ล้านบาท และมีแผนการใช้เงินเพื่อลงทุนสำหรับการพัฒนาโครงการ 514.8 ล้านบาท รวมเป็นเงินที่บริษัทฯ และ/หรือบริษัทย่อยต้องชำระทั้งสิ้น 712.3 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยจะเปิดดำเนินการโครงการลาซาล 8 ไร่ ประมาณไตรมาส 1/66

ทั้งนี้ รายการดังกล่าวถือเป็นรายการเกี่ยวโยง เนื่องจากเป็นการเข้าทำรายการระหว่างบริษัทฯ และ/หรือบริษัทย่อย กับผู้ขายหุ้นสามัญในทีซีซี เวิ้งนาครเขษม และวรรณทรัพย์พัฒนา ซึ่งมีนายเจริญ สิริวัฒนภักดี และคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี กรรมการและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ เป็นผู้ถือหุ้นทางตรงหรือทางอ้อมรวมมากกว่า 10% ของผู้ขายหุ้น



กำลังโหลดความคิดเห็น...