xs
xsm
sm
md
lg

ACE เดินเครื่องขายไฟฟ้า คาดดันรายได้ Q4/63 ทั้งปีโตตามเป้า

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ ตัดริบบิ้นเดินเครื่องขายไฟฟ้า (COD) โรงไฟฟ้าขยะกระบี่เร็วกว่าแผน 1 ไตรมาส บวกกับโรงไฟฟ้าชีวมวลที่บุรีรัมย์ 2 โครงการซึ่งซื้อมากลับมาเดินเครื่องขายไฟฟ้าภายหลังปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรแล้วเสร็จ ส่งผลให้สิ้นปีมีกำลังผลิตติดตั้งที่ COD แล้วเพิ่มขึ้นเป็น 246.15 เมกะวัตต์ คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/63 และไตรมาส 1/64 เติบโตต่อเนื่อง ส่วนกำไรปี 63 ทั้งปีทำได้ดีตามเป้า เพิ่มก้าวกระโดดจากปี 62

นายธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ACE ผู้นำด้านธุรกิจพลังงานสะอาดของไทย เปิดเผยว่า โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน เทศบาลเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 6 เมกะวัตต์ ดำเนินการโดยบริษัท อัลไลแอนซ์ คลีน เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้เริ่ม COD จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เรียบร้อยแล้ว ในวันที่ 28 ธันวาคม 2563 ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิมที่คาดว่าจะ COD ในไตรมาส 1/2564 ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าขยะชุมชนที่กระบี่จะสร้างรายได้ให้ ACE ปีละประมาณ 220 ล้านบาท ซึ่งมาจากรายได้การจำหน่ายไฟฟ้าและรายได้ค่ากำจัดขยะ โดยในไตรมาส 4/2563 นี้ ACE จะเริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าขยะกระบี่เข้ามาบางส่วน และจะรับรู้เต็มไตรมาสตั้งแต่ไตรมาส 1/2564 เป็นต้นไป

“การที่โรงไฟฟ้าขยะชุมชนที่กระบี่สามารถ COD ได้เร็วกว่าแผน ทำให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้และกำไรจากโครงการนี้ได้เร็วขึ้น 1 ไตรมาส และทันในภายในปี 2563 นี้ จึงค่อนข้างมั่นใจว่าผลการดำเนินงานไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะดีต่อเนื่องจากไตรมาส 3/2563 และเมื่อรวมกับผลการดำเนินงาน 3 ไตรมาสที่ผ่านมาของปีนี้ที่ทำไว้ดีมากก็คาดว่าปีนี้จะเป็นอีกปีทองของ ACE ที่มีผลการดำเนินงานและผลกำไรเติบโตตามเป้าและเพิ่มขึ้นจากปี 2562 อย่างมีนัยสำคัญ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ACE กล่าว

สำหรับโครงการนี้ถือเป็นโรงไฟฟ้าขยะชุมชนแห่งที่ 2 ของ ACE ซึ่งใช้โมเดลต้นแบบจากโรงไฟฟ้าขยะชุมชนแห่งแรกที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ที่ประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับอย่างสูงจากชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยสามารถกำจัดขยะชุมชนที่มีความชื้นได้สูงถึง 80% ด้วยวิธีการเผาตรงโดยไม่จำเป็นต้องมีการคัดแยกและแปรรูปขยะให้เป็นเชื้อเพลิงก่อน รวมทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพราะเป็นโรงไฟฟ้าระบบปิดที่ไม่มีการปล่อยของเสียใดๆ ออกสู่ธรรมชาติ (Zero Discharge) แม้กระทั่งน้ำชะขยะก็ยังสามารถบำบัดให้เป็นน้ำใสและนำกลับมาใช้ประโยชน์ภายในโรงไฟฟ้าต่อได้ จึงถือเป็นโมเดลโรงไฟฟ้าชุมชนต้นแบบที่เหมาะจะนำไปใช้แก้ไขปัญหาขยะชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทยและต่างประเทศได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน

นอกจากโรงไฟฟ้าขยะชุมชนที่กระบี่แล้ว โรงไฟฟ้าชีวมวล 2 โครงการในจังหวัดบุรีรัมย์ กำลังการผลิตติดตั้ง 7.5 และ 9.5 เมกะวัตต์ ที่บริษัทซื้อมาจากบริษัท เอื้อวิทยา จำกัด (มหาชน) (UWC) ซึ่งตั้งแต่ซื้อมาบริษัทได้ตัดสินใจหยุดเดินเครื่องเพื่อทำการปรับปรุงเครื่องจักรตามแผนนั้น ปัจจุบันการปรับปรุงเครื่องจักรได้ดำเนินการแล้วเสร็จและโรงไฟฟ้าทั้ง 2 โครงการได้กลับมาเดินเครื่องจำหน่ายไฟฟ้าแล้วตั้งแต่วันที่ 23 และ 24 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ดังนั้น ในไตรมาส 4/2563 นี้ บริษัทจะมีรายได้เพิ่มเติมจากโรงไฟฟ้าใหม่ 4 โครงการ โดยมี 3 โครงการที่เป็นการเริ่มรับรู้รายได้เป็นครั้งแรกแบบไม่เต็มไตรมาส ได้แก่ โรงไฟฟ้าขยะชุมชนที่กระบี่ กำลังการผลิตติดตั้ง 6 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าชีวมวลที่บุรีรัมย์ 2 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้ง 7.5 และ 9.5 เมกะวัตต์ ตามลำดับ และมี 1 โครงการที่เป็นการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสเป็นครั้งแรก คือ โรงไฟฟ้าชีวมวลที่นครราชสีมา กำลังการผลิตติดตั้ง 9.9 เมกะวัตต์ ซึ่งซื้อมาจาก UWC เช่นกัน ส่วนไตรมาส 1/2564 ที่จะถึงนี้จะเป็นไตรมาสแรกที่บริษัทจะรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าใหม่ทั้ง 4 โครงการนี้แบบเต็มไตรมาสครบทุกโครงการ รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 32.9 เมกะวัตต์

สำหรับกำลังการผลิตติดตั้งที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 203.66 เมกะวัตต์นั้น บริษัทได้เตรียมแผนการลงทุนไว้พร้อมแล้ว โดยคาดว่าการลงทุนจะเกิดในช่วงปี 2564-2565 มีมูลค่ารวมประมาณ 13,000 ล้านบาท โดยแหล่งเงินทุนที่เตรียมไว้นั้นมีอยู่อย่างหลากหลายเพียงพอเกินกว่าความต้องการ เช่น เงินทุนที่ได้รับจาก IPO สินเชื่อโครงการจากสถาบันการเงิน กระแสเงินสดจากการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท วงเงินสินเชื่อของกลุ่มบริษัทที่มีกับสถาบันการเงิน รวมทั้งการออกหุ้นกู้ในอนาคต เป็นต้น

ปัจจุบัน กลุ่มบริษัท ACE มีโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว กำลังการผลิตติดตั้งรวม 239.91 เมกะวัตต์ (ข้อมูล ณ 28 ธันวาคม 2563) เมื่อรวมกับที่จะ COD เพิ่มภายในสิ้นปีนี้อีก 6 เมกะวัตต์ ทำให้ ณ สิ้นปี 2563 บริษัทจะมีกำลังการผลิตติดตั้งที่ COD แล้วทั้งสิ้น 245.91 เมกะวัตต์ และมีกำลังการผลิตติดตั้งที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 203.66 เมกะวัตต์ รวมเป็นกำลังการผลิตติดตั้ง 449.57 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ ACE ยังคงมุ่งมั่นที่จะเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งด้วยการการเข้าร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าและการเจรจาซื้อกิจการโรงไฟฟ้าต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศอีกเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่องในอนาคต เพื่อขับเคลื่อนให้ ACE บรรลุเป้าหมายการเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งให้ได้มากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2567

นายธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ACE


กำลังโหลดความคิดเห็น