xs
xsm
sm
md
lg

แมกซ์ เมทัลฯ ย้ำแผนลงทุน 2 บริษัทปิดความเสี่ยงแล้ว-คุ้มค่าระยะยาว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายกุศล สังขนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MAX เผยกรณี ก.ล.ต.เตือนผู้ถือหุ้น MAX ใช้สิทธิวาระซื้อหุ้น 2 บริษัท คือ บริษัท เดอะมาสเตอร์ เรียลเอสเตท จำกัด (MASTER) และบริษัท อริยา เอสเตท จำกัด (ARIYA) ซึ่งบริษัทจะขอมติอนุมัติในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 19 มิถุนายน 2563

โดยการจะเข้าลงทุนใน 2 บริษัทดังกล่าว เป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้บริษัทมีรายได้และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทีมบริหารและคณะกรรมการของบริษัทแสวงหาช่องทางธุรกิจที่เหมาะสมอยู่เสมอมา เมื่อมีโอกาสที่ดีให้เข้าลงทุนในธุรกิจบริการและอสังหาริมทรัพย์ ทางบริษัทจึงได้เข้าศึกษาถึงความคุ้มค่าในการลงทุน ความเสี่ยงและผลการดำเนินงานที่คาดว่าจะได้รับอย่างถี่ถ้วน ซึ่งทุกขั้นตอนการศึกษาพิจารณาบริษัทได้ว่าจ้างให้ผู้ประเมินราคาทรัพย์สินอิสระ 2 ราย รวมถึงที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) อีก 1 ราย ช่วยศึกษาและประเมินถึงโอกาสและราคา โดย FA ให้ความเห็นว่าราคาที่บริษัทจะเข้าทำรายการนั้นสมเหตุสมผลแล้ว ซึ่งราคาซื้อขายดังกล่าวต่างจากที่ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) ประเมินไว้เพียงประมาณ 10%

ด้านความเสี่ยงเรื่องพื้นที่ให้บริการภายในโรงแรมที่ IFA เป็นกังวลถึง บริษัทก็ได้ทำการปิดความเสี่ยงไว้แล้ว เช่น สัญญาเช่าพื้นที่ส่วนกลาง บริษัทได้จัดทำเป็นสัญญาระยะยาว 12 ปี แทนสัญญาระยะสั้น, หรือเรื่องการแข่งขันของตึกโรงแรมอื่นๆ ภายในโครงการ ซึ่งตึกโรงแรมอื่นๆ ปัจจุบันก็มีบางตึกที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ และยังไม่เปิดให้บริการ แต่ถึงแม้จะเปิดให้บริการบริษัทยังมีการป้องกันความเสี่ยง โดยการจัดทำสัญญาเพิ่มเติมเพื่อให้ลูกค้าที่จะเข้าพักเข้ามาใช้บริการกับเราก่อน ซึ่งบริษัทเองก็ยังมี bargaining power ที่สูงมาก เพราะตึกโรงแรมอื่นๆ ไม่มีสระว่ายน้ำและพื้นที่ส่วนกลาง มีแต่เราเท่านั้นที่มี จึงมั่นใจว่าเป็นการเข้าลงทุนที่จะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น

การจะเข้าลงทุนในทั้ง 2 บริษัทครั้งนี้จะเป็นการลงทุนแบบระยะยาวที่คุ้มค่ากับเงินลงทุน ซึ่งบอร์ดพิจารณาแล้วเห็นว่า “สมควรลุยดำเนินการอย่างเต็มที่ทุกกรณี” โดยเมื่อเทียบกับความสามารถในการสร้างรายได้และกำไรของบริษัทในปัจจุบันแล้ว อย่างไรการเข้าลงทุนครั้งใหม่นี้จะก่อให้เกิดผลประโยชน์ที่คุ้มค่าต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน


กำลังโหลดความคิดเห็น...