xs
xsm
sm
md
lg

กำไรสุทธิ Q1 "ธสน." ลดเหลือ 107 ล้านบาท ภาพรวมสินเชื่อคงค้างยังเพิ่มขึ้น 1.9 หมื่นล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ธสน. เผยผลดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2563 สิ้นเดือน มีกำไรสุทธิ 107 ล้านบาท หรือลดลง 67.98% ส่วนภาพรวมสินเชื่อคงค้างจะอยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1.9 หมื่นล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 62 ด้านสัดส่วนหนี้เสียจะอยู่ราว 4.86% โดยมูลค่าสินเชื่อด้อยคุณภาพจะอยู่ที่ 6.1 พันล้านบาท และมีเงินสำรองหนี้สงสัยจะสูญราว 1.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8 พันล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การรับประกันการส่งออกเพิ่มขึ้น 42.62%

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ของปี 63 ว่า ธสน. มีสินเชื่อคงค้าง 126,137 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19,794 ล้านบาท หรือ 18.61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งเป็นสินเชื่อเพื่อการค้า 37,028 ล้านบาท และสินเชื่อเพื่อการลงทุน 89,109 ล้านบาท ทำให้เกิดปริมาณธุรกิจ (Business Turnover) 46,759 ล้านบาท ซึ่งจากจำนวน 126,137 ล้านบาท เป็นเงินสินเชื่อคงค้างแก่ SMEs เท่ากับ 28,567 ล้านบาท เป็นปริมาณธุรกิจของ SMEs เท่ากับ 26,669 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 57.04%

ด้านอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs Ratio) เมื่อสิ้นเดือน มี.ค.63 จะอยู่ที่ 4.86% ส่วนมูลค่าสินเชื่อด้อยคุณภาพจะอยู่ที่ 6,132 ล้านบาท และมีเงินสำรองหนี้สงสัยจะสูญ 11,512 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 1,881 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นสำรองหนี้พึงกันตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จำนวน 8,103 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราส่วนเงินสำรองที่กันไว้แล้วต่อสำรองพึงกัน 142.06% ทำให้ ธสน. ยังคงดำรงฐานะการเงินที่มั่นคง

สำหรับการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยขยายการค้าและการลงทุนไปต่างประเทศ ในปี 2563 นั้น ธสน. จะมีวงเงินที่ให้การสนับสนุนแก่สินเชื่อโครงการระหว่างประเทศรวม 83,880 ล้านบาท โดยเป็นสินเชื่อคงค้าง 51,541 ล้านบาท และจากจำนวนนี้เป็นสินเชื่อคงค้างให้แก่โครงการขยายฐานการค้าและการลงทุนไปยังกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว พม่า และเวียดนาม) ซึ่งแม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวแต่ยังคงเป็นประเทศเป้าหมายหลักของการขยายธุรกิจของผู้ประกอบการไทยจำนวน 34,242 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,870 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ ธสน. ยังเป็นสถาบันการเงินไทยรายเดียวในประเทศที่มีบริการประกันการส่งออกและประกันความเสี่ยงการลงทุน ซึ่งภายใต้สถานการณ์ที่การค้าการลงทุนชะงักงันทั่วโลก ยิ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยเพิ่มความมั่นใจและความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกในตลาดการค้าเดิมและตลาดใหม่ รวมทั้งนักลงทุนไทย ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 63 ธสน. มีปริมาณธุรกิจด้านการรับประกันการส่งออกและการลงทุนเท่ากับ 36,690 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10,965 ล้านบาท หรือ 42.62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นปริมาณธุรกิจของ SMEs รวม 1,356 ล้านบาท หรือ 3.70% ของปริมาณธุรกิจสะสมรวม

จากผลการดำเนินงานด้านสินเชื่อและประกันข้างต้น แม้ว่า ณ สิ้นเดือน มี.ค.63 ธสน. จะมีกำไรสุทธิ 107 ล้านบาท หรือลดลง 67.98% เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิ 334 ล้านบาทในไตรมาสที่ 1 ปี 62 เนื่องจากการปรับลดดอกเบี้ยขั้นต่ำสำหรับเงินกู้สกุลบาท (Prime Rate) เพื่อช่วยผู้ประกอบการ แต่ ธสน. ได้มีส่วนสำคัญในการประคับประคองเศรษฐกิจไทยและช่วยเหลือประชาชนภายใต้วิกฤตการณ์ในปัจจุบัน ด้วยการสนับสนุนการจ้างงานของสถานประกอบการทุกขนาดรวมกว่า 340,000 คน

ทั้งนี้ ช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ธสน. ได้เน้นให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผ่านมาตรการต่างๆ เช่น ติดต่อไปยังลูกค้าทุกรายเพื่อสอบถามความต้องการความช่วยเหลือ พักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 6 เดือนให้แก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม อนุมัติสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางธุรกิจและรักษาการจ้างงานของกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออกและลงทุนระหว่างประเทศตามภารกิจของ ธสน. เป็นจำนวนกว่า 3,600 ราย หรือประมาณ 10% ของผู้ส่งออก SMEs ทั้งประเทศ วงเงินรวม 48,300 ล้านบาท รวมทั้งยังเปิดคลินิกให้คำปรึกษาและจัดโครงการอบรมออนไลน์ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยให้ทุกภาคส่วนในซัปพลายเชนการส่งออกสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้และผ่านพ้นความยากลำบากนี้ไปด้วยกัน


กำลังโหลดความคิดเห็น...