xs
xsm
sm
md
lg

“โกลเบล็ก” ชี้ COVID-19-ราคาน้ำมันกดดันหุ้นไทยต่อ แนะลงทุนหุ้นได้ประโยชน์มาตรการแจกอินเทอร์เน็ตฟรี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บล.โกลเบล็กชี้หุ้นไทยผันผวนต่อ นักลงทุนเทหุ้น Big Cap หลังปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา และผลการประชุมโอเปกพลัสไม่หนุน แถมโกลด์แมน แซคส์คาดราคาน้ำมันร่วงอีกเพราะการลดกำลังผลิตที่น้อยเกินไปเมื่อเทียบกับตัวเลขสต๊อกน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงสวนทางกับความต้องการใช้ และล่าสุด IMF คาดการณ์การระบาดไวรัส COVID-19 ทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกเลวร้ายลงไปอีก จึงให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนี 1,230-1,300 จุด ส่วนกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการแจกอินเทอร์เน็ตฟรี

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยยังคงผันผวนต่อ โดยอาจมีแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่ม Big Cap หลังปรับตัวขึ้นแรงในสัปดาห์ก่อน ขณะที่ราคาน้ำมันยังคงผันผวนต่อเนื่อง แม้ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร (โอเปกพลัส) จะสามารถบรรลุข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตเหลือ 9.7 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งมีผล 1 พ.ค. ถึงสิ้นเดือน มิ.ย. 2563 ลดจาก 10 ล้านบาร์เรล/วันจากการประชุมวันแรก ส่งผลให้โกลด์แมน แซคส์คาดราคาน้ำมันดิบจะร่วงลงอีกเนื่องจากลดปริมาณกำลังการผลิตน้อยเกินไปไม่มากพอที่จะช่วยชดเชยผลกระทบของดีมานด์น้ำมันที่ทรุดตัวลงอย่างหนัก เนื่องจากสต๊อกน้ำมันยังคงปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

ประกอบกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ออกมาคาดการณ์ว่าการระบาดของไวรัส COVID-19 จะทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่เลวร้ายที่สุด ดังนั้นจึงคาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยจะมีการเคลื่อนไหวในกรอบ 1,230-1,300 จุด

ส่วนสถานการณ์ที่ยังคงต้องจับตาในขณะนี้ เช่น การเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนมีนาคมของสหรัฐฯ รวมทั้งดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) ในเดือน เม.ย.จากเฟดนิวยอร์ก และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน มี.ค. ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือน เม.ย. สต๊อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือน ก.พ. สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์ในวันที่ 15 เม.ย. ส่วนรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) จากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะรู้ผลในเช้าวันที่ 16 เม.ย. และในวันเดียวกันนี้จีนจะเปิดเผยดัชนีราคาบ้านเดือน มี.ค. เช่นเดียวกับอียูจะมีการเปิดเผยตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.พ. และสหรัฐฯ จะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือน มี.ค. และดัชนีการผลิตเดือน เม.ย.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย สุดท้ายวันที่ 17 เม.ย. จีนจะเปิดเผยตัวเลข GDP ในไตรมาส 1/2563 ทั้งในส่วนของตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร และอียูเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อ และสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีชี้นำเศรษฐกิจในเดือน มี.ค. ซึ่งจะเป็นตัวเลขที่มีการสะท้อนผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ได้มากขึ้น

“ตลาดหุ้นไทยตอบรับปัจจัยบวกจากสถานการณ์ของผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 รายใหม่ในประเทศไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาต่ำกว่า 100 รายต่อวันเป็นสัญญาณที่ดี และการจัดตั้งกองทุน Corporate Bond Stabilization Fund (BSF) วงเงินกว่า 4 แสนล้านบาทที่จัดตั้งโดยธนาคารแห่งประเทศไทยช่วยเสริมสภาพคล่องและสร้างความเชื่อมั่นในตลาดตราสารหนี้และตลาดการเงินโดยรวมเพียงแค่ระยะสั้นเท่านั้น เพราะปัจจัยลบยังไม่คลี่คลาย”

ด้านนายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก มองกลยุทธ์การลงทุนในขณะนี้ โดยแนะนำลงทุนหุ้นได้ประโยชน์จากมาตรการแจกอินเทอร์เน็ตฟรี 30 วัน เช่น ADVANC, DTAC, TRUE และ JAS

ส่วนราคาทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ประเมินว่า ราคาทองคำปรับตัวลง 78 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ในสัปดาห์ก่อนปรับตัวขึ้นแรงหลังจากเฟดประกาศอัดฉีดเงินกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์เพื่อเยียวยาภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เพิ่มเติม นอกจากนี้ กองทุน SPDR กลับเข้ามาซื้อทองคำกว่า 15.2 ตัน ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งยอดผู้ขอรับสวัสดิการอ่อนแอลงหนุนราคาทองคำเพิ่มเติม โดยปัจจัยหลักที่หนุนทองคำคือ เฟด ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ซึ่งรวมถึงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในวงเงินไม่จำกัด มองกรอบทองคำสัปดาห์นี้ที่ 1,680-1,750 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทย 25,560-26,750 บาทต่อบาททองคำ
กำลังโหลดความคิดเห็น...