xs
xsm
sm
md
lg

หุ้นปรับบวกตามตลาดต่างประเทศ ขานรับนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หุ้นไทยปิดบวก 3.59 จุด ตามตลาดต่างประเทศ ขานรับนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน ส่วนปัจจัยในประเทศก็มีข่าวมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเข้ามาหนุน

ภาวะตลาดหุ้นไทยวันนี้ (4 มี.ค.) ดัชนีหุ้นไทยปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,378.61 จุด เพิ่มขึ้น 3.59 จุด หรือเปลี่ยนแปลง +0.26% มูลค่าการซื้อขาย 58,586.96 ล้านบาท โดยการซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ ดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,380.82 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,358.24 จุด

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในแดนบวก เช่นเดียวกับตลาดในยุโรปที่เทรดบ่ายนี้ก็บวกขานรับนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน เหมือนดาวโจนส์ฟิวเจอร์สที่บวกได้ราว 500 จุดในช่วงบ่ายนี้ หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยแบบฉุกเฉินเพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งในช่วงเช้าตลาดบ้านเราปรับตัวลง เพราะวิตกว่าการที่เฟดปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้บ่งชี้สถานการณ์จะแย่ไปกว่าที่คาดหรือไม่ แต่ส่วนใหญ่ทุกครั้งที่เฟดปรับลดดอกเบี้ยแบบฉุกเฉิน ตลาดฯมักจะตอบรับในเชิงบวก

ทั้งนี้ การที่เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยก็อาจจะทำให้หลายธนาคารกลางปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะประชุมในวันที่ 25 มี.ค.นี้ ก็คาดการณ์ว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้เม็ดเงินมีโอกาสโยกเข้าในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น

สำหรับบ้านเราในช่วงบ่ายที่ผ่านมาก็มีข่าวบวกเข้ามาจากที่นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กรมสรรพากร และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หารือกันเพื่อปรับเกณฑ์กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ให้ใช้เหมือนกับกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่ได้ยกเลิกไปแล้ว และยังอาจจะออกมาตรการด้านภาษีเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็วขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ซึ่งถ้ารัฐบาลใช้นโยบายการเงิน และนโยบายการคลัง พร้อมกันเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็เชื่อว่าหุ้นคงจะปรับตัวลงได้ยาก

ด้านประเภทนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 722.68 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 2,217.90 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,245.94 ล้านบาท และนักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 249.28 ล้านบาท


กำลังโหลดความคิดเห็น...