xs
xsm
sm
md
lg

กสิกรฯ เปิดกลยุทธ์ใหม่ “3S” ลุ้นผลตอบแทน 5-7%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กสิกรฯ มั่นใจบริหารผลตอบแทนจากการลงทุนปีนี้ได้ตามที่คาดไว้ 5-7% จากปีก่อน 14% แม้เผชิญไวรัสโควิด-19 พร้อมเปิดกลยุทธ์ใหม่ “3S” เน้นลงทุนอย่างยั่งยืน

นายจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ Private Banking Group Head ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กล่าวว่า ในปี 2563 ธนาคารได้วางกลยุทธ์การดำเนินงานใน 3 ด้าน หรือ “กลยุทธ์ 3S” ได้แก่ ได้แก่ 1) Sustainable investment approach การผลักดันให้เกิดการลงทุนที่สนับสนุนระบบเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน ให้ความสำคัญต่อการสนับสนุนธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืนของโลกมากขึ้น พร้อมนำเสนอกลยุทธ์การลงทุนที่สร้างการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบเชิงบวก (Impact Investing) รวมถึงกองทุนเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Fund) อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในปี 2562 ได้นำเสนอกองทุน K-HIT ซึ่งเปิดให้ลูกค้าได้ลงทุนในธีมธุรกิจเมกะเทรนด์เด่นๆ เช่น พลังงานแห่งอนาคต (Next Generation Energy) การจัดการคุณภาพดินและน้ำ (Clean Water and Land) และนวัตกรรมการแพทย์และดูแลสุขภาพ (Health Tech) เป็นต้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งกองทุนที่เติบโตได้ดีแม้ในสภาพตลาดขาลง เช่น ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 ที่ตลาดหุ้นทั่วโลกได้รับผลกระทบหนักจากการแพร่ระบาดของ “ไวรัสโควิด-19” กองทุน K-HIT ซึ่งมีขนาดมูลค่ากองละ 1,200 ล้านบาท เติบโต 10% และสามารถสร้างผลตอบแทนได้ถึง 13.75%

2) New dimension of wealth sharing ปลดล็อกความมั่งคั่ง สู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกโดยตรงต่อสังคม โดยเตรียมเดินหน้าเปิดมิติใหม่ในการบริหารจัดการสินทรัพย์เพี่อสาธารณกุศล ผ่านการเพิ่มศักยภาพให้แก่มูลนิธิในการบริหารจัดการความเสี่ยงการเงิน และ 3) S-Curve re-innovation Sustainable investment approach ผลักดันให้เกิดการลงทุนที่สนับสนุนระบบเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน โดยเป็นตัวเชื่อมระหว่างบริษัทเทคโนโลยีรุ่นใหม่ของโลกที่ต้องการเงินทุนให้แก่ลูกค้าของธนาคารที่แสวงหาโอกาสใน S-Curve ใหม่

“ท่ามกลางผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ความผันผวนทางเศรษฐกิจ กลยุทธ์การลงทุนแบบเดิมที่ยึดผลตอบแทนเป็นหลัก รวมถึงโมเดลในการดำเนินธุรกิจแบบดั้งเดิมไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงได้อีกต่อไป KBank Private Banking จึงวางกลยุทธ์เพื่อยกระดับการบริการ พร้อมเดินหน้าสร้างนิยามใหม่ของการบริหารความมั่งคั่งครบวงจรในประเทศไทย และวางรากฐานที่แข็งแรงสำหรับคนรุ่นใหม่ที่จะก้าวเข้ามาในอนาคต พร้อมด้วยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตร Lombard Odier ผู้ให้บริการไพรเวตแบงก์ระดับสากล จึงเชื่อว่าจะสามารถขับเคลื่อนความมั่งคั่งของลูกค้าผ่านกลยุทธ์ ‘3S’ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ"

น.ส.ศิริพร สุวรรณการ Private Banking Financial Advisory Head ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปัจจุบันสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ของธนาคารอยูู่ที่ 700,000 ล้านบาท โดยคาดหวังผลตอบแทนจากการลงทุน 5-7% จากปีก่อนที่ระดับ 14% ซึ่งตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันสร้างผลตอบแทนได้แล้ว ‪0.5-0.7% ซึ่งถือว่าน่าพอใจในสภาวการณ์ปัจจุบัน โดยมาจากการลงทุนตราสารหนี้ ซึ่งถือว่าช่วยพยุงพอร์ตให้เป็นบวกได้อยู่

"เราหวังว่าสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จบลงประมาณไตรมาสแรก ถ้าเป็นไปตามนั้นก็เป็นจังหวะที่น่าจะกลับมาลงทุน โดยเฉพาะทางจีน ยุโรป สหรัฐฯ ที่น่าจะมีมาตรการออกมาเพื่ออัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็จะส่งผลให้ราคาสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวเพิ่มขึ้น"
กำลังโหลดความคิดเห็น...