xs
xsm
sm
md
lg

“สยามราชธานี” คาดตั้งอันเดอร์ไรต์-เคาะราคาขายหุ้น IPO ต้น มี.ค. เล็งเข้าเทรด SET ภายใน Q1/63

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"สยามราชธานี" คาดตั้งอันเดอร์ไรต์-เคาะราคาขายหุ้น IPO ต้น มี.ค. เล็งเข้าเทรด SET ภายใน Q1/63 ทั้งนี้ ได้นำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ต่อนักลงทุนสถาบันในประเทศมาแล้ว 5-6 ราย ซึ่งก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มีนักลงทุนสถาบันให้ความสนใจเข้าถือหุ้น และหลังจากนี้ก็จะเดินสายโรดโชว์แก่นักลงทุนทั่วไปใน จ.เชียงใหม่, อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และปิดท้ายที่กรุงเทพฯ ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ก.พ. 63 คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นกัน

นายคมกฤต มีคำสัตย์ กรรมการผู้จัดการสายงานตลาดทุน บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น บมจ.สยามราชธานี (SO) กล่าวว่า SO เตรียมลงนามแต่งตั้งผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (อันเดอร์ไรเตอร์) พร้อมประกาศราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ในช่วงต้นเดือน มี.ค.นี้ และคาดว่าจะสามารถนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ภายในไตรมาส 1/63

SO มีแผนเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 85 ล้านหุ้น คิดเป็น 27.42% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO แบ่งเป็น จัดสรรขายให้แก่ประชาชนทั่วไปจำนวน 76.5 ล้านหุ้น และเสนอขายให้แก่กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทไม่เกิน 8.5 ล้านหุ้น วัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปชำระคืนหนี้สถาบันทางการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายกิจการต่อไป ซึ่งภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO จะส่งผลให้บริษัทมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลง

ปัจจุบัน SO มีทุนจดทะเบียน 310 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 310 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1.00 บาท มีทุนที่ออกและชำระแล้ว 225 ล้านบาท หรือ 225 ล้านหุ้น โดยมีครอบครัววิมลเฉลา เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

นายคมกฤตกล่าวว่า บริษัทได้นำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ต่อนักลงทุนสถาบันในประเทศมาแล้ว 5-6 ราย ซึ่งก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มีนักลงทุนสถาบันให้ความสนใจเข้าถือหุ้น และหลังจากนี้ก็จะเดินสายโรดโชว์แก่นักลงทุนทั่วไปใน จ.เชียงใหม่, อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และปิดท้ายที่กรุงเทพฯ ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ก.พ. 63 คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นกัน

ผลการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา SO สามารถสร้างกำไรได้ทุกปี และมีรายได้เติบโตต่อเนื่อง โดยในช่วง 3 ปีย้อนหลัง (ปี 59-61) รายได้เติบโตเฉลี่ย 6-7% จากธุรกิจหลัก 2 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจให้บริการจัดหาบุคลากร (Outsourcing Services) แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ธุรกิจบริการบริหารจัดการ ครอบคลุมการบริหารจัดการพนักงานขับรถยนต์และพนักงานสำนักงาน การบริหารจัดการพนักงานช่างเทคนิค และการบริหารจัดการงานบันทึกข้อมูล, ธุรกิจบริการดูแลภูมิทัศน์ ครอบคลุมบริการดูแลสวนขนาดใหญ่ ออกแบบและจัดสวน และตัดต้นไม้ใหญ่ (Tree Care)

รวมถึงธุรกิจให้เช่าและบริการ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจบริการรถยนต์ให้เช่า ซึ่งบริษัทมีบริการรถยนต์ให้เช่าหลากหลายรูปแบบ ทั้งรถเก๋ง รถกระบะ รถตู้ รถบรรทุก รวมทั้งรถยนต์ดัดแปลง และธุรกิจให้เช่าพื้นที่สำนักงาน โดยลูกค้าของบริษัทฯ จะแบ่งเป็น ลูกค้าภาคเอกชน 50% และภาครัฐ 50% ซึ่งเป็นงานที่เซ็นสัญญาระยะยาว 3-5 ปี

อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดหวังว่าภายหลังจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าไปรับงาน และสร้างการเติบโตให้กับบริษัทได้มากขึ้น โดยมีเป้าหมายเป็นหุ้น Growth Stock


กำลังโหลดความคิดเห็น