xs
xsm
sm
md
lg

ทีเอ็มบีกำไรวูบ 37.75% รายได้ค่าฟีหด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ทีเอ็มบีแจ้งผลกำไรปี 62 ที่ 7.2 พันล้านบาท ลดลง 37.75% เหตุรายได้ค่าธรรมเนียมหด จากฐานที่สูงในปีก่อน และการชะลอตัวของรายได้ค่าฟีกองทุนรวม-แบงก์แอสชัวรันส์ เผยหลังรวมกิจการธนชาตเงินฝาก-สินเชื่อเพิ่มเท่าตัว

ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) (TMB)แจ้งผลประกอบการปี 2562 มีกำไรสุทธิ 7,222.48 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 37.7 เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 11,601.24 ล้านบาท โดยธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยที่ระดับ 26,865 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการบันทึกรายได้ดอกเบี้ยของสินเชื่อเช่าซื้อในงบการเงินของทีเอ็มบี ขณะเดียวกัน รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ 12,956 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 45 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 23,545 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการบันทึกกำไรจากการขายหุ้นของ บลจ.ทหารไทยในปี 2561 และการชะลอตัวลงของรายได้ค่าธรรมเนียมจากกองทุนรวมและแบงก์แอสชัวรันส์

ด้านคุณภาพของสินทรัพย์ยังคงสอดคล้องตามเป้าหมาย โดยภายหลังการรวมกิจการกับธนาคารธนชาตแล้ว ธนาคารยังคงตั้งสำรองอย่างรอบคอบ ขณะที่ธนาคารธนชาต ตั้งสำรองเพิ่มขึ้นเช่นกัน ถือเป็นการวางแนวทางในการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบร่วมกัน โดยในปี 2562 ธนาคารตั้งสำรองรวมเป็นจำนวน 10.3 พันล้านบาท ซึ่ง 1.4 พันล้านบาท มาจากสำรองในส่วนของธนาคารธนชาต พร้อมกันนั้น ธนาคารได้ดำเนินการ write-off สินเชื่อด้อยคุณภาพเพิ่มเติม 4 พันล้านบาทในไตรมาส 4 ส่งให้ NPL ตามงบการเงินรวมลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 2.30 มีอัตราส่วตนสำรองต่อสินเชื่อคุณภาพอยู่ที่ร้อยละ 140

ทั้งนี้ ภายหลังการรวมกิจการกับธนาคารธนชาตแล้ว ทีเอ็มบีจะมีเงินฝากและสินเชื่อเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว โดยมีเงินฝาก จำนวน 1,398 พันล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 115.2 ขณะที่สินเชื่อ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562 มียอดรวม 1,392 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 103 โดยปัจจัยหลักมาจากการรวมเงินสินเชื่อของธนาคารธนชาตภายหลังการรวมกิจการโดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งทำให้โครงสร้างสินเชื่อมีการเปลี่ยนแปลงเป็นกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่ร้อยละ 56 สินเชื่อลูกค้าธุรกิจลดลงเหลือร้อยละ 44 จากเดิมร้อยละ 68 ส่วนงบการเงินเฉพาะสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยยังคงเป็นปัจจัยหลักและเติบโตได้ร้อยละ 10.9 เมือ่เทียบกับปีก่อน ขณะที่สินเชื่อธุรกิจยังคงชะลอตัวลดลงร้อยละ 8.2 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสอดคล้องต่อกลยุทธ์ของธนาคารในการเตรียมความพร้อมสำหรับการปรับโครงสร้างฐานะการเงินให้เหมาะสมภายหลังการรวมกิจการ
กำลังโหลดความคิดเห็น...