xs
xsm
sm
md
lg

"แสงฟ้าก่อสร้าง"ฉลองครบรอบ 50 ปี เดินหน้าสร้างรายได้หมื่นล้านใน 3 ปี

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เชิดศักดิ์ อัมพรสุขสกุล
แสงฟ้าก่อสร้างฉลองครบรอบ 50 ปีเดินหน้ายกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างเทียบชั้นญี่ปุ่น เผยปี 62 รายได้ 6,000 ล้านบาท ตุน Backlog ตุนในมือ 10,000 ล้านบาท มั่นใจรายได้แตะหมื่นล้านภายใน 3 ปี

นพ.เชิดศักดิ์ อัมพรสุขสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด กล่าวว่า จากจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2510 โดยมีชื่อเดิมว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด แสงฟ้าการช่าง และต่อมา ในปี 2512 ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด” ในช่วงยุคบุกเบิก เรารับงานเหล็กรูปพรรณเป็นหลัก ต่อมาได้ ขยายขอบเขตการทำงานให้ครอบคลุมส่วนงานก่อสร้างมากขึ้น เช่น งานรับเหมาก่อสร้างไซโลเก็บพืชผล ก่อสร้างโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ ย่าน จ. สระบุรี มาจนถึง ปี 2524 ที่บริษัทฯ ได้โอกาสเข้าร่วมประมูลและได้รับเลือกให้ดูแลโครงการก่อสร้าง อาคารสำนักงานใหญ่ที่บางซื่อ ของ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญและเป็นจุดพลิกผันให้บริษัทฯ เริ่มเข้าสู่การเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง อาคารสูงเรื่อยมาจวบจนปัจจุบัน ด้วยการบริหารงานจากรุ่นสู่รุ่น จากอดีตที่ต้องเจอกับวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่ด้วยความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาของผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ ได้ส่งผลให้ บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด สามารถผ่านพ้นกระแสเศรษฐกิจและยืนหยัดอยู่ในอุตสาหกรรม ก่อสร้างได้อย่างแข็งแรง จากอดีตจนถึงปัจจุบันรวมแล้วกว่า 50 ปี และมีโครงการที่ทำแล้วรวมทั้งสิ้นกว่า 400 โครงการ

ทั้งนี้บริษัทยึดหลักการดำเนินธุรกิจ ซื่อสัตย์ มุ่งมั่น เน้นการทำงานที่รวดเร็ว ด้วยการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างรากฐาน “ระบบอุตสาหกรรม” ด้วยการกำหนดตารางการทำงานและรายละเอียดในแต่ละส่วนอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถติดตามผลงานแต่ละขั้นตอน และสามารถแก้ปัญหาได้ถูกจุดในเวลาที่รวดเร็วผ่านแนวคิดการบริหาร การยึดมั่นในวิสัยทัศน์จากรุ่นพ่อสู่ ค่านิยมองค์กร 5 VALUES ใน Generation ที่ 2 ซึ่งค่านิยมองค์กร 5 ประการ ประกอบด้วย

1.QUALITY โดยให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพเป็นเป้าหมายสูงสุด เพราะคุณภาพคือรากฐานของงานก่อสร้าง บริษัทฯ ได้พัฒนาและนำนวัตกรรมการทำงานใหม่ ๆ เข้ามาปรับใช้ เช่น “LOOP CONSTRUCTION” มาตรฐานใหม่ในการทำงานก่อสร้าง มีระบบแบบแผน วัดผลได้ ช่วยลดค่าใช้จ่ายและทรัพยากรที่จำเป็น รวมถึงสามารถควบคุม คุณภาพในทุกขั้นตอนการผลิตแบบ 100%

2.EXPERTISE ประสบการณ์ความรู้ความเชี่ยวชาญในงานก่อสร้าง ตั้งแต่หลังวิกฤตเศรษฐกิจ บริษัทได้พัฒนาระบบการทำงานแบบ Loop Construction ส่งผลให้งานมีคุณภาพมากขึ้น ทำให้ได้รับโอกาสและความไว้วางใจ ให้ก่อสร้างอาคารสูงอย่างต่อเนื่องมากว่า 100 โครงการ และผลงานที่ภาคภูมิใจ คือ ในปี 2018 การจัดอันดับ 10 อาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทย โดย www.terrabkk.com บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง รับโอกาสได้ก่อสร้าง 3 ใน 10 อาคารที่สูงที่สุดในประเทศ อันได้แก่ ตึก Four Season Private Residence, Magnolia Ratchadamri Boulevard, และ Menam Residences ทำให้ บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างอาคารสูงอย่างแท้จริง

3.SYNERGY และ 4.TRUSTWORTHY การทำงานร่วมกันแต่ให้ผลลัพธ์แบบทวีคูณ และความไว้วางใจในการทำงาน ไม่เพียงแต่ภายในองค์กร แต่ยังรวมถึงการทำงานกับหน่วยงานอื่นภายนอกองค์กร บริษัทได้มีการปรับขบวนการทำงาน ภายใต้ Concept “SINGLE TEAM” การรวมทุกบริษัทที่เกี่ยวข้องมาวางแผนโครงการร่วมกัน เพื่อให้เห็นภาพรวมเหมือนกันตั้งแต่ต้น เลือกทีมผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน รวมถึงสร้างบรรยากาศในการทำงานแบบเชื่อใจกัน เพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมาย

5.CARING ความใส่ใจในการทำงาน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 หมวดคือ 1.Caring for our Customer แสงฟ้าก่อสร้างใส่ใจในการทำงานร่วมกับลูกค้า โดยคิดเสมอว่า ลูกค้าคือเพื่อนร่วมงานคนสำคัญของเราการทำงานทุกขั้นตอนต้องมาจากการวางแผนที่ดีตั้งแต่ต้น สร้างความเข้าใจในการทำงานร่วมกัน
2.Caring for Our People การใส่ใจในความเป็นอยู่ของพนักงานทุกระดับในองค์กร ทั้งในด้านความปลอดภัย ด้านความเป็นอยู่ 3.Caring for our Society การช่วยเหลือสังคมนับเป็นหนึ่งในภารกิจของบริษัท

และจากแนวคิดการบริหารได้ถูกต่อยอดมาเป็นวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจในยุค 2020 กล่าวคือ “Better is better than Best” ซึ่งแปลตรงตัวว่า “ดีกว่า นั้นดีกว่าดีที่สุด” แต่ความหมายในเชิงธุรกิจก็คือ ในยุค Disruption บริษัทต้องคอยพัฒนาธุรกิจให้เท่าทันตลอดเวลา เพราะถ้าคิดว่าบริษัทดีที่สุดแล้ว อาจจะพึงพอใจและหยุดพัฒนา

“ผมมีความใฝ่ฝันที่จะสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้มีความกล้าที่จะท้าทาย ลิมิตหรือกรอบความคิดระบบการทำงานแบบเดิมๆ กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปสู่วิถีการทำงานที่จะส่งเสริมให้เราส่งมอบงาน ที่มีคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อ added values ให้กับลูกค้าและคู่ค้าของเรารอบด้าน และตั้งเป้ายกระดับงานของสร้างของบริษัทเทียบชั้นบริษัทก่อสร้างรายใหญ่ของญี่ปุ่นที่มีมาตรการการทำงานสูง” นพ.เชิดศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้สิ่งที่ต้องพัฒนาเพื่อจะนำไปสู่วิสัยทัศน์ดังกล่าว ก็คือกลยุทธ์ 3 เสาหลักในการขับเคลื่อนคือ เสาหลักที่ 1 การพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ส่งเสริมและผลักดันให้ผู้ที่มีความสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ สร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อให้บริษัทเดินหน้าและบรรลุเป้าหมายได้ เสาหลักที่ 2 การพัฒนาด้านเทคโนโลยีในการก่อสร้าง ซึ่งไม่ได้เน้นว่าจะต้องมีเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ที่ล้ำหน้าทันสมัยที่สุด แต่สามารถเรียนรู้ว่าความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหา หาขบวนการทำงานในแบบใหม่ เน้นมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลไม่แพ้การพึ่งพาเทคโนโลยี ที่ล้ำสมัย เพียงอย่างเดียว

และเสาหลักที่ 3 การพัฒนาระบบการทำงานในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการ วิถีการทำงานแบบ Single Team และ การ reinforce ขบวนการทำงานแบบ Loop Construction โดยเน้นที่ 2 ขบวนการสำคัญคือ การวางแผนที่ดี และการควบคุมติดตามงานที่ดี บริษัทมุ่งหวังให้เกิด 2 ขบวนการนี้ โดยการทำซ้ำ ๆ จนเกิดเป็นนิสัย และฝังอยู่จนกลายเป็น DNA ของชาวแสงฟ้าทุกคน 3 สิ่งนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญ ที่จะใช้พัฒนาบริษัทให้เติบโตอย่างยั่งยืนเพื่อก้าวต่อไปในอีกศตวรรษต่อ ๆ ไป

นพ.เชิดศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมตลาดรับเหมาก่อสร้างในปี 62 ชะลอลงเล็กน้อยจากปีก่อน สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่แผ่วลง ภาคเอกชนชะลอการลงทุนเนื่องจาก รอความคืบหน้าของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ตลอดจนความเข้มงวดของ สถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ที่มีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้งานก่อสร้างที่อยู่อาศัยในภาพรวมขยายตัวได้ในกรอบจำกัด และในช่วงปี 63 คาดว่าธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีแนวโน้มเติบโตในอัตราที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการเร่งลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ซึ่งจะส่งผลให้ภาคเอกชนเติบโตตาม ในกรุงเทพ และปริมณฑล เราน่าจะยังได้เห็นการเติบโตของโครงการที่อยู่อาศัย ประเภทคอนโดมิเนียมและโครงการมิกซ์ยูส ตามเส้นโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ๆที่จะเกิดขึ้น

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัท มีรายได้เติบโตจากปีก่อนประมาณ 50% มูลค่าประมาณ 6,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมี Backlog ประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้ตั้งแต่ปี 2563-2564 ส่วนในปี 2563 บริษัทคาดว่าจะเติบโตได้อยู่ที่ 15-20% หรือมีรายได้ประมาณ 7,000 ล้านบาท และเชื่อมั่นบริษัทจะสามารถสร้างรายได้แตะ 10,000 ล้านบาทได้ภายใน 3 ปี หรือหากเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นจะสามารถทำได้ภายใน 1-2 ปี


กำลังโหลดความคิดเห็น...