“สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” คาดเศรษฐกิจปี 62 จะไม่ชะลอตัวลงกว่าที่เคยคาด ย้ำปี 62 ถือเป็นปีที่สำคัญต่อการโมเมนตัมเพื่อผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่องจนถึงปี 63 หลังส่งออกได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และความเชื่อมั่นก็คงยังไม่ฟื้นตัว ส่วน “คลัง” กำลังคิดมาตรการเพิ่ม พร้อมทั้งขอร้องให้ทุกฝ่ายควรร่วมกันต่อสู้
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังหารือร่วมกับนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กรมสรรพากร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสกหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) ถึงการจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต้อนรับปีใหม่ว่า ปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแลเพื่อทำให้เกิดโมเมนตัมของการเจริญเติบโต โดยในปี 62 ถือเป็นปีสำคัญที่ต้องรักษาอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ให้ชะลอตัวลงมากไปกว่านี้ อีกทั้งการทำงานต้องดูแลทั้งเรื่องอัตราการเจริญเติบโตของระบบเศรษฐกิจที่ควบคู่ไปกับการปฏิรูปด้วย
อย่างไรก็ตาม รองนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 62 จะชะลอตัวไม่มากกว่าที่เคยคาดการณ์เอาไว้ และขอให้ทุกฝ่ายอย่าได้กังวล แม้การชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลกจะส่งผลกระทบต่อตัวเลขทางเศรษฐกิจในไตรมาส 3 ที่เติบโตเพียง 2.4% ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ได้เคยคาดการเอาไว้ก็ตาม แต่ไทยก็ยังสามารถรักษาโมเมนตัมทางเศรษฐกิจให้อยู่ตัวได้แล้ว เพียงแต่ในไตรมาส 4 ไทยต้องทำให้ดีขึ้นกว่านี้ ทั้งนี้ เพื่อสร้างความต่อเนื่องของโมเมนตัมทางเศรษฐกิจให้ถึงปี 63 เนื่องจากปัจจุบันคนยังไม่แน่ใจว่าปีหน้าจะเป็นเช่นไร ดังนั้น ไทยจึงต้องดูแลเศรษฐกิจของตัวเองให้ดี
ส่วนการดำเนินการเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจโดยรวมของกระทรวงการคลังจะเป็นเช่นไรนั้น นายสมคิด ย้ำว่า กระทรวงการคลังรับทราบดีอยู่แล้วว่าจะต้องทำอย่างไร และผู้เกี่ยวข้องกำลังกลับไปคิดว่าควรจะผลักดันมาตรการอะไรออกมาบ้าง เนื่องจากในเวลานี้สิ่งที่กระทบต่อเศรษฐกิจไทยนอกจากจะมีเรื่องของภาคการส่งออกแล้ว ก็ยังมีปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นที่ยังคงไม่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ภาคการส่งออกที่ติดลบ 4.5% ในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมานั้น เป็นผลที่มาจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง จึงทำให้เกิดปัญหาการนำเข้าสินค้าของประเทศต่างๆ ลดลงตามไปด้วย ซึ่งเรื่องดังกล่าวจะไปโทษใครไม่ได้ เว้นแต่ทุกคนต้องร่วมกันต่อสู้