xs
xsm
sm
md
lg

ไทยยูเนี่ยนฯ ยืนยันกรณีสหรัฐฯตัดสิทธิ GSP ไทย ไม่มีผลกระทบธุรกิจ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ไทยยูเนี่ยนฯ ยืนยันกรณีสหรัฐฯตัดสิทธิ GSP ไทย ไม่มีผลกระทบธุรกิจเหตุสินค้าอาหารทะเล-อาหารสัตว์ที่จำหน่ายไม่อยู่ภายใต้ GSP ทั้งนี้ การระงับสิทธิพิเศษดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 25 เม.ย. 63 โดยจะมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ของไทยที่มีสหรัฐเป็นตลาดที่ค่อนข้างสำคัญ

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) เปิดเผยว่า กรณีที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) ประกาศเพิกถอนสิทธิพิเศษภาษีศุลกากรสินค้า (GSP) สำหรับสินค้านำเข้าจากประเทศไทยไปยังสหรัฐฯหลายรายการ ซึ่งครอบคลุมถึงสินค้าอาหารทะเลจากไทยบางรายการด้วยนั้น ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบกับการดำเนินงานของบริษัท เนื่องจากสินค้าอาหารทะเลหรืออาหารสัตว์ที่ไทยยูเนี่ยนจำหน่ายในสหรัฐฯ ไม่ได้อยู่ภายใต้ GSP ดังนั้น มาตรการที่ประกาศในครั้งนี้ จึงไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยน TU ยืนยันกรณีสหรัฐฯตัดสิทธิ GSP ไทย ไม่มีผลกระทบธุรกิจเหตุสินค้าอาหารทะเล-อาหารสัตว์ที่จำหน่ายไม่อยู่ภายใต้ GSP

"การประกาศมาตรการจาก USTR ครั้งนี้ ไม่ได้มีผลกระทบใด ๆ ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท"นายธีรพงศ์ กล่าว

ทั้งนี้ การระงับสิทธิพิเศษดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 25 เม.ย. 63 โดยจะมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ของไทยที่มีสหรัฐเป็นตลาดที่ค่อนข้างสำคัญ โดยสหรัฐจะเพิกถอนสิทธิ GSP ของผลิตภัณฑ์อาหารทะเลทั้งหมดของไทยด้วย อันเนื่องมาจากปัญหาด้านสิทธิแรงงานที่ยืดเยื้อมายาวนานในอุตสาหกรรมอาหารทะเล และการเดินเรือ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบให้ภาษีนำเข้าของสินค้าบางรายการที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น โดยจะเริ่มบังคับใช้ใน 6 เดือนข้าหน้า
TU ยืนยันกรณีสหรัฐฯตัดสิทธิ GSP ไทย ไม่มีผลกระทบธุรกิจเหตุสินค้าอาหารทะเล-อาหารสัตว์ที่จำหน่ายไม่อยู่ภายใต้ GSP

นายธีรพงศ์ กล่าวอีกว่า ไทยยูเนี่ยนยังคงมุ่งมั่นทำงานกับรัฐบาลต่างๆ ทั่วโลกเพื่อปรับปรุงเรื่องสิทธิแรงงานในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก โดยในปี 2558 ไทยยูเนี่ยนได้ประกาศกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน หรือ SeaChange ซึ่งเป็นการรวบรวมแนวคิดริเริ่มต่าง ๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันและสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกในอุตสาหกรรมประมงทั่วโลก และหนึ่งในเสาหลักสำคัญของ SeaChange คือความมุ่งมั่นในเรื่องสิทธิแรงงาน โดยแรงงานของเราต้องมีการจ้างงานที่ปลอดภัย ถูกกฎหมาย และมีเสรีภาพในการเลือกงานตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานขององค์กร ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของไทยยูเนี่ยนที่มุ่งมั่นจะเป็นผู้นำทางด้านอาหารทะเลที่น่าเชื่อถือที่สุดระดับโลก

ในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ไทยยูเนี่ยนได้รับการจัดอันดับจากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ เป็นอันดับ 1 กลุ่มผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอาหารของโลก เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน อีกทั้งได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกในดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ เป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน โดยไทยยูเนี่ยนประสบความสำเร็จอย่างมากจากการได้คะแนนสูงสุดที่ 100 เปอร์เซ็นไทล์ ในด้านความยั่งยืนโดยรวม รวมถึงได้รับคะแนนสูงสุดในหัวข้อ จรรยาบรรณธุรกิจและแนวปฏิบัติด้านแรงงาน การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน และสิทธิมนุษยชน

นอกจากนี้ เมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา ไทยยูเนี่ยน ยังได้รับการจัดอันดับโดยดัชนี Seafood Stewardship Index (SSI) เป็นอันดับที่ 1 จาก 30 บริษัทด้านอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดทั่วโลก อีกทั้งนายแดเรี่ยน แมคเบน ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมกิจการองค์กรและความยั่งยืนขององค์กร ยังได้รับรางวัลฟรีดอม อวอร์ด ออสเตรเลีย จากความพยายามต่อสู้เรื่องแรงงานทาสยุคใหม่ในอุตสาหกรรมอาหารทะเล เมื่อเร็วๆ นี้


กำลังโหลดความคิดเห็น...