xs
xsm
sm
md
lg

แมลงเม่าหุ้น AJA ตายเรียบ / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


คดีปั่นหุ้น บริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AJA ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ โดยเป็น การปั่นที่มีผู้ร่วมขบวนการมากที่สุด ถูกลงโทษปรับเป็นวงเงินสูงที่สุด และมีนักลงทุนรายย่อยตกเป็นเหยื่อจำนวนมากที่สุด



สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศ ลงโทษปรับ นายอมร มีมะโน ผู้ถือหุ้นใหญ่และอดีต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AJA พร้อมพวกรวม 40 คน ซึ่งรวมคนในครอบครัวนายอมร และ ตระกูลแสงพงษ์พิทยา รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,727.38 ล้านบาท ในความผิดฐานร่วมกันสร้างราคาหุ้น



พฤติกรรมการสร้างราคาเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม 2557 ถึง 8 ตุลาคม 2557 รวมเป็นเวลา 100 วันทำการ และทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นจาก 2.60 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 15 บาท


การปั่นหุ้น AJA ทำกันเป็นทีม เหมือนอุตสาหกรรมในครอบครัว เพราะนายอมรได้ดึงภรรยา ญาติพี่น้อง และพนักงานของบริษัทร่วมขบวนการ โดยผู้ที่ถูกสั่งปรับต่ำสุดเป็นเงิน 3.33 แสนบาท สูงสุด 79.42 ล้านบาท ซึ่งมีอยู่หลายราย



และหากไม่ยินยอมจ่ายค่าปรับ ก.ล.ต.จะส่งเรื่องให้อัยการฟ้องเป็นคดีแพ่ง เพื่อขอให้ชำระค่าปรับทางแพ่งตามอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด



AJA เดิมคือ บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ AJD ประกอบธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายใต้เครื่องหมาย “AJ” เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 หลังจากนำหุ้นเสนอขายนักลงทุนทั่วไปในราคา 2.50 บาท จากพาร์ 50 สตางค์ โดยมีบริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน



แผนการปั่นหุ้น อาจถูกกำหนดตั้งแต่ก่อนเข้าตลาดหุ้นแล้ว โดย บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด จะรู้เห็นเป็นใจด้วยหรือไม่ คงไม่มีใครตอบได้



หลังหุ้นเคาะซื้อขายได้ประมาณ 3 เดือน แผนการปั่นหุ้นเริ่มเปิดฉากขึ้น โดยมีการอนุมัติเงินของบริษัทออกมาเพื่อใช้ในการปั่น


ขณะที่นายอมรทำหน้าที่ออกข่าวดี เพื่อกระตุ้นนักลงทุนให้แห่เข้ามาเก็งกำไร เชิญชวนแมลงเม่าให้บินเข้ากองไฟ ซึ่งได้ผล เพราะนักลงทุนรายย่อยจำนวนมาก แห่เข้ามาลุยหุ้นตัวนี้ และ "ติดกับ" อยู่จำนวน 10,988 ราย


พฤติกรรมคุยโม้โอ้อวดถึงผลประกอบการอันสดใสของนายอมร เพื่อดึงนักลงทุนรายย่อยให้แห่เข้าเก็งกำไรหุ้น AJA นั้น เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องตระหนัก



เพราะไม่ได้มีเฉพาะผู้บริหารหุ้น AJA เท่านั้นที่ออกมาวาดฝันถึงแนวโน้มการเติบโตของบริษัท แต่ยังมีผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนอีกนับสิบนับร้อยบริษัท ที่ทำตัวเป็นคนขยันสร้างข่าวดี และมักโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับการดำเนินงาน หลอกล่อนักลงทุนให้ตามแห่เข้าไปเล่นหุ้น จนเกิดความเสียหาย



เพราะแนวโน้มผลประกอบการที่เติบโตนั้น เป็นเพียง เรื่อง “แหกตา” ของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน



ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนใดที่ "ขี้โม้" ออกมาสร้างข่าวดีบ่อย ๆ จึงต้องระวังตัว และพยายามหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นบริษัทจดทะเบียนแห่งนั้น



สำหรับแก๊งปั่นหุ้น AJA แม้จะถูกลงโทษปรับอย่างหนักว่า 1.7 พันล้านบาท แต่ยังเบาไปสำหรับพฤติกรรมความผิดที่ก่อไว้ เพราะการปั่นหุ้น ถือเป็นความผิดทางอาญา และในอดีต จะถูกกล่าวโทษทางอาญาสถานเดียว แต่ช่วงหลัง ก.ล.ต.ปรับนโยบาย โดยหันมาเน้นใช้มาตรการทางแพ่ง ลงโทษปรับ จ่ายค่าปรับก็ปิดคดี



แต่หากไม่ชำระค่าปรับ จะส่งเรื่องให้อัยการฟ้องในทางแพ่ง ซึ่งควรทบทวนนโยบายใหม่อีกครั้ง โดยหากไม่ยอมจ่ายค่าปรับในขั้น ก.ล.ต. ต้องฟ้องดำเนินคดีอาญาควบคู่ เพื่อให้แก๊งปั่นหุ้นเกิดความเกรงกลัวและหลาบจำ เพราะปัจจุบันยังมีแก๊งปั่นหุ้นฝังตัวอยู้ในตลาดหุ้นอีกหลายแก๊ง



หุ้น AJA ทรุดอย่างต่อเนื่อง เพราะผลประกอบการขาดทุนหนักอย่างต่อเนื่อง แต่หลัง ก.ล.ต. ประกาศกล่าวโทษผู้บริหารและผู้ร่วมขบวนการ ราคาหุ้ดิ่งลงลึกทันที โดยปิดเมื่อวันพุธที่ 2 มกราคม 2562 ลงมาปิดที่ 20 สตางค์



ผู้ถือหุ้นรายย่อย AJA จำนวน 10,988 ราย ต้องกระอักเลือดจากหุ้นตัวนี้ และแทบไม่เห็นโอกาสถอนทุนคืนจากหุ้นตัวนี้


เพราะหุ้น AJA เน่าไปแล้ว ด้วยน้ำมือของ นายอมร มีนะโม เครือญาติและบริวาร ที่ตั้งแก๊งปั่นหุ้น และอาจวางแผนปั่น ตั้งแต่ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเสียด้วย



กำลังโหลดความคิดเห็น...