xs
xsm
sm
md
lg

จับตาโซนเด่นคอนโด ทำเลสุขุมวิท 39-ทองหล่อ ราคาและค่าเช่ายังแรงต่อเนื่อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เน็กซัสฯ ชี้ราคาคอนโดมิเนียมในบริเวณสุขุมวิท 39 และทองหล่อปรับตัวสูงขึ้นถึง 40% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับค่าเช่าในบริเวณทองหล่อ ที่มีอัตราสูงสุดในกรุงเทพฯ ถึง 1,000 บาทต่อ ตร.ม. ต่อเดือน

นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เก็บข้อมูลของตลาดคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวใหม่ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน และบริเวณโดยรอบของกรุงเทพฯ ชั้นใน พบว่ามีการปรับตัวทางด้านราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องด้วยที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นที่ต้องการของนักลงทุนทั้งชาวไทยชาวต่างชาติ อีกทั้งที่ดินที่จะนำมาพัฒนาโครงการเหลือน้อย เมื่อนำมาพัฒนาโครงการจึงได้รับผลตอบแทนสูง ไม่ว่าจะขาย หรือให้เช่า

จากผลวิจัยชี้ให้เห็นว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทำเลสุขุมวิท 39 ถึงทองหล่อ ปรับตัวสูงขึ้นมากที่สุดจาก 183,000 บาทต่อตารางเมตร เป็น 255,000 บาทต่อตารางเมตร หรือปรับเพิ่มสูงถึง 40% ในขณะที่บริเวณรัชดา-พระรามเก้า และเอกมัย ปรับตัวสูงขึ้น 34% และ 30% ตามลำดับ

ทั้งนี้ ราคาคอนโดมิเนียมรอบๆ ใจกลางเมือง เช่น พหลโยธินตอนต้น พญาไท และธนบุรี ก็มีราคาขยับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน อยู่ในอัตรา 13-26% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ในไตรมาสแรกของปี 2561 ราคาเฉลี่ยคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ และลักชัวรี เปิดใหม่ในบริเวณกรุงเทพฯ ชั้นใน และบริเวณรอบกรุงเทพฯ ชั้นใน อยู่ที่ 208,600 บาทต่อตารางเมตร โดยทำเลที่มีราคาสูงสุด คือ ทำเลสุขุมวิท 39-ทองหล่อ มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 315,000 บาทต่อตารางเมตร ตามมาด้วยบริเวณชิดลม หลังสวน อยู่ที่ 262,000 บาทต่อตารางเมตร และสาทร อยู่ที่ 243,000 บาทต่อตารางเมตร

สำหรับค่าเช่าในตลาดคอนโดระดับไฮเอนด์ขึ้นไปในบริเวณกรุงเทพฯ ชั้นใน และรอบกรุงเทพฯ ชั้นใน ค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 754 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน โดยที่ทำเลใจกลางเมือง ทำเลสุขุมวิท 39-ทองหล่อ หลังสวน และสาทร มีค่าเช่าสูงสุดอยู่ที่ 1,000 บาท 955 บาท และ 823 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ตามลำดับ โดยผู้เช่าส่วนใหญ่จะเป็นชาวญี่ปุ่น และชาวยุโรป หรือชาวอเมริกัน ที่มาเช่าเพื่อทำงานในใจกลางเมือง

ขณะที่ทำเลรอบใจกลางเมือง คอนโดมิเนียมคุณภาพระดับไฮเอนด์ขึ้นไปจะมีค่าเช่าอยู่ระหว่าง 526-800 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน โดยทำเลที่ได้ค่าเช่าสูงสุด คือ ในบริเวณเอกมัย และพญาไท ตามลำดับ สำหรับทำเลรัชดา-พระรามเก้า และธนบุรี ค่าเช่าจะค่อนข้างต่ำกว่าโซนอื่น เพราะผู้เช่าส่วนใหญ่จะเป็นคนไทย และชาวเอเชีย ที่ไม่ใช่ญี่ปุ่น ที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เช่นกัน

หากเปรียบเทียบราคาค่าเช่าคอนโดมิเนียมต่อตารางเมตร สำหรับคอนโดระดับไฮเอนด์ขึ้นไปในใจกลางเมือง หนึ่งห้องนอน และสองห้องนอนนั้น ราคาต่อตารางเมตรไม่ต่างกันมากนัก โดยคอนโดมิเนียมหนึ่งห้องนอน ส่วนใหญ่จะได้ราคาสูงกว่าประมาณ 1-2%

ทั้งนี้ ถ้าเปรียบเทียบค่าเช่าคอนโดมิเนียมต่อห้อง สำหรับทำเลใจกลางเมือง เช่น ทองหล่อ หลังสวน และสาทร คอนโดมิเนียมหนึ่งห้องนอน ค่าเช่าจะอยู่ที่ประมาณ 43,000-52,000 บาทต่อเดือน ขณะที่สองห้องนอนจะอยู่ประมาณ 65,000-82,000 บาทต่อเดือน หากเป็นทำเลรอบใจกลางเมือง ค่าเช่าคอนโดมิเนียมต่อห้อง หนึ่งห้องนอนอยู่ที่ประมาณ 19,700-33,000 บาทต่อเดือน ขณะที่สองห้องนอนจะอยู่ประมาณ 33,500-54,600 บาทต่อเดือน

ผลตอบแทนจากการลงทุน

เมื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนจากการลงทุนในคอนโดมิเนียมต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานั้น พบว่าหากซื้อคอนโดมิเนียมในช่วงปี 2556 และปล่อยเช่าจะได้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 6.1% โดยทำเลเอกมัย ให้ผลตอบแทนสูงสุดที่ 7.7% รองลงมา เป็นพหลโยธิน ที่ 7.2% ทองหล่อ ที่ 6.6% และหลังสวนเท่ากับพญาไท ที่ 5.6% ตามลำดับ

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การลงทุนในคอนโดมิเนียมนั้น นอกจากผลตอบแทนจากการเช่าในแต่ละปีแล้ว เมื่อขายต่อได้ราคาเพิ่มขึ้นจะมีกำไรอีกส่วนหนึ่ง โดยการปรับตัวสูงขึ้นของราคาคอนโดมิเนียมอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้น ทำให้ผลตอบแทนโดยรวมของคอนโดมิเนียมค่อนข้างสูงมากเช่นเดียวกันในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทองหล่อเป็นทำเลที่ผลตอบแทนรวมเมื่อคิดทั้งค่าเช่า และรายได้จากการขายแล้วสูงสุดอยู่ที่ 66% รองลงมา เป็นเอกมัย 61% อันดับสาม คือ รัชดา-พระราม 9 ที่ 58% โดยที่เฉลี่ยของตลาดอยู่ที่ 50% ใน 5 ปี

แม้ว่าราคาคอนโดมิเนียมยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน หากลงทุนซื้อคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ บริเวณใจกลางเมือง และรอบใจกลางเมือง ทำเลที่ให้ผลตอบแทนต่อปีสูงสุดกลับเป็นธนบุรี ที่ 5.4% รองลงมา ยังคงเป็นเอกมัย 5.2% และอันดับสาม คือ พหลโยธินที่ 4.9%

แนวโน้มราคาปรับสูงขึ้นต่อปีกว่า 10% 

สำหรับแนวโน้มการลงทุนในคอนโดมิเนียมในอีก 3 ปีข้างหน้านั้น จากการคาดการณ์ราคาตลาดที่จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยประมาณ 8-10% ต่อปี โดยที่คอนโดกลางใจเมืองจะมีอัตราเพิ่มสูงกว่าที่ 12-15% ทำให้แนวโน้มคอนโดมิเนียมรอบใจกลางเมือง อาจให้ผลตอบแทนระยะสั้นในแง่ของค่าเช่าดีกว่า ขณะที่ในระยะยาว ผลตอบแทนโดยรวมคอนโดใจกลางเมืองก็ไม่แตกต่างกันมากนัก ทั้งนี้ ปัจจัยหลักการเลือกซื้อคอนโดมิเนียม คือ การซื้อโครงการที่มีการบริหารจัดการที่ดี และมีการดูแลอาคารให้อยู่ในสภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง


กำลังโหลดความคิดเห็น...