xs
xsm
sm
md
lg

บล. ไทยพาณิชย์ คงเป้าหมายดัชนี 1,700 จุด คาดกำไร บจ. โต 7-10%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


บล. ไทยพาณิชย์ มองหุ้นไทยปลายปียังสดใส คงเป้าหมาย 1,700 จุด คาดกำไร บจ. โตร้อยละ 7-10 ตามการเติบโตเศรษฐกิจไทย

นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยไตรมาส 3 จะปรับตัวขึ้นในกรอบแคบ โดยมองเป้าหมายดัชนีที่ 1,650 จุด ก่อนที่จะปรับขึ้นเป็น 1,700 จุดในช่วงสิ้นปี ส่วนกำไรบริษัทจดทะเบียน คาดว่าโตร้อยละ 7-10 ตามการเติบโตของเศรษฐกิจไทย โดยคาดว่า จีดีพีปีนี้โตร้อยละ 4-5.5 มาจากการอุปโภคบริโภค การลงทุนภาครัฐ การส่งออก แต่ยังห่วงการลงทุนภาคเอกชนที่ยังฟื้นตัวช้า ทั้ง ๆ ที่เศรษฐกิจโดยรวมปรับดีขึ้น

สำหรับปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อตลาดหุ้นไทย คือ การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งคาดว่า เดือนธันวาคมนี้เฟดจะปรับขึ้น 1 ครั้ง และปรับดอกเบี้ยขึ้น 3 ครั้งในปี 2561 รวมทั้งการปรับลดงบดุลของเฟดเดือนกันยายน ซึ่งจะมีผลต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายจากต่างประเทศ เงินดอลลาร์สหรัฐจะกลับมาแข็งค่า เงินทุนต่างชาติมีโอกาสไหลออกจากตลาดเกิดใหม่กลับไปสหรัฐอเมริกา ทำให้เงินบาทมีโอกาสที่จะอ่อนค่าลงในช่วงปลายปี

ส่วนกลยุทธ์การลงทุน นักลงทุนควรเลือกหุ้นที่มีราคาถูก มีปัจจัยสนับสนุนให้กำไรเติบโต โดยมอง 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มการแพทย์ พลังงาน และอิเล็กทรอนิกส์ เช่น บมจ. กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) ที่เชื่อว่าเงินปันผลจะปรับตัวดีขึ้น จากผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดี บมจ. โรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG) มีแนวโน้มดีขึ้นจากการปรับเพิ่มอัตราเหมาจ่ายรายหัวในระบบประกันสังคม บมจ. ไออาร์พีซี (IRPC) ราคาหุ้นปรับลงมามากถึงร้อยละ 11 ราคาต่ำกว่าหุ้นโรงกลั่นอื่น ๆ บมจ. เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ ( KCE) ราคาหุ้นยังถูก และกำไรมีแนวโน้มปรับดีขึ้นในครึ่งหลังของปี จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรมรถยนต์ และต้นทุนทองแดงที่ดีขึ้น บมจ. ปตท. (PTT) ราคาหุ้นปรับลดลงมาแล้วร้อยละ 10 จากราคาสูงสุดเมื่อเดือนมกราคม 2560 เป็นโอกาสการลงทุน เนื่องจาก บมจ. ปตท. ทำธุรกิจแบบครบวงจร และ บมจ. เอสวีไอ (SVI) คาดว่า ราคาจะเติบโตครึ่งปีหลัง และได้ผลบวกจากการควบรวมกิจการ หลังเข้าซื้อกิจการครั้งใหญ่ในยุโรป
กำลังโหลดความคิดเห็น