xs
xsm
sm
md
lg

ธ.ออมสิน...ยุค...ปฏิรูป!..(จบ)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนที่ 16
ในวาระครบรอบ 103 ปี ของธนาคารออมสิน ตรงกับการดำรงตำแหน่งครบ 1 ปี 6 เดือน บนเก้าอี้ ผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนที่ 16 นาม “ชาติชาย พยุหนาวีชัย” ผู้นำบุคลากรออมสิน 29,900 คนทั่วประเทศขับเคลื่อนองค์กรให้สามารถตอบโจทย์ “ธนาคารของประชาชน’ ที่พร้อมส่งเสริมการออม ควบคู่กับการพัฒนาและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ประชาชนตั้งแต่ระดับฐานราก นำไปสู่การพัฒนาระบบเศรษฐกิจในประเทศให้มั่นคงอย่างแท้จริง

“ผมเริ่มงานด้วยการจัดประชุมระดับหัวหน้างานทุกภาคส่วน รับฟังลักษณะงาน รวมถึงการทำงานของแต่ละส่วนงานก่อนจะให้โจทย์กลับไป จากนั้นก็ประชุมติดตามผลการดำเนินงานเป็นระยะต่อเนื่อง ร่วมกันแก้ปัญหาบนโต๊ะประชุม ผลงานที่ปรากฏอย่างโดดเด่นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงศักยภาพบุคลากรออมสินทุกคน พนักงานทุกส่วนงานพร้อมที่จะทำงาน ไวต่อการเรียนรู้ ชอบที่จะลองทำอะไรใหม่ๆ ทั้งหมดทำให้การขับเคลื่อนองค์กรก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดนิ่ง

ผมมองว่า 103 ปีของออมสินสะสมทรัพยากรไว้อย่างเต็มเปี่ยม ทำให้ธนาคารพร้อมที่จะก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง “ออมสิน” มีฐานเงินฝากมากว่า 2 ล้านล้านบาท เป็นอันดับ 2 ของประเทศ มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้บริการครบตรงตามความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกวัย ดังนั้น เมื่อเข้ามาผมจึงมุ่งพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศรองรับการแข่งขัน และการพัฒนาระบบธนาคารในอนาคตที่มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้ตอบโจทย์ลูกค้าในยุค Internet และ Smart Device มากกว่าระบบการให้บริการหน้าเคาน์เตอร์ในปัจจุบัน การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศถือเป็นการสร้างฐานรองรับการแข่งขันทั้งกับ bank ด้วยกันและ non bank รูปแบบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การทำ payment ในอนาคตซึ่งลูกค้าไม่จำเป็นต้องมีบัญชีผูกกับธนาคารเริ่มเข้ามาแข่งกับธนาคาร เมื่อเขาสามารถพัฒนาศักยภาพการให้บริการได้มากขึ้นธนาคารเองก็ต้องพัฒนางานบริการให้สามารถแข่งขันได้ด้วย

ทันทีที่เสร็จสินการประชุมธนาคารออมสินโลก “ชาติชาย” นำแนวคิดกลับมาประชุมวางแนวทาง “แบงก์ดิจิตอล” ทั้ง “Fin Tech : ฟินเทค” และอีเพย์เมนต์ ซึ่งเป็นความท้าทายของธนาคารทั้งในปัจจุบัน และอนาคต “ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์จะเข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำธุรกรรมโอนเงิน การฝากถอนเงิน การชำระค่าสินค้า และค่าบริการต่างๆ จากปัจจุบันที่ใช้เงินสดไปเป็นการโอนเงินผ่านเบอร์โทรศัพท์มือถือ เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน หรือเบอร์บัตรอื่นๆ ที่เรียกกันว่า Any ID เพื่อลดการใช้เงินสดเพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้จ่าย และร้านค้า รวมถึงเพิ่มศักยภาพการชำระเงินให้คล่องตัวมากขึ้น

ปัจจุบัน ผู้ให้บริการสามารถพัฒนา e-Payment ก้าวหน้าไปโดยไม่จำเป็นต้องเป็น “สถาบันการเงิน” อีกต่อไป ผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมก็สามารถเข้ามาให้บริการ e-Payment ได้เพียงเปิดบัญชีแล้ว “เติมเงิน” เข้าไป  ขณะเดียวกัน “ร้านค้าออนไลน์” ที่ “น่าเชื่อถือ” ก็สร้างระบบการจ่ายเงินของตนเอง อีกทั้งยังมี “คอยด์อิเล็กทรอนิกส์” รูปแบบต่างๆ  เกิดขึ้นมากมาย  ภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าลูกค้ากลุ่มหนึ่งพร้อมที่จะ “เสี่ยง” ถ้าการเข้าถึงการบริการทำให้ชีวิต “ง่ายขึ้น” ทำให้ผู้ประกอบการธนาคารต้องปรับตัวรับการแข่งขัน



“ในฐานะที่ธนาคารออมสินมีลูกค้ากว้างมาก มีครบทุกฐานลูกค้า ตั้งแต่ลูกค้าระดับฐานรากรายได้ต่ำกว่า 10,000 บาท ไปจนถึงลูกค้าฐานะดีมากมีเงินออมสูง เราสามารถคิดค้นการให้บริการทางการเงินที่หลากหลาย ตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ขณะเดียวกัน เราต้องให้ความรู้ให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ผมยอมรับว่า กระแสที่ผู้ให้บริการโทรศัพย์มือถือทั้ง 3 ค่ายจับมือกันทำธุรกิจกรรมโอนเงิน-ชำระเงินเป็นการปรากฏตัวของ “ผู้เล่นหน้าใหม่” ที่กระทบธุรกิจธนาคาร แต่ออมสินยังมีจุดเด่นในฐานะธนาคารของประชาชน เรามีสาขากว่า 1,045 สาขาทั่วประเทศ แทรกซึมเข้าไปในรูปแบบ “ธนาคารโรงเรียน” อีกมากมายที่จะกลายเป็น “กำลังสำคัญ” ให้ออมสินขยายการให้บริการ e-Payment ได้อย่างแข็งแกร่ง และสามารถรักษาฐานลูกค้าให้อยู่กับออมสินได้ครบทุกช่วงวัยอย่างเหนียวแน่น”

“ชาติชาย” ยอมรับว่าการขับเคลื่อน “ธนาคารรัฐบาล” ไม่สามารถพัฒนาศักยภาพส่วนงานสินเชื่อให้ทำกำไรถึงจุด “สูงสุด” ได้ เพราะมีงานบริการสินเชื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาล พัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ประชาชน และเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโต และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง “การทำงานของออมสินต้องทำควบคู่กันไปทั้งงานบริการด้านการออม เพราะเราเป็น “ธนาคารแห่งการออม” กับการทำเงินให้งอกเงย เพราะเราต้องทำให้เงินออมของประชาชนมี “ดอกเบี้ย” การกำกับดูแลงานด้านนี้ผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนที่ 16 มอบนโยบาย 4 ด้าน 1.อยู่ได้ หมายถึงธนาคารอยู่ได้ ลูกค้าอยู่ได้ 2.ดูแล เมื่อให้สินเชื่อแล้วพนักงานจะเข้าไปเป็นที่ปรึกษาร่วมแก้ปัญหากับลูกค้า 3.มั่นคงแข็งแรง เมื่อประคองให้ลูกค้าดำเนินกิจการไปได้ก็ต่อยอดส่งเสริมให้ธุรกิจมั่นคงแข็งแรง 4.ตอบโจทย์นโยบายรัฐบาล

ด้านการส่งเสริมศักยภาพบุคลากรภายใน “ออมสิน” นั้น “ชาติชาย” ประสานกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้เข้ามาพัฒนาหลักสูตรการอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพพนักงานสินเชื่อ (OMEGA) Product Champion for Branch Manager & Sales Management Manager อบรมเพื่อต่ออายุนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัย บทบาทหน้าที่ของผู้บริหารในภาวะวิกกฤต และการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจฯ BCP และมีแผนอบรมในหลักสูตร GSB Customer Centric Transformation อย่างต่อเนื่องจากปี 2558 ที่อบรมพนักงานทั่วประเทศไปแล้ว 9,610 คน โดยตั้งเป้าว่าปี 2559 จะอบรมให้ครบ 20,000 คน

โครงการสินเชื่อที่โดดเด่นของ “ออมสิน” ในฐานะธนาคารของรัฐบาลคือ สินเชื่อผู้มีรายได้น้อย โครงการบ้านประชารัฐ และล่าสุดคือ “มาตรการช่วยเหลือ SMEs” ทั้งการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และสินเชื่อ SMEs Startup สำหรับผู้ประกอบการระยะเริ่มต้น (Start Up Stage) โดยมีเงื่อนไขคือ เป็นธุรกิจจัดตั้งมาไม่เกิน 3 ปี หรือเป็นธุรกิจที่มีนวัตกรรม/Product ใหม่ กำหนดวงเงินกู้ไม่เกิน 10 ล้านบาท และอัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1-2 = 3.99% ต่อปี ปีที่ 3 เป็นต้นไป ตามประกาศธนาคาร ณ พฤษภาคม 2559 ดำเนินการอนุมัติสินเชื่อแล้ว 456 ล้านบาท “ชาติชาย” ยอมรับว่าการดำเนินงานส่วนนี้มีความเสี่ยง “หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL” เพิ่มสูงขึ้น

“ในฐานะ “นายธนาคาร” ยอมรับว่ายอดคงค้างหนี้ครัวเรือนในช่วงครึ่งหลังของปี 59 คงทยอยปรับเพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นการเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของการใช้จ่ายในประเทศ ถ้าฐานรากกล้าใช้เงิน สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจในภาพรวมฟื้นตัวขึ้นจริงๆ ไม่ใช่ “คาดว่าจะฟื้น” ผมมองว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าการทำงานของออมสินเราประสบความสำเร็จนะ คนฐานรากเริ่มมีความมั่นใจว่าพวกเขากำลังจะฟื้นตัว

แต่ถ้าเราจะมาวัดกันด้วย “ตัวเลข” ผมยอมรับว่าตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจะปรับเพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ หรือโครงการบ้านประชารัฐ ที่รัฐบาลดำเนินการผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ วงเงิน 70,000 ล้านบาท จะทยอยมีผลต่อหนี้ครัวเรือนในช่วง 2 ปีต่อจากนี้ แต่ถ้ามองในมุมของความจริง ประชาชนฐานรากเริ่มกลับมามีรายได้ มีเงินหมุนเวียนในการใช้จ่ายหนี้ที่เพิ่มขึ้นก็ไม่มีความหมาย เพราะเขามีศักยภาพในการชำระหนี้

ต้องยอมรับก่อนว่า NPL ที่พุ่งขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 57 เป็นต้นมามันเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งภายนอกประเทศที่เศรษฐกิจโลกไม่ดี ฉุดให้เศรษฐกิจในประเทศเริ่มทรงตัว ประกอบกับในประเทศเราเองมีหลายภาวะที่ส่งผลต่อจิตวิทยาการใช้จ่ายของประชาชน แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายปัญหาคลี่คลายลงประชาชนเริ่มมั่นใจมากขึ้น ประกอบกับเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนเป็นเวลาที่เกษตกรเขามีงานทำ มีรายได้ บรรยากาศมันดีขึ้นความมั่นใจก็กลับมา คนเราไม่มีใครอยากเป็นหนี้ ออมสินเราให้สินเชื่อควบคู่กับการให้ความรู้ทางด้านการเงิน โดยเราเข้าไปพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการสถาบันการเงินชุมชน เราตั้งเป้าหมายพัฒนาให้ได้ปีละ 1,000 ชุมชน แต่ปี 2558 เราสามารถอบรมได้ถึง 1,032 แห่ง และในปี 2559 เราก็ยังมุ่งมั่นอบรมตามโครงการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการสถาบันการเงินชุมชนอย่างต่อเนื่อง

การกำกับดูแลและบริหารความเสี่ยงเป็นอีก 1 ผลงานที่โดดเด่นของผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนที่ 16 ที่ดำเนินงานควบคู่กันไปทั้งการพัฒนา การทบทวน การปรับปรุงนโยบาย การออกผลิตภัณฑ์ใหม่, และการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง “ชาติชาย” พัฒนาระบบบริหารจัดการหนี้เพื่อควบคุมและบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ให้อยู่ในระดับต่ำ ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกให้คณะกรรมการธนาคาร ผู้บริหาร และพนักงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใสผ่านกิจกรรมวันกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG Day) ซึ่งจะจัดต่อเนื่องตลอดปี 2559