xs
xsm
sm
md
lg

ตื่นนักวิเคราะห์ปรับลดประมาณการกลุ่มสื่อสาร นลท.-โบรกฯ แห่ลดน้ำหนักการลงทุน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เผยนักวิเคราะห์มองภาพรวมกลุ่มสื่อสารไม่สดใสเหมือนเดิมแล้ว และมีการปรับลดประมาณการจากเดิม Neutral เป็น Underweight ขณะที่โบรกเกอร์ประสานเสียงนักลงทุนปรับพอร์ตเทขาย SCB ยอมรับได้มีการลดน้ำหนักการลงทุนกลุ่มสื่อสาร แนวโน้มพรุ่งนี้ตลาดไซด์เวย์ คาดแรงขายกลุ่มมสื่อสารคงเบาลง แต่ยังกดดันตลาดฯ เช่นเดียวกับกลุ่มพลังงาน

นายทรงกลด วงศ์ไชย ผู้อำนวยการอาวุโส บล.กรุงศรี เปิดเผยถึงตลาดหุ้นไทยวันนี้ (21 ธ.ค.) ปรับตัวลงจากแรงเทขายของหุ้นกลุ่มสื่อสารตลอดทั้งวัน หลังนักลงทุนเกิดความกังวลเกี่ยวกับราคาประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 MHz มีราคาที่สูงจะส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทผู้ได้ใบอนุญาตที่ต้องมีภาระทางด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของผู้ให้บริการรายใหม่ที่จะเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาด ทำให้ภาพของตลาดโทรคมนาคมไทยจะมีการแข่งขันรุนแรงมากขึ้น

“วันนี้ปัจจัยหลักที่ฉุดตลาดหุ้นไทย คือ หุ้นกลุ่มสื่อสารที่ปรับตัวลดลง เพราะมีแรงขายออกมามากตลอดวัน ทำให้ฉุดดัชนีแรงมากในวันนี้ ที่เป็นแบบนี้เพราะนักลงทุนกลัวเรื่องราคาประมูลที่สูง ต้นทุนก็จะเพิ่มขึ้น และมีคู่แข่งรายใหม่เพิ่มมาอีก ทำให้ภาพการแข่งขันจะรุนแรงมากขึ้น และผู้นำตลาดอย่าง ADVANC ก็มีขีดความสามารถลดลง นักวิเคราะห์ฯ ก็ต่างมองภาพรวมหุ้นสื่อสารไม่สดใสเหมือนเดิมแล้ว ซึ่งมีการปรับลดประมาณการจากเดิม Neutral เป็น Underweight” นายทรงกลด กล่าว

ส่วนตลาดหุ้นภูมิภาคเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวกและลบ ซึ่งปัจจัยจากต่างประเทศในวันนี้ยังไม่มีปัจจัยใหม่ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต่อเนื่องจากวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ราคาน้ำมันทำสถิติต่ำสุด แต่กดดันดัชนีตลาดหุ้นในภูมิภาคบางประเทศเท่านั้น

นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า บริษัทได้มีการลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นสื่อสาร หลังการประมูล 4G จบสิ้นลง โดยเฉพาะบริษัทที่ชนะการประมูล 4G ทั้งบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE บริษัท จัสมินอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS บริษัทแอดวานซ์อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เนื่องจากมีต้นทุนจากการประมูลสูงขึ้นมาก และยังต้องใช้เวลาการลงทุนโครงข่ายอย่างน้อย 1 ปี รวมทั้งยังต้องมีการแข่งขันด้านราคาในการดึงลูกค้า ดังนั้น ในช่วงนี้จึงไม่มีการรับรู้รายได้เพิ่ม

ขณะที่บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากไม่ชนะการประมูล และจะต้องมีการลงทุนเพิ่มในการพัฒนาโครงข่ายที่มีอยู่ให้รองรับการบริการลูกค้า แม้ว่าขณะนี้จะมีโครงข่ายมากที่สุด และต้องคืนใบอนุญาต 1,800 เมกะเฮิรตซ์ ในปี 2561 จึงมองว่าปี 2559 หุ้นสื่อสารจะยังไม่น่าลงทุน และจะกลับมาน่าลงทุนอีกครั้งปี 2560 ส่วนหุ้นกลุ่มที่น่าสนใจขณะนี้คือ กลุ่มที่เกี่ยวข้องต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ สินค้าไม่คงทน ท่องเที่ยว โรงแรม สายการบิน และกลุ่มก่อสร้าง

ด้าน นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงมากกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย ที่ต่างเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวกและลบ โดยตลาดหุ้นไทย เจอแรงกดดันหลักจากหุ้นในกลุ่มสื่อสาร หลังจากที่เสร็จสิ้นการประมูล 4G คลื่น 900 MHz ซึ่งผลที่ออกมาจัดได้ว่าเป็นกรณีเลวร้ายสุดที่คาดไว้ จากที่ JAS ชนะการประมูล เพราะจะทำให้อุตสาหกรรมสื่อสารจะมีผู้เล่นรายที่ 4 เข้ามา ซึ่งจะนำมาซึ่งสงครามราคา ดังนั้น จึงได้แนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนหุ้นทั้ง 4 บริษัทที่เข้าร่วมประมูล

นอกจากนี้ ยังมองว่าสัปดาห์นี้ราคาน้ำมันดิบคงจะทรงตัวในระดับต่ำต่อไป เนื่องจากสหรัฐฯ ได้ยกเลิกมาตรการห้ามส่งออกน้ำมัน ทำให้อุปทานน้ำมันมีโอกาสที่จะเพิ่มขึ้นได้ในระยะถัดไป

ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดที่ระดับ 1,264.44 จุด ลดลง 20.48 จุด หรือเปลี่ยนแปลง -1.59% มูลค่าการซื้อขาย 61,465.16 ล้านบาท

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้ (22 ธ.ค.) คาดว่า ดัชนีฯ มีโอกาสรีบาวนด์ได้เล็กน้อย และมีการแกว่งตัวไซด์เวย์อยู่ โดยปัจจัยกดดันจากหุ้นกลุ่มสื่อสารน่าจะผ่อนคลายลงไปบ้างแล้วในวันพรุ่งนี้ ส่วนปัจจัยใหม่ๆ ที่จะต้องจับตายังไม่มี ขณะที่ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วงปลายสัปดาห์ คือ การประกาศตัวเลขการนำเข้า และส่งออกของไทย พร้อมให้แนวต้าน 1,280 จุด แนวรับ 1,255 จุด

นายณัฐชาต ยังคาดการณ์ด้วยว่า ในวันพรุ่งนี้ ดัชนีฯ คงจะแกว่งไซด์เวย์ โดยอาจจะชะลอตัวลงได้บ้าง แต่ upside มีไม่มาก ซึ่งหุ้นในกลุ่มสื่อสาร และกลุ่มพลังงานคงจะยังกดดันอยู่ พร้อมให้แนวรับ 1,250 จุด ส่วนแนวต้าน 1,275 จุด
กำลังโหลดความคิดเห็น