xs
xsm
sm
md
lg

ก.ล.ต. เตือนผู้ถือหุ้น SUPER ใช้สิทธิออกเสียงกรณีลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

เผยแพร่:

ก.ล.ต. เตือนผู้ถือหุ้นบริษัทซุปเปอร์บล๊อก จำกัด (มหาชน) (SUPER) ศึกษาข้อมูลการลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และใช้สิทธิในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น วันที่ 30 ตุลาคม 2558

SUPER จะขออนุมัติที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้บริษัท ซุปเปอร์โซล่าร์ เอนเนอร์ยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ SUPER ถือหุ้นทางอ้อม 100% เข้าทำรายการซื้อหุ้นสามัญและเพิ่มทุนในบริษัทที่จะดำเนินโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนพื้นดิน จำนวน 5 รายการใหญ่ รวมมูลค่า 14,445 ล้านบาท ประกอบด้วยการซื้อหุ้นของ 5 บริษัท และค่าพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้า ซึ่งรายการดังกล่าวมีนัยสำคัญและเข้าข่ายเป็นรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบของ SUPER เห็นว่าการเข้าทำรายการดังกล่าวสมเหตุสมผล โดยจะช่วยเสริมศักยภาพในการแข่งขันและสร้างรายได้ในอนาคตให้แก่บริษัทได้อย่างต่อเนื่อง


อย่างไรก็ตาม ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) เห็นว่าผู้ถือหุ้นไม่ควรอนุมัติรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ 2 ใน 5 รายการใหญ่ข้างต้น คือ การลงทุนใน (1) บริษัท พาวเวอร์ เทคโนโลยี อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด (PTI) และ (2) บริษัท เอ็นเนอร์จี เซิฟ จำกัด (ESERVE) เนื่องจากมูลค่ายุติธรรมของหุ้นทั้งสองบริษัทต่ำกว่าราคาซื้อ โดยมูลค่ายุติธรรมของหุ้น PTI เท่ากับ 20.0-111.4 ล้านบาท ในขณะที่ราคาซื้อเท่ากับ 272.44 ล้านบาท และมูลค่ายุติธรรมของหุ้น ESERVE เท่ากับ 89.4 – 227.6 ล้านบาท ในขณะที่ราคาซื้อเท่ากับ 403.72 ล้านบาท และโครงการบางแห่งของ ESERVE ยังไม่ได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคด้วย นอกจากนี้ IFA ยังเห็นว่าเงื่อนไขในการจ่ายเงินค่าซื้อหุ้นไม่เหมาะสมเนื่องจาก SUPER จ่ายเงินล่วงหน้าจำนวนมากไปก่อนที่ผู้ถือหุ้นจะอนุมัติ และหากโครงการไม่ได้รับการอนุมัติ SUPER อาจสูญเสียเงินลงทุนในที่ดินที่ซื้อล่วงหน้าเพื่อสร้างโครงการ รวมถึงค่าก่อสร้างที่ดำเนินการไปบางส่วนแล้ว


ก.ล.ต. จึงขอให้ผู้ถือหุ้นศึกษาข้อมูลโดยละเอียดและใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2558 ในวันที่ 30 ตุลาคม 2558 เพื่อรักษาประโยชน์ของตนเอง พร้อมกับซักถามผู้บริหารบริษัทถึงข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้มีข้อมูลครบถ้วนในการประกอบการตัดสินใจด้วย


อนึ่ง รายการดังกล่าวข้างต้นต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน โดยไม่นับส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสีย
กำลังโหลดความคิดเห็น