xs
xsm
sm
md
lg

หุ้นไทยปิดตลาดส่งท้ายสัปดาห์ลดลง 2 จุด โบรกคาดสัปดาห์หน้าผันผวนขึ้นต่อ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ฝ่ายวิเคราะห์ บล.กสิกรไทยสรุปความเคลื่อนไหวดัชนีหุ้นไทยวันที่ 18 ก.ค. 57 โดยดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,531-1,539 จุด ก่อนปรับถอยลงแรงกว่า 13 จุด จากแรกขายหุ้นในกลุ่ม ICT ทันทีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีคำสั่งให้ชะลอการประมูลคลื่นความถี่ 1,800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ออกไป 1 ปี

อย่างไรก็ตาม ตลาดสามารถฟื้นตัวขึ้นมาปิดช่วงเช้าได้ที่ 1,530.11 จุด -5.55 จุด (-0.36%) ด้วยมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 37,914.20 ล้านบาท จากแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มพลังงานราคาน้ำมันโลกที่ดีดตัวสูงขึ้นจากความไม่สงบในยูเครนและตะวันออกกลาง

ภาพรวมวันที่ 18 ก.ค. ดัชนีสามารถยืนเหนือ 1,520 จุด ได้อย่างต่อเนื่อง จนปิดตลาดไปที่ 1,533.41 จุด ลดลง 2.25 จุด เปลี่ยนแปลง -0.15% มูลค่าการซื้อขายสูงถึง 64,967.28 ล้านบาท โดยระหว่างเทรดแตะจุดสูงสุดที่ 1,538.53 จุด และต่ำสุดที่ 1,523.53 จุด

นางสาวธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้มีความผันผวนค่อนข้างมาก จากปัจจัยลบสำคัญ คือ สถานการณ์ความรุนแรงในประเทศอิรัก และการสู้รบระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ ตลอดจนถึงการตกของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ MH17 ประกอบกับความกดดันภายในประเทศจากการที่ คสช. มีคำสั่งให้ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.เลื่อนการประมูลสัญญาณโครงข่ายโทรคมนาคมระบบ 4G ออกไปอีกอย่างน้อย 1 ปี ทำให้หุ้นกลุ่ม ICT ปรับตัวลดลงในช่วงสายของวัน แต่โดยรวมยังคงไม่กระทบต่อภาพรวมการซื้อขายของตลาดหุ้นไทยมากนัก เนื่องจากยังคงมีหุ้นในกลุ่มอื่นๆที่ยังพยุงดัชนี SET INDEX เอาไว้ได้

“มองว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาวะการลงทุนในอนาคตจะมาจากปัจจัยภายในประเทศเป็นหลัก เนื่องจากนักลงทุนยังไม่มีความเชื่อมั่นในการลงทุนมากนัก แม้ คสช. จะประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาแล้ว แต่นักลงทุนส่วนใหญ่จะรอจนกว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสมบูรณ์ ขณะที่ในส่วนของแผนการลงทุนด้าน ICT ที่ กสทช. จะต้องเลื่อนออกไปอีกอย่างน้อย 1 ปีนี้ อาจส่งผลต่อการเข้ามาของนักลงทุน และโครงการอื่นๆ ของภาครัฐที่เกี่ยวข้องเป็นรายกลุ่ม ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ คสช.ได้เดินหน้าแผนปฏิรูปพลังงาน ทำให้หุ้นในกลุ่มพลังงานได้รับแรงกดดันและปรับตัวลดลงเช่นกัน” นางสาวธีรดา กล่าว

พร้อมกันนี้ ผช.ผอ.ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป คาดการณ์ความเคลื่อนไหวดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์หน้าว่า SET INDEX จะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในกรอบจำกัด จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ โดยให้แนวรับ แนวต้านที่ 1,550-1,560 และ 1,520-1,510 ตามลำดับ ทั้งนี้ นักลงทุนควรเลือกลงทุนหุ้นรายตัว โดยพิจารณาจากการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ที่มีกำไรและให้อัตราตอบแทนเงินปันผลที่สูง และบริหารพอร์ตการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงด้วยการเลือกขายทำกำไรในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาเยอะ และทยอยซื้อสะสมในหุ้นราคาถูกที่ยังไม่ปรับราคาขึ้นมาตามภาวะตลาด

มูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ

1. ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 7,293,674 ล้านบาท ปิดที่ 215.00 บาท ลดลง -11.00 จุด (-4.87%)

2. INTUCH มูลค่าการซื้อขาย 4,944,785 ล้านบาท ปิดที่ 71.00 บาท ลดลง -2.50 จุด (-3.40%)

3. BMCL มูลค่าการซื้อขาย 3,586,038 ล้านบาท ปิดที่ 1.70 บาท เพิ่มขึ้น+0.15 จุด (+9.68%)

4. BLAND มูลค่าการซื้อขาย 2,915,926 ล้านบาท ปิดที่ 2.18 บาท เพิ่มขึ้น +0.12 จุด (+5.83%)

5. TRUE มูลค่าการซื้อขาย 2,869,479 ล้านบาท ปิดที่ 12.40 บาท ลดลง -0.40 จุด (-3.12%)
กำลังโหลดความคิดเห็น