xs
xsm
sm
md
lg

ธอส.เดินหน้าสินเชื่อบ้านดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน พร้อมอัดโปรโมชั่นพิเศษ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ธอส.เดินหน้าสินเชื่อบ้านดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน อัดโปรโมชั่นสุดพิเศษในงาน Investment Expo 2012 ระหว่าง วันที่ 16 - 19 ก.พ. 2555 นี้ พร้อมออกเงินฝากประจำขั้นบันได 5 เดือน รับดอกเบี้ยสูงสุด 3.65% "พร็อพเพอร์ตี้" คาดต้นทุนก่อสร้างบ้านปีนี้สูงขึ้น 15% จาก 3 ปัจจัย ทั้งค่าแรงงาน ราคาวัสดุก่อสร้าง และมาตรการป้องกันโครงการเพื่อไม่ให้ถูกน้ำท่วม

นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธนาคารออกโปรโมชั่นสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยพิเศษ 0% ต่อปี นาน 6 เดือน จองสิทธิ์ในงาน Investment Expo 2012 ระหว่าง วันที่ 16 - 19 ก.พ. 2555 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว (ชั้น G) โดยถ้ายื่นคำขอกู้ภายในวันที่ 31 มี.ค 2555 ทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 เม.ย. 2555 จะได้รับยกเว้นค่าประเมินราคาหลักประกันและค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ทุกวงเงินกู้

นอกจากนี้ ธนาคารยังมีบริการให้คำปรึกษาสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยต่ำ เช่น สินเชื่อบ้านหลังแรก ดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 3 ปี วงเงินให้กู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท ให้กู้ซื้อ ปลูกสร้าง และให้กู้ซื้อทรัพย์ NPA ของ ธอส. และสำหรับข้าราชการเสนอ สินเชื่อตามโครงการบ้าน ธอส. - กบข. เพื่อที่อยู่อาศัยข้าราชการ ครั้งที่ 8 ดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 7 เดือนแรก เดือนที่ 8 - 24 คิดอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR - 2.00% ต่อปี หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR - 1.00% ต่อปี (กรณีกู้ชำระหนี้ หรือ ซื้ออุปกรณ์ คิดอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR) ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส.เท่ากับ 7.25% ต่อปี สามารถกู้ได้สูงสุด 110 % ของราคาประเมิน

ด้านเงินฝากเสนอ “เงินฝากประจำขั้นบันได 5 เดือน (Step Up)” รับดอกเบี้ยสูงสุด 3.65% ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 1 - 3 เท่ากับ 3.25% ต่อปี เดือนที่ 4 - 5 รับดอกเบี้ย 3.65% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3.41% ต่อปี) เงื่อนไขเปิดบัญชีและฝากขั้นต่ำรายการละ 1 หมื่นบาท เปิดรับฝากถึงวันที่ 29 ก.พ. นี้ เท่านั้น

นายชายนิด โง้วศิริมณี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เปิดเผยว่าต้นทุนการก่อสร้างบ้านใหม่ในปีนี้จะปรับสูงขึ้นเฉลี่ย 15% ซึ่งได้รับผลกระทบมาจาก 3 ปัจจัยประกอบด้วย ค่าจ้างแรงงานที่จะปรับสูงขึ้น ราคาวัสดุก่อสร้าง และมาตรการป้องกันโครงการเพื่อไม่ให้ถูกน้ำท่วม ซึ่งบริษัทฯได้ลดต้นทุนก่อสร้างลงด้วยการเพิ่มงานก่อสร้างบ้านระบบพรีแฟบจากปีก่อนอยู่ที่ 40% เพิ่มเป็น 60%

ทั้งนี้เตรียมเปิดโรงงานพรีแฟบแห่งที่ 3 ย่านแจ้งวัฒนะในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ และโรงงานที่ 4 ย่านกรุงเทพกรีฑาในช่วงครึ่งปีหลัง โดยใช้งบลงทุนโรงงานละ 40 ล้านบาท ซึ่งจะนำมาใช้กับบ้านในระดับราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้การก่อสร้างเร็วขึ้นจาก 6-8 เดือนเหลือ 3-4 เดือน ซึ่งจะทำให้บริษัทส่งมอบบ้านได้เร็วขึ้น ลดต้นทุนการเงิน รวมถึงแก้ปัญหาแรงงาน แต่ก็คาดว่าในครึ่งปีหลังจะปรับราคาขายบ้านใหม่ขึ้นอีก 6%

นอกจากนี้ ความกังวลเรื่องอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นอีกในปีนี้ ทำให้บริหารความเสี่ยงด้านการเงินด้วยการลดค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆลง ได้แก่ การลดงบลงทุนซื้อที่ดินจากเดิมปีละกว่า 3,000 ล้านบาท ปีนี้เหลือเพียง 2,500 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรกจะใช้เพียง 500 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนอีก 2,000 ล้านบาท จะรอดูว่ารัฐบาลจะก่อสร้างโครงการต่างๆ ตามแผนบริหารจัดการน้ำได้หรือไม่ หากมีความชัดเจนก็จะตัดสินใจซื้อที่ดินเพิ่ม

สำหรับแผนการพัฒนาโครงการนั้นบริษัทจะเน้นนำที่ดินสะสมทึ่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 3,000 ไร่ มาพัฒนา โดยปีนี้จะนำมาพัฒนาประมาณ 1,000 ไร่ จำนวน 24 โครงการ มูลค่ารวม 2.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 9 โครงการ มูลค่า 1.11 หมื่นล้านบาท บ้านแฝดและทาวน์เฮาส์ 5 โครงการ มูลค่า 4,100 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 8 โครงการ มูลค่า 7,300 ล้านบาท และหอพักนักศึกษา 2 โครงการ มูลค่า 1,800 ล้านบาท

ส่วนการซื้อกิจการบริษัทบริษัทไดโดมอน กรุ๊ป ล่าสุดได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นบริษัทวีรีเทล พร้อมทั้งมีแผนที่จะเพิ่มทุนอีก 800 ล้านบาท โดยจะขออนุมัติที่ประชุมผู้ถือหุ้นในเดือนเม.ย.นี้ เพื่อดำเนินธุรกิจค้าปลีกและคอมมูนิตีมอลล์ ในปีนี้มีแผนที่จะพัฒนาคอมมูนิตีมอลล์สอง คือโครงการ เมโทร คอมมูนิตี เซ็นเตอร์ หน้าโครงการคอนโดฯ เมโทร พาร์ค สาทร มูลค่า 800 ล้านบาท และโครงการ เมโทร คอมมูนิตี เซ็นเตอร์ สุขุมวิท 77 มูลค่าโครงการรวม 1,040 ล้านบาท

พร้อมทั้งมีแผนที่จะพัฒนาค้าปลีกในพื้นที่รัชดา บนที่ดิน 13 ไร่ และบางนา 25 ไร่ ต่อไป โดยแนวทางในการพัฒนาโครงการในช่วง 3 ปีแรกหากโครงการที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,000 ล้านบาทจะพัฒนาเองเป็นหลักแต่หากโครงการลักษณะนี้เติบโตได้ดีจะพิจาณาหาผู้ร่วมทุนซึ่งอาจเป็นเป็นนักลงทุนจากสิงคโปร์หรือญีปุ่น ต่อไป โดยปัจจุบันบริษัทถือหุ้นวีรีเทล 88% ซึ่งมีช่องว่างให้ผู้ร่วมทุนเข้ามาถือหุ้นได้อีก

ส่วนแผนจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์มูลค่า 6,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี นับจากนี้ไปหรือปีละ 2,000 ล้านบาท นั้นจะนำโครงการยูนิลอฟท์ ซึ่งเป็นหอพักนักศึกษาแนวคิดใหม่ มาจัดตั้งกองทุน เริ่มจากโครงการแรกยูนิลอฟท์เชียงใหม่ และ มหิดล ศาลายา มูลค่ารวม 2,200 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้บริษัท สำหรับเป้ายอดขายในปีนี้ตั้งเป้า 1.7 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้น 60% สูงสุดตั้งแต่ตั้งบริษัทมายอดขายสว่นใหญ่มาจากคอนโดมิเนียมรวม 9,200 ล้านบาท อีก 7,800 ล้านบาทเป็นยอดขายจากโครงการแนวราบ
กำลังโหลดความคิดเห็น