xs
xsm
sm
md
lg

“Harden fot Nets” จุดเริ่มต้นของปัญหา / MVP

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คอลัมน์ Buzzer Beat โดย MVP

เกิดกระแสฮือฮาช่วงพักซีซัน บาสเกตบอล เอ็นบีเอ (NBA) ฮูสตัน ร็อคเก็ตส์ ส่อแววเสียซูเปอร์สตาร์คนสำคัญอย่าง เจมส์ ฮาร์เดน ดีกรีผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) 2018 สังเวยความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลังความล้มเหลว ฤดูกาล 2019-20 ที่ผ่านมา จอดป้ายแค่รอบรองชนะเลิศ สายตะวันตก คาดว่าปลายทางน่าจะอยู่ที่ บรูกลิน เน็ตส์ เพื่อไขว่คว้าแหวนแชมป์สักวง ประดับบารมี

ร็อคเก็ตส์ ปิดฉากเพลย์ออฟ ด้วยความปราชัยแก่ แอลเอ เลเกอร์ส 1-4 เกม บวกกับหลายปีที่ผ่านมา ยังไม่เคยเข้าใกล้โทรฟี “แลร์รี โอ'ไบรอัน” อย่างจริงจัง ปลด ดาริล มอรีย์ ผู้จัดการทั่วไป ซึ่งเคยถูกทัวร์ลง กรณีสนับสนุน ฮ่องกง เรียกร้องเอกราช และ ไมค์ ดี'แอนโทนี เฮดโค้ชสายเอ็นเตอร์เทน ที่ปัจจุบันยอมลดชั้นตัวเอง ย้ายมารับตำแหน่งผู้ช่วยของ สตีฟ แนช ลูกน้องเก่า ในถิ่น บาร์เคลย์ เซ็นเตอร์

ผลลัพธ์ของการปฏิรูป นำไปสู่เครื่องหมายคำถามของแกนหลัก เริ่มตั้งแต รัสเซลล์ เวสต์บรูก การ์ดจ่าย ดูเหมือนหมดความเชื่อถือต่อองค์กร และข้อสงสัยเกี่ยวกับความทะเยอทะยานของแฟรนไชส์ว่า “นี่จะเอาแชมป์จริงๆ หรือ” โดยเฉพาะการแต่งตั้ง สตีเฟน ไซลาส เฮดโค้ชมือใหม่ คุมแทน ดี'แอนโทนี” ก่อนความยุ่งเหยิงจะลุกลามถึงขั้น ฮาร์เดน ปฏิเสธต่อสัญญา 2 ปี 103 ล้านเหรียญ และแสดงท่าทีชัดเจนว่า ต้องการถูกเทรดไป บรูกลิน

ตามหน้าฟีดของ โซเชียล มีเดีย ลือกันต่างๆ นานา อาทิ 3 ประสานของ เน็ตส์ กำลังจะถือกำเนิด ฮาร์เดน, เควิน ดูแรนท์ และ ไครี เออร์วิง ก้าวขึ้นมาท้าชิงแชมป์อย่างจริงจัง แม้ความรู้สึกตัวกระผมจะเกิดความขัดแย้งเล็กๆ ใช่ว่าจะเบรกความตื่นเต้นของแฟนๆ โลกออนไลน์ แต่มันจะเป็นไปได้หรือ? เพราะ ฮุสตัน น่าจะเสียเปรียบเอามากๆ ราวกับคุณเสียคนที่ดีสุดของทีม แล้วทดแทนด้วยคนที่ยังรอพิสูจน์ฝีมือระยะยาว

ลองมาดูดีลเทรดแบบแรก เน็ตส์ จะต้องเคลียร์เพดาน รองรับค่าเหนื่อยก้อนโตของ ฮาร์เดน 41.2 ล้านเหรียญ เฉพาะฤดูกาล 2020-21 จึงต้องปล่อย 4 ขุนพล ได้แก่ สเปนเซอร์ ดินวิดดี, คาริส เลอเวิร์ต, ทอเรียน ปรินซ์ และ โรดิออน คูรุคส์ กินค่าแรงรวมกัน 43.2 ล้านเหรียญ พ่วงสิทธิ์ดราฟต์สัก 2-3 สิทธิ์ ตามข้อตกลงนี้ คนที่น่าจะดึงดูด ฮุสตัน ยอมตกลงด้วย เห็นจะเป็น ดินวิดดี กับ เลอเวิร์ต

ดินวิดดี การ์ดจ่าย เพิ่งโชว์ฟอร์มเทียบเท่าระดับผู้เล่น “ออล-สตาร์” ค่าเฉลี่ย 20.6 แต้ม 6.8 แอสซิสต์ ยิงฟิลด์โกล 41.5 เปอร์เซ็นต์ และ 3 คะแนน 30.8 เปอร์เซ็นต์ ตลอดซีซันที่แล้ว อีกทั้งยังเป็นคนทำคะแนนสูงสุดของทีม แบก เน็ตส์ ติดอันดับ 7 ของสายตะวันออก สถิติชนะ 35 แพ้ 37 ส่วน เลอเวิร์ต กำลังเข้าสู่ปีที่ 5 ระดับอาชีพ ซัด 18.7 แต้ม 4.2 รีบาวน์ด 4.4 แอสซิสต์ 1.2 สตีล ยิงฟิลด์โกล 42.5 เปอร์เซ็นต์ และ 3 คะแนน 36.4 เปอร์เซ็นต์ เรียกได้ว่า กรณี ฮุสตัน ต้องการรีบิลด์ ทั้งคู่น่าก็อาจเป็นตัวหลักของทีมได้ในระยะยาว แต่อีกมุมหนึ่ง มันก็ดูเป็นการสูญเสีย ฮาร์เดน ที่ไม่สมน้ำสมเนื้อ

หรือดีลเทรดแบบที่ 2 ร็อคเก็ตส์ คงจะไม่ยอมจับมือด้วย หากปราศจาก เออร์วิง หรือ ดูแรนท์ บนข้อเสนอ จริงอยู่ว่า เออร์วิง เพิ่งเซ็นสัญญา Max Contract ซัมเมอร์ที่แล้ว ย้ายจาก บอสตัน เซลติกส์ และยังไม่เห็นผลลัพธ์ของการประสานงาน “เคดี” แต่ถ้าฝั่ง ฮุสตัน ต้องการเยียวยาความเสียหายที่คุ้มค่า ฝ่าย เน็ตส์ จะเสียใครได้ล่ะ เพราะ ดูแรนท์ เปรียบเสมือนบุคตลที่มิอาจแตะต้องได้ของแฟรนไชส์

อีกทั้ง ฮาร์เดน กับ ดูแรนท์ ร่วมงานกันมา 4 ซีซัน พา โอกลาโฮมา ซิตี ธันเดอร์ เข้ารอบชิงชนะเลิศ เมื่อปี 2012 แน่นอนว่า ดูแรนท์ คือ เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ ฮาร์เดน เลือกมาอยู่ บรูกลิน ตั้งแต่แรก ถึงแม้เพื่อนเก่า จะเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บเอ็นร้อยหวาย สมัยรับใช้ โกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส เมื่อปี 2019 และพักยาวทั้งฤดูกาลที่แล้ว แต่ก่อนหน้านั้น ใครๆ ก็รู้ว่า “เคดี” คือ สุดยอดผู้เล่นคนหนึ่งบนโลก อาจจะเป็นรองเพียง เลอบรอน เจมส์ ฟอร์เวิร์ด แอลเอ เลเกอร์ส

ไม่ว่าการเทรดจะประสบความสำเร็จ กำเนิด “บิ๊กทรี” ของบรูกลิน หรือจะเป็นดูโอ บนเว็บไซต์ต่างประเทศ วิพากษ์วิจารณ์กันล่วงหน้า ดีลนี้จะเป็นสูตรสำเร็จสู่การคว้าแชมป์จริงหรือ? เพราะว่ากันว่า ทั้ง 3 คน ต่างโดดเด่นด้านการเล่นแบบ Isolation หรือ ตัวต่อตัว มากกว่าทีมเวิร์ก ทั้ง ไครี กับ ฮาร์เดน อาจมีสิถิติการแอสซิสต์ที่ไม่เลว แต่การแอสซิสต์มักเกิดจากการดึงเจาะโซนป้องกัน เพื่อเปิดพื้นที่แก่เพื่อนร่วมทีม แตกต่างจากการ์ดรุ่นเก๋าๆ อย่าง คริส พอล หรือ ราจอน รอนโด ที่มีสายตาการจ่ายบอลแบบเหนือความคาดหมาย ราว เมซุต โอซิล ช่วงพีก

บางทีการเล่นกับเพื่อนเก่า หรือร่วมงานกับผู้เล่นเกรดเดียวกัน อาจไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวกันนาน แต่พอย้อนอดีตของ ดูแรนท์ เคยล้มเหลวกับการจับคู่กับการ์ดหวงบอลอย่าง เวสต์บรูก และบ่นเกี่ยวกับการเล่นแบบ Isolation สมัย อยู่ วอร์ริเออร์ส แม้จะได้เพื่อนเก่าอย่าง ฮาร์เดน กลับมาก็จริง แต่ ฮาร์เดน วันนี้ ไม่ใช่คนเดียวกับที่เป็นแค่ ผู้เล่นสำรองยอดเยี่ยม อีกต่อไป การแย่งกันเล่นเพลย์ตัดสินเกม อาจเกิดขึ้นจากอีโก้ส่วนตัว แล้วคนที่ปวดหัวสุดอาจเป็น สตีฟ แนช เฮดโค้ชที่ยังไร้ประสบการณ์ ก็เป็นได้
กำลังโหลดความคิดเห็น...