xs
xsm
sm
md
lg

"โควิด-19" เปลี่ยนความกลัว เป็นความรู้ที่ถูกต้อง / พลโทนายแพทย์ สมศักดิ์ เถกิงเกียรติ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คอลัมน์ “Golf Healing” โดย “พลโทนายแพทย์ สมศักดิ์ เถกิงเกียรติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกประจำโรงพยาบาลพระมงกุฎ และ โรงพยาบาลรามคำแหง มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยมากกว่า 30 ปี somsak_doctor@hotmail.com”

"สงสัยเฮียจะเป็นโรคเศร้าซึม?" เจ้าเก่งมองหน้าเครียดของคุณชูสง่าหัวหน้าก๊วนด้วยความห่วงใย

"เขาเรียกโรคซึมเศร้าโว๊ยไอ้อ้วน" พี่หมอแย้งพลางหันไปมองหน้าเฮียที่นั่งซังกะตายเอามือยันคาง "หุ้นมันตกเดี๋ยวมันก็ขึ้นน่า"

"เฮียไม่ได้กลุ้มเรื่องหุ้นเฮียกลัวโควิด-19 หน้ากากก็ไม่มี เจลล้างมือก็หมด ไอ้อ้วนก็ชอบไอใส่"

"โธ่เฮียต้องเปลี่ยนความกลัวเป็นความรู้ที่ถูกต้องดีกว่า ฟังข้อมูลของหมอรุ่งเรืองแล้วจะหายกลัว"

- ข้อมูลที่ถูกต้องของ นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง นพ.ทรงคุณวุฒิและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข

1.หมออยากให้มองภาพรวมข้อมูลผู้ป่วยทั้งหมดก่อนจะทำให้เข้าใจ ขณะนี้มีผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วโลกราว 100,000 คน (8 มีนาคม 63) และกลุ่มที่มีอาการรุนแรง 6% เสียชีวิต 2-3% อนาคตเมื่อพบผู้ติดเชื้อหรือตัวเลขจริงๆ อัตราป่วยตายเชื่อว่าน่าจะอยู่ที่ 1% สรุปคือผู้ป่วยส่วนใหญ่ 90,000 คนหรือคิดเป็น 90% อาการไม่รุนแรงอาการป่วยทั่วไปมีอาการไข้มีน้ำมูกไออ่อนเพลียอาการคล้ายไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่และหากพักผ่อนเต็มที่ได้รับการดูแลจะหายเป็นปกติผู้ป่วยส่วนใหญ่ 90% ปอดไม่ได้ถูกทำลาย

2.ในกลุ่มที่อาการรุนแรง ผู้ป่วยโควิด-19 มีภาวะปอดอักเสบพบได้น้อยเมื่อเทียบกับผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วยทั้งหมดในผู้ป่วยอาการรุนแรง 10% ไม่ใช่ว่าปอดจะถูกทำลายอย่างรุนแรงทุกคนต้องเรียนว่าแม้ปอดถูกทำลายก็ไม่ได้ถูกทำลายทั้งหมดเป็นเพียงบางส่วนกรณีทำลายไม่ถึงร้อยละ 50 เมื่อผู้ป่วยหายจากโรคแล้วร่างกายยังสามารถฟื้นฟูตนเองได้หมอไม่อยากให้เอาข้อมูลส่วนน้อยมาทำให้ประชาชนกลัว

3.สิ่งสำคัญคือการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อการรักษาสุขภาพคนที่แข็งแรงจะมีภูมิต้านทานต่อสู้กับโควิด-19 อาการป่วยจะน้อยมาก

4.สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือลดการแพร่เชื้อไปยังคนอื่นๆ เราต้องรับผิดชอบต่อสังคมคนที่ติดเชื้อจากเราอาจเป็นพ่อแม่หรือผู้สูงวัยแม้กระทั่งลูกๆ เรา ถ้าเราประพฤติตนด้วยหลักสุขภาพที่ดีไม่ว่าประเทศไทยจะอยู่ในระยะไหนเราจะไม่ได้รับผลกระทบการระบาดที่รุนแรง

5.การติดต่อโรคโควิด-19 มี 2 กรณี

ก.ละอองฝอยขนาดใหญ่คือการไอจามรดกันขอย้ำว่าขณะไม่มีอาการไม่แพร่เชื้อ

ข.สัมผัสคือการสัมผัสละอองฝอยแล้วนำมาเข้าปากหรือจมูกดังนั้นในสระว่ายน้ำหากไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดไม่แพร่เชื้อ

สรุปว่าเชื้อไม่ได้แพร่โดยละอองล่องลอยไปในอาการ ดังนั้นการป้องกันโดยการล้างมือสำคัญที่สุดและเน้นทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม คนป่วยไอจามมีไข้ให้สวมหน้ากากอนามัยและล้างมือ คนปกติเน้นล้างมือสวมหน้ากากอนามัยชนิดผ้าก็เพียงพอเวลาเข้าบริเวณชุมชนคนหนาแน่น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการล้างมือ

6.ผู้ป่วย 90% อาการไม่รุนแรงแต่โรคนี้แพร่ง่าย เพราะเป็นโรคอุบัติใหม่ คนยังไม่มีภูมิคุ้มกันโรค จึงติดเชื้อได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องช่วยกันลดการแพร่ระบาดตามาตรการของ สธ.โดยเฉพาะผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว

7.กระทรวงสาธารณสุข ขอให้งดเดินทางไปพื้นที่ระบาดต่อเนื่องเช่น จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อิหร่าน อิตาลี ตามประกาศของ สธ.

8.โรคโควิด-19 ป่วยแล้วหายไม่ป่วยอีกได้หรือไม่ ปกติแล้วร่างกายก็จะมีภูมิต้านทานเพิ่มขึ้นเหมือนการได้ฉีดวัคซีนจะป้องกันเชื้อเกิดใหม่และด้วยธรรมชาติของเชื้อโควิด-19 รวมถึงข้อมูลจากทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผู้ติดเชื้อจะไม่ป่วยซ้ำ

ดังนั้นความกลัวความเห็นแก่ตัวคือความทุกข์ของชีวิต ขอให้มีชีวิตด้วยเหตุผลสติปัญญาความดีไม่เบียดเบียนและพอเพียงเหมือนที่พ่อเรา (ในหลวง ร.9) สอนเราและท่านเป็นแบบอย่างที่ดี
กำลังโหลดความคิดเห็น...