xs
xsm
sm
md
lg

เปิดใจฉบับพิเศษ “มาดามแป้ง” สาวหัวใจแกร่ง ฝ่านรกฟุตบอลไทยก้าวสู่แชมป์

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือ เอฟซี ผงาดคว้าแชมป์ช้าง เอฟเอ คัพ 2019 ได้สำเร็จ ถือเป็นการเถลิงบัลลังก์แชมป์รายการนี้ได้อีกครั้งในรอบ 10 ปี ของสโมสร แน่นอนว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังทำให้ทีมประสบความสำเร็จดังกล่าวคงหนีไม่พ้นประธานสโมสรหญิงแกร่ง "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ

ต้องเท้าความย้อนกลับไปว่า "มาดามแป้ง" เริ่มต้นเข้าสู่วงการฟุตบอลด้วยการมารับงานเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิง ทีมชาติไทย เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ผูกพันกับแข้งสาวไทยมาอย่างยาวนาน เป็นผู้ร่วมความสำเร็จกับทีม "ชบาแก้ว" ประสบความสำเร็จถึงขีดสุดด้วยการผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกหญิง เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เมื่อปี 2015 ก่อนจะประกาศวางมือลงจากตำแหน่งดังกล่าวเมื่อช่วงกลางปี 2019 ที่ผ่านมา หลังเสร็จสิ้นฟุตบอลโลก ครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ทัพชบาแก้วที่ประเทศฝรั่งเศส

สลับกลับไปที่ทีมการท่าเรือ เอฟซี เมื่อช่วงก่อนปีพ.ศ.2558 "สิงห์เจ้าท่า" ระส่ำอย่างหนัก มีปัญหาเกี่ยวกับบุคคลที่จะเข้ามาบริหารสโมสรโดยตลอด ในช่วงนั้นมีการเปลี่ยนแปลงหัวเรือใหม่อย่างมากมายนับตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา สุดท้าย "การท่าเรือ" ได้ทำตกลงทำสัญญา MOU อย่างเป็นทางการให้ทีมงานของ "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ที่ยังดำรงตำแหน่งผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิง ทีมชาติไทย ณ เวลานั้น เข้ามาบริหารสโมสรอย่างเป็นทางการ และตัวของ "มาดามแป้ง" นั่งแท่นประธานสโมสร

แชมป์แรกของท่าเรือรอบเกือบ 10 ปี
กระนั้นเองเมื่อปี 2558 การท่าเรือ เอฟซี ที่มีปัญหาภายในทีมก่อนหน้าที่มาดามแป้ง จะเข้ามาทำทีมอยู่แล้ว สุดท้ายก็มิอาจรอดพ้นจากการตกชั้น จบฤดูกาลที่อันดับ 17 ของตาราง ร่วงลงไปเล่นในลีกพระรอง แต่ภายใต้การบริหารงานของ นวลพรรณ ล่ำซำ การท่าเรือ เอฟซี ภายใต้การกุมบังเหียนของ "โค้ชโอ่ง" ดุสิต เฉลิมแสน ใช้เวลาเพียงปีเดียวในการคัมแบ็คกลับมาโลดแล่นในลีกสูงสุดของไทยอีกครั้งด้วยการจบอันดับ 3 ในดิวิชั่น 2 จนสุดท้ายพวกเขากลับมากลายเป็น "ทีมใหญ่" อย่างเต็มภาคภูมิ มีลุ้นคั่วแชมป์ตลอด จนสุดท้ายมาคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ในที่สุด

ทีมงานได้มีโอกาสคุยเปิดใจกับ "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ลำซำ ประธานสโมสรหญิงแกร่งของทัพ "สิงห์เจ้าท่า" แบบพิเศษส่งตรงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถึงเรื่องราวต่างๆที่ตัวเองตัดสินใจเข้ามาบริหารงานยอดทีมย่านคลองเตย จนสามารถทำให้ทีมกลับมาประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง

ท่าเรือ แชมป์ช้างเอฟเอคัพ 2019
- ตั้งแต่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ "สิงห์เจ้าท่า" อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดในการทำทีมสโมสรฟุตบอล

ก็คือก่อนหน้านี้เราจะอยู่กับทีมฟุตบอลหญิงอย่างเดียวมาโดยตลอด อย่างที่ทราบกันก็ทำหน้าที่ตรงนั้นมา 12 ปี เรามีความภาคภูมิใจกับสิ่งที่ทำในตอนนั้นมาก พาทีมไปบอลโลกได้ 2 สมัย อย่างไรก็ตามการทำทีมฟุตบอลหญิงมันค่อนข้างมีความแตกต่างกับทีมชายเยอะ ไม่ว่าจะเป็นสปอนเซอร์ที่เข้ามา, เบี้ยเลี้ยง, เงินเดือน, โบนัสต่างๆ และน้องๆนักฟุตบอลส่วนใหญ่มาจากฐานะที่ค่อนข้างยากจนมากๆ เมื่อเขามีโอกาสเขาจึงรับผิดชอบมันอย่างเต็มที่ แม้กระทั่งพวกเขาได้ไปลุยฟุตบอลโลก หรือไปแข่งรายการใหญ่ๆ แต่เมื่อกลับมาก็ไม่ได้รับความนิยมเหมือนกับฟุตบอลชายเลย ตัวเราเองก็เลยเกิดความสงสัยว่าจะทำทีมฟุตบอลชายได้ไหม พอในปี 2558 ก็เลยตัดสินใจว่าจะลองทำฟุตบอลชายอาชีพ ซึ่งมันต่างกันอย่างเห็นได้ชัดนะ ตอนเราเข้าไปเริ่มใหม่ๆ ต้องบอกว่ามันยากจริงๆ มีการลองผิดลองถูกอยู่ตลอด ทั้งเรื่องโค้ช, นักฟุตบอล จนสุดท้ายเราตกชั้น ถ้าถามว่าอะไรคือสิ่งที่ยากที่สุด ข้อแตกต่างระหว่างการทำทีมฟุตบอลหญิง และทีมฟุตบอลชาย คือนักฟุตบอลหญิง เขาจะมีความสนิทสนมกับเราเป็นพิเศษ มองเราเปรียบเสมือนแม่คนหนึ่ง ตัวเขาเองก็จะมีความยืดหยุ่นและพูดคุยกับเราได้ง่ายกว่า แต่พอมาทีมฟุตบอลชาย แน่นอนบรรยากาศมันไม่เหมือนกัน มาทำทีมสโมสรแล้วสิ่งเดียวที่แป้งคิดว่าทำได้อย่างชัดเจนคือเรื่องของใจ เราต้องทำทุกอย่างให้ได้ใจนักฟุตบอล เพราะถ้าเราไม่ได้ใจเขา มันจะทำอะไรได้ยากมาก

เคียงบ่าเคียงไหล่นักเตะทุกสถานการณ์
- ใช้ใจล้วนๆ ประสานการท่าเรือให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งนักฟุตบอล และแฟนบอล

ฟุตบอลเป็นกีฬาทีมเวิร์ค เก่งด้วยคนเดียวไม่ได้ คุณต้องมีศรัทธาในทีมร่วมแรงร่วมใจกัน ตัวของเราเองเป็นประธานสโมสร และเป็นผู้หญิง เราต้องพิสูจน์ให้น้องๆในทีมได้เห็นว่าเราไม่ได้เข้ามาเล่นๆ รวมไปถึงเราต้องพิสูจน์ตัวกับแฟนบอลของเราเองด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้อย่างที่ทราบกันแฟนบอลการท่าเรือ มักจะมีปัญหาอยู่บ่อยๆ ในอดีตมีเรื่องมีราวประจำอาจจะเรียกได้ว่าเป็น "ฮูลิแกนลิสซึ่ม" เลยก็ว่าได้ แต่เราก็พยายามเข้าไปอยู่ข้างๆเขาตลอด มันต้องใช้ใจล้วนๆในการทำทีม ถามว่าใช้เงินอย่างเดียวได้ไหม ก็ไม่ได้ มันต้องมีองค์ประกอบหลายๆอย่าง ซึ่งปีที่เราตกชั้นไปเมื่อ 4 ปีก่อน แฟนบอลไม่ว่าอะไรเราเลย เราถามน้องๆนักฟุตบอลว่ามีใครอยากย้ายทีมไหม เพราะเราต้องไปเช่นดิวิชั่น 2 ถ้าใครอยากย้ายทีมหรือฉีกสัญญาให้บอกมาได้เลย แต่ปรากฎว่าไม่มีใครบอกว่าต้องการย้ายทีมเลย สุดท้ายทุกคนก็ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าต้องเลื่อนชั้นกลับมาให้ได้ในปีเดียว และสุดท้ายเราก็ทำได้ แต่ถ้าถามว่าตอนนี้ยังกลัวไหม แน่นอนว่าเราย่อมกลัวการตกชั้นอยู่แล้ว

“มาดามแป้ง” คลุกคลีกับฟุตบอลไทยมานาน
- ปีหน้าไทยลีกจะใช้ VAR อย่างเป็นทางการ คิดว่าเป็นผลดีหรือผลเสียต่อทีมแค่ไหน

แป้งเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะนำเทคโนโลยี VAR เข้ามาใช้ ปีนี้มันพิสูจน์แล้วว่า 16 สโมสรในไทยลีกมีความใกล้เคียงกันมาก เพราะฉะนั้นถ้าเกมใดเกมหนึ่งกรรมการเกิดผิดพลาดขึ้นมา และลูกนั้นมันเป็นลูกที่มีผลต่อการได้ประตู หรือมีผลต่อการแพ้ชนะ พอจบเกมมันไม่สามารถเรียกคะแนนกลับคืนมาได้ ต่อให้ฟ้องร้องให้ตายก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะเราเองก็เคยฟ้องกรรมการมาแล้ว การฟ้องร้องไม่ใช่การเรียกแต้มคืน แต่การ VAR มันทำให้ย้อนกลับมาดูเหตุการปัญหาได้ ก็เหมือนกับเทนนิส, วอลเลย์บอล ซึ่งการแข่งขันในปีที่ผ่านมาก็เห็นได้ชัดว่าหลายๆเกมมีปัญหาเรื่องของการตัดสิน ทำให้ไทยลีกจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมี VAR ควบคู่ไปกับการพัฒนากรรมการขึ้นมา และไม่ควรมีข้ออ้างใดๆทั้งสิ้นอีกต่อไปสำหรับเรื่องนี้ และเราก็เชื่อว่าทั้ง 16 ทีมในไทยลีกเต็มใจที่จะจ่ายค่า VAR ที่สนามของตัวเองเพื่อผลลัพธ์ที่ดีต่อผลการแข่งขันของทีมตัวเอง

แฟนบอลคลองเตยคอยหนุนหลัง
- เป้าหมายในฤดูกาลหน้าของการท่าเรือ เอฟซี ในลีก หลังจากมีลุ้นแชมป์ในปีที่ผ่านมา

ในปี 2018 เราก็จบฤดูกาลด้วยอันดับ 3 และปีนี้เราก็จบอันดับ 3 อีกเหมือนกัน สำหรับคนที่เคยผ่านการตกชั้นมา ส่วนตัวเราเองถือว่าแฮปปี้นะ การขึ้นมาติดท็อป 3 ของลีกได้ โดยเฉพาะในปีนี้ถือว่าที่สุดแล้วสำหรับเรา อีกอย่างหนึ่งเป็นการพิสูจน์ว่า คนที่เป็นผู้หญิง ถ้ามีใจรักฟุตบอล ก็สามารถทำมันได้ และก็ทำมันได้ดีด้วย ต้องขอบคุณสื่อมวลชนด้วย ก่อนหน้านี้ก็ไม่ทราบว่าใครเป็นคนตั้งชื่อ "มาดามแป้ง" ให้ มันทำให้คำว่ามาดามแป้งหมายถึงผู้หญิงที่สามารถมาทำฟุตบอลชายได้ เป็นความภาคภูมิใจของผู้หญิงที่เข้ามาในวงการกีฬา เป็นความภาคภูมิใจของผู้หญิงทุกคน

ผ่านร้อนผ่านหนาวในวันที่มีน้ำตา
- ปีหน้า "สิงห์เจ้าท่า" จะได้ไปลุยฟุตบอลเอเชีย มีการเตรียมพร้อมอย่างไร

ตอนนี้เรากำลังจะดูว่าอะไรเป็นกลไกที่จะเหมาะสม เป็นครั้งแรกสำหรับเราด้วย ซึ่งจะเล่นเพลย์ออฟนัดแรกวันที่ 21 มกราคมปีหน้า ทางสโมสรของเรากำลังเร่งเดินหน้าปรับปรุงสนามครั้งใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องของการติดตั้งที่นั่งในสนาม การปรับเปลี่ยนพื้นสนาม รวมไปถึงอาจมีการปรับขยายสนามเล็กน้อยเพื่อให้ได้มาตรฐานของเอเอฟซี แน่นอนว่าเพลย์ออฟเกมแรกเป็นเกมที่เราจะได้เล่นในบ้าน ตัวของแป้งเองก็อยากจะให้แฟนบอลการท่าเรือ เอฟซี ได้เข้ามาเชียร์ทีมของเราในฟุตบอลเอเชียในบ้านของเราเอง เราต้องทำคลับ ไลเซนซิ่งให้ผ่านกฎของเอเอฟซีตามที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ แนะนำก่อน แต่ว่าถ้าสนามถูกตรวจสอบแล้วยังไม่ผ่านจริงๆ ตอนนี้เราได้ติดต่อประสานงานกับ เอสซีจี เมืองทองฯ เพื่อไปขอใช้สนามเอสซีจี สเตเดียม เพื่อใช้งานในฟุตบอลเอเชียไปก่อน

สัมภาษณ์สดจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์
- ความตั้งใจในการเข้ามาทำทีมการท่าเรือ เอฟซี จะบริหารทีมไปอีกนานมากน้อยแค่ไหน

ในตอนแรกเราเองเข้ามาทำ MOU กับการท่าเรือ เป็นเวลา 5 ปี ซึ่งขณะที่เราได้มีการต่อสัญญาตรงนั้นออกไปแล้วอีก 5 ปีเป็นอย่างน้อย ก็คือแป้งจะอยู่กับทีมต่อไปอีกแน่ๆตามสัญญาอย่างน้อย 5 ปีหลังจากนี้ ส่วนเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไรยังตอบไม่ได้ เพราะบางทีฟ้าก็ลิขิตมาให้แป้งได้ทำสิ่งนั้นๆ อาจจะอยู่ต่อไปเรื่อยๆเลยก็ได้ ตรงนี้ยังไม่สามารถตอบได้จริงๆ

จากการพูดคุยเปิดใจของ นวลพรรณ ล่ำซำ ทำให้เราได้เห็นว่าหญิงแกร่งคนนี้ มุ่งมั่นตั้งใจมากแค่ไหนในการที่จะทำอะไรสักอย่างให้ประสบความสำเร็จ โมเมนตั้มของทัพ "สิงห์เจ้าท่า" เป็นกราฟที่กำลังพุ่งขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ "มาดามแป้ง" เข้ามาบริหารสโมสร

ก่อนหน้านี้ การท่าเรือ เอฟซี ถือเป็นมหาอำนาจลูกหนัง ปั้นนักฟุตบอลสู่เวทีระดับทีมชาติมาแล้วหลายต่อหลายคน ประสบความสำเร็จคว้าโทรฟีแชมป์ในไทยมามากมาย อย่าง ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ก. 8 สมัย, ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ข. 5 สมัย, ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ค. 14 สมัย, ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ง. 3 สมัย, ฟุตบอลควีนส์ คัพ 6 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย และลีก คัพ 1 สมัย แต่ใบเดียวที่ยังไม่เคยได้คือแชมป์ลีกสูงสุด

หลังจากนี้เรามีโอกาสอาจได้เห็น การท่าเรือ "สุขสมหวัง" ในการผงาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของไทยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรก็เป็นได้ ตราบใดที่ย่านคลองเตยยังมีผู้บริหารหญิงที่ชื่อ "มาดามแป้ง"
กำลังโหลดความคิดเห็น...